แค่ปรับ 3 อย่าง “ไขมันพอกตับ” หายได้จริง หมอเจด บอกด้วยตัวเอง

เตือนภัยเงียบ! นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ชี้ “ไขมันพอกตับ” ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์อย่างเดียว ปล่อยไว้อาจลุกลามถึงตับแข็ง

"หมอเจดนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

ไขมันพอกตับไม่ได้มาจากแอลกอฮอล์อย่างเดียวครับ หลายคนไม่ดื่มเลยก็เป็นได้ เพราะต้นเหตุหลักคือ “พลังงานส่วนเกิน” โดยเฉพาะน้ำตาลและแป้งขัดขาว ช่วงแรกแทบไม่มีอาการ รู้ตัวอีกทีก็ตอนตรวจสุขภาพ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อาจลุกลามเป็นตับอักเสบ ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับได้ แต่เราสามารถทำให้ไขมันพอกตับระยะแรก ๆ ฟื้นกลับได้ครับ ถ้าปรับถูกจุด 

วันนี้สรุปให้ชัด ๆ เป็น 3 สิ่งควรทำ 3 สิ่งควรเลิก และค่าตับที่ไม่ควรมองข้ามครับ

1️⃣ ลดน้ำหนักอย่างมีเป้าหมาย ไม่ต้องหักโหม
งานวิจัยพบว่าแค่ลดน้ำหนัก 5–10% ของน้ำหนักตัว ไขมันในตับสามารถลดลงได้ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องผอมทันที แต่ต้อง “ค่อย ๆ ลดและรักษาไว้ได้” เพราะการโยโย่ขึ้นลงบ่อย ๆ ทำให้ตับเครียดกว่าเดิม โฟกัสที่ลดพลังงานส่วนเกิน ลดหวาน ลดแป้งขัดขาว และเพิ่มโปรตีนทุกมื้อ จะช่วยรักษากล้ามเนื้อไปพร้อมกันครับ

2️⃣ ออกกำลังกายให้ถึงจุด ไม่ใช่แค่ขยับตัว
การเดินดีครับ แต่ถ้าอยากลดไขมันในตับจริง ๆ ควรมีทั้งคาร์ดิโออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และเวทเทรนนิ่ง 2–3 วัน เพราะกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญดีขึ้น ลดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของไขมันพอกตับ

3️⃣ เลือกไขมันและเลือกกินอาหารให้เป็น
ไขมันไม่ใช่ศัตรูครับ ถ้าเราเลือกถูก ควรเน้นเพิ่มไขมันดี เช่น ปลา ถั่ว น้ำมันมะกอก และลดไขมันทรานส์และของทอด ส่วนอาหารเสริมบางชนิด เช่น โอเมก้า-3 หรืออาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แอสตร้าแซนธิน ที่มีบทบาทช่วยลดในการอักเสบได้ แต่ถ้าเลือกกินเสริมควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะ
อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้คือ “โคลีน” มีบทบาทสำคัญในการพาไขมันออกจากตับ ถ้ากินไม่พอ ไขมันจะสะสมง่าย แหล่งอาหารที่มีโคลีน เช่น ไข่แดง ตับสัตว์ ปลา ถั่วเหลือง และถั่วต่าง ๆ ไม่ต้องกินเสริมทุกคน แค่จัดอาหารให้ครบหมู่ก็ช่วยตับได้มากแล้วครับ

ต่อไปคือ 3 สิ่งที่ควรเลิก ถ้าไม่อยากให้ตับแย่ลง

1. เลิกน้ำหวานและของหวานเป็นนิสัย
น้ำตาลส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันที่ตับโดยตรง ต่อให้ไม่อ้วนมาก ก็เป็นไขมันพอกตับได้

2. เลิกดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ
แม้จะเป็นไขมันพอกตับจากเมตาบอลิก ไม่ใช่แอลกอฮอล์ แต่การดื่มเพิ่มเข้าไปจะยิ่งซ้ำเติมตับ ทำให้การอักเสบเกิดง่ายขึ้น

3. เลิกใช้ยาและสมุนไพรพร่ำเพรื่อ
โดยเฉพาะพาราเซตามอลขนาดสูง หรือสมุนไพรที่ไม่มีแหล่งชัดเจน เพราะตับคืออวัยวะหลักที่ต้องกำจัดสารเหล่านี้

และอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ “การเช็กค่าตับ”
📌 ตรวจค่าเอนไซม์ตับ เช่น AST และ ALT ถ้าสูงกว่าปกติ อาจสะท้อนการอักเสบของตับ
📌 อัลตราซาวด์ช่องท้อง ช่วยดูว่ามีไขมันสะสมมากแค่ไหน
📌 ในบางกรณีอาจต้องทำ FibroScan เพื่อประเมินพังผืดและความรุนแรง

ไขมันพอกตับแก้ได้ครับ ถ้าแก้ที่ต้นเหตุ ลดพลังงานส่วนเกิน เพิ่มการเผาผลาญ และเลือกกินอาหารให้ถูก ตับเป็นอวัยวะที่ฟื้นตัวได้ดีมาก ยิ่งเริ่มเร็ว โอกาสกลับมาแข็งแรงก็ยิ่งสูงครับ สำหรับใครที่มีปัญหาค่าไขมันพอกตับสูงแล้วอยากปรึกษา หรือสนใจตัวช่วยลดไขมันพิมพ์ “33” มาได้เลยนะครับ