เปิดเคล็ดลับ “ปลาทูแม่กลองแท้” ต้องหน้างอคอหักแบบนี้

ปลาทูที่เห็นอยู่ทุกวัน ไม่ได้เลือกกันง่ายๆ แค่ตัวอ้วนหรือราคาถูก เพราะปลาทูแม่กลองของแท้มีเอกลักษณ์เฉพาะ “หน้างอคอหัก” ที่ซ่อนภูมิปัญญาคนไทยเอาไว้

ปลาทู ถือเป็นปลาสามัญประจำครัวไทยที่อยู่คู่โต๊ะอาหารมานาน ไม่ว่าจะทอดกินกับน้ำพริก ทำฉู่ฉี่ หรือยำคลุกข้าวร้อนๆ ก็อร่อยได้ทุกมื้อ แต่ท่ามกลางปลาทูที่วางขายเต็มตลาด กลับมีทั้งของแท้และของนำเข้า ซึ่งหากเลือกไม่เป็น อาจได้รสชาติที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใด ปลาทูแม่กลอง จึงต้องมีลักษณะ “หน้างอคอหัก” หลายคนเข้าใจว่าเป็นสายพันธุ์พิเศษ แท้จริงแล้วลักษณะดังกล่าวเกิดจากภูมิปัญญาของชาวประมงไทยในอดีต ที่งอหัวปลาเพื่อให้บรรจุลงเข่งไม้ไผ่ได้พอดีและประหยัดพื้นที่ ก่อนนำไปนึ่ง เมื่อปลาสุก กล้ามเนื้อจะเซตตัวในท่านั้น กลายเป็นเอกลักษณ์ปลาทูนึ่งที่เห็นจนคุ้นตา

การเลือกปลาทูให้สดยังเป็นอีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้สังเกตตั้งแต่ ลูกตาที่ต้องใสไม่ขุ่น เหงือกสีแดงสด ตัวปลาตึงเป็นมัน และไม่มีกลิ่นคาวฉุน หากกดเนื้อปลาแล้วเด้ง แสดงว่ายังสดใหม่ เหมาะสำหรับนำไปปรุงอาหาร
 

 เปิดเคล็ดลับ “ปลาทูแม่กลองแท้” ต้องหน้างอคอหักแบบนี้

ขณะที่ในท้องตลาดมักพบปลาทูจากต่างประเทศปะปนอยู่ โดยเฉพาะ ปลาทูอินโดหรือปลาทูโม่ง ซึ่งมีลักษณะตัวยาว เรียว เนื้อหยาบกว่า และความมันน้อยกว่าปลาทูไทย ต่างจากปลาทูแม่กลองที่ตัวจะสั้น ป้อม เนื้อแน่น กลิ่นหอม และให้รสชาติเข้มข้นกว่าอย่างชัดเจน

นอกจากความอร่อย ปลาทูยังเป็นแหล่งสารอาหารชั้นดี โดยมีกรดไขมัน โอเมก้า 3 สูง ช่วยบำรุงสมองและหัวใจ อีกทั้งยังมีไอโอดีน ฟอสฟอรัส และแคลเซียมในปริมาณเหมาะสม จนถูกขนานนามว่าเป็น “ปลาเพื่อสุขภาพราคาประหยัด” ที่คนไทยเข้าถึงได้ง่าย

ด้วยเหตุนี้ ปลาทูจึงไม่ใช่แค่ปลาธรรมดา แต่เป็นทั้งภูมิปัญญา อาหารสุขภาพ และวัฒนธรรมการกินที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น การเลือกปลาทูให้เป็น จึงไม่เพียงได้รสชาติที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยสนับสนุนของดีจากทะเลไทยอีกด้วย
 

 เปิดเคล็ดลับ “ปลาทูแม่กลองแท้” ต้องหน้างอคอหักแบบนี้