- 05 มี.ค. 2569
หมอเจด เปิดความจริงทำ IF 16:8 น้ำหนักลง แต่ทำไมน้ำตาลยังสูง? เปิด 5 สาเหตุสำคัญที่หลายคนพลาด แม้อดอาหารนานก็ยังคุมน้ำตาลไม่ได้
"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
หลายคนทำ IF 16:8 กินในช่วง 8 ชั่วโมง อด 16 ชั่วโมง น้ำหนักลง เสื้อผ้าหลวมลง แต่พอตรวจเลือดกลับเจอว่า “น้ำตาลยังสูง” ทั้ง Fasting glucose หรือแม้แต่ HbA1c ก็ยังไม่ขยับลงเท่าที่ควร จนเริ่มสงสัยว่าทำผิดตรงไหน ความจริงคือ IF เป็นเพียงเครื่องมือจัดเวลา ไม่ได้แก้รากของภาวะดื้ออินซูลินเสมอไป ถ้าองค์ประกอบสำคัญอื่นยังขาดอยู่ ต่อให้อดนานแค่ไหน น้ำตาลก็ยังแกว่งได้ครับ
ก่อนอื่น IF 16:8 เหมาะกับใครบ้าง?
ต้องบอกก่อนว่าการทำ IF 16:8 เหมาะกับ
• คนที่มีภาวะน้ำหนักเกิน
• ไขมันสะสมสูง อินซูลินสูง
• หรือกินจุบจิบทั้งวันแล้วควบคุมแคลอรีไม่ได้
การกำหนดกรอบเวลาอาจช่วยลดพลังงานรวมและลดอินซูลินลงได้ แต่ไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ คนที่มีประวัติน้ำตาลต่ำง่าย ผู้ที่ผอมอยู่แล้ว หรือคนที่มีปัญหาฮอร์โมนบางชนิด เพราะการอดอาหารอาจกระตุ้นคอร์ติซอลมากเกินไป ทำให้น้ำตาลยิ่งแกว่งแทนที่จะดีขึ้นครับ
1️⃣ ขาดโปรตีนพอเพียงในมื้อแรก
หลายคนเปิดมื้อด้วยข้าว ขนมปัง หรือผลไม้หวาน ๆ เพราะหิวจัดหลังอดนาน ทำให้น้ำตาลพุ่งเร็ว อินซูลินหลั่งแรงตั้งแต่มื้อแรกของวัน หากไม่มีโปรตีน ไขมันดี และไฟเบอร์ช่วยชะลอการดูดซึม น้ำตาลหลังอาหารจะขึ้นสูงและตกเร็ว เกิดอาการหิวซ้ำในไม่กี่ชั่วโมง ส่งผลให้การควบคุมระดับน้ำตาลทั้งวันยากขึ้น แม้ภาพรวมจะกินแค่ 8 ชั่วโมง แต่คุณภาพมื้อแรกกำหนดทิศทางน้ำตาลทั้งวันอย่างชัดเจน
2️⃣ ขาดกล้ามเนื้อ (ไม่ออกกำลังกายแรงต้าน)
กล้ามเนื้อคือ “โกดังเก็บน้ำตาล” ที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทุกครั้งที่เราขยับหรือเล่นเวท ร่างกายจะดึงกลูโคสเข้าเซลล์โดยไม่ต้องพึ่งอินซูลินมากนัก ถ้าไม่สร้างหรือรักษามวลกล้ามเนื้อ ภาวะดื้ออินซูลินจะยังอยู่ ต่อให้อดอาหารยาว น้ำตาลตอนเช้าอาจยังสูงจากปรากฏการณ์ที่ตับปล่อยน้ำตาลออกมา เพราะร่างกายจัดการกลูโคสได้ไม่ดีพอ
3️⃣ ขาดการนอนที่มีคุณภาพ
หลายคนทำ IF เคร่งครัด แต่ยังนอนดึก ใช้มือถือก่อนนอน หรือตื่นกลางดึกบ่อย การนอนที่ไม่ลึกทำให้คอร์ติซอลสูงตอนเช้า เกิดภาวะ Dawn phenomenon ที่น้ำตาลขึ้นเองแม้ไม่ได้กินอะไร การอดอาหารนานขึ้นในภาวะเครียดจากการอดนอน อาจยิ่งกระตุ้นฮอร์โมนความเครียด ทำให้น้ำตาลขณะอดอาหารไม่ลดลงอย่างที่หวัง และบางคนอาจเห็นตัวเลขสูงกว่าเดิมด้วยซ้ำ
4️⃣ ขาดการคุมคุณภาพคาร์โบไฮเดรต
ทำ IF ไม่ได้หมายความว่า “กินอะไรก็ได้ใน 8 ชั่วโมง” นะ ถ้าช่วงเวลากินเต็มไปด้วยของหวาน ชานม น้ำผลไม้ ขนมทอด หรือคาร์บขัดสี น้ำตาลจะพุ่งสูงซ้ำ ๆ จนตับและตับอ่อนทำงานหนัก แม้แคลอรีรวมลดลงบ้าง แต่รูปแบบการพุ่งของน้ำตาลจะยังทำร้ายหลอดเลือดและเพิ่ม HbA1c ได้ การเลือกคาร์บเชิงซ้อน ไฟเบอร์สูง และกระจายปริมาณให้เหมาะสม สำคัญไม่แพ้ช่วงเวลาเลยครับ
5️⃣ ขาดการจัดการความเครียด
ยิ่งเครียดเรื้อรัง ยิ่งทำให้คอร์ติซอลสูงครับ แถมยังกระตุ้นตับปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด แม้ไม่ได้กินเพิ่มก็ตาม หลายคนทำ IF ไปด้วย ทำงานหนักไปด้วย พักผ่อนไม่พอ ร่างกายจึงตีความว่าอยู่ในภาวะขาดพลังงานและความกดดันสูง ฮอร์โมนจะผลักน้ำตาลขึ้นเพื่อความอยู่รอด ผลลัพธ์คือเลขน้ำตาลไม่ลง ทั้งที่วินัยเรื่องเวลาอาหารดีมากแล้วก็ตาม
แล้วทำ IF 16:8 ยังไงให้ได้ผลจริง
• เปิดมื้อด้วยโปรตีน 25–35 กรัม พร้อมผักและไขมันดี เพื่อลดการพุ่งของน้ำตาล
• เสริมการออกกำลังกายแรงต้านอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
• นอนให้ได้ 7–8 ชั่วโมง และลดแสงหน้าจอก่อนนอน
• เลือกคาร์บเชิงซ้อน ลดน้ำตาลและของหวานในช่วงเวลากิน
• ประเมินความเครียด และมีช่วงพักจริงจังในแต่ละวัน
การทำ IF 16:8 เป็นเพียง “กรอบเวลา”ครับ แต่ ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการคุมน้ำตาล ถ้าขาด 5 อย่างนี้ไป น้ำตาลก็ยังสูงได้เหมือนเดิมครับ ลองปรับทั้งเวลา คุณภาพอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อนควบคู่กัน แล้วผลเลือดจะค่อย ๆ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนตาชั่ง






