- 25 มี.ค. 2569
"หมอเจด" เตือนเอง "ค่าไตรกลีเซอไรด์" เท่าไหร่ เสี่ยงโรคหัวใจไม่รู้ตัว พร้อมแนะวิธีลดไตรกลีเซอไรด์ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
วันที่ 25 มี.ค. 2569 หมอเจด นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผย ค่าไตรกลีเซอไรด์เท่าไหร่ เสี่ยงโรคหัวใจไม่รู้ตัว โดยระบุว่า หลายคนตรวจสุขภาพแล้วเห็นคำว่า "ไตรกลีเซอไรด์สูง" แต่ไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าไม่อันตรายเท่าคอเลสเตอรอล
แต่จริง ๆ แล้ว "ไตรกลีเซอไรด์" คือไขมันในเลือดที่สะท้อนพฤติกรรมการกินโดยตรง โดยเฉพาะหวาน แป้ง และแอลกอฮอล์ ที่สำคัญคือมักไม่มีอาการ แต่กำลังทำให้เลือดข้น หลอดเลือดอักเสบ และเสี่ยงโรคหัวใจแบบเงียบ ๆ มาดูระดับที่ควรรู้ไว้
1. ต่ำกว่า 150 mg/dL = ปกติ (ยังอยู่ในโซนปลอดภัย)
ระดับนี้ถือว่าร่างกายจัดการไขมันได้ดี เลือดยังไม่ข้น หลอดเลือดยังไม่อักเสบ ความเสี่ยงโรคหัวใจยังต่ำ แต่ต้องระวังพฤติกรรมที่ทำให้ค่าสูงขึ้น เช่น กินหวานบ่อย ดื่มแอลกอฮอล์ หรือไม่ค่อยขยับ เพราะไตรกลีเซอไรด์สามารถขึ้นเร็วมากโดยไม่รู้ตัว
2. 150–199 mg/dL = เริ่มสูง (ไขมันเริ่มสะสมแบบเงียบ ๆ)
ช่วงนี้คือ "สัญญาณเตือน" ว่าร่างกายเริ่มมีไขมันส่วนเกินจากการกินเกิน โดยเฉพาะน้ำตาลและแป้งส่วนเกินที่ถูกเปลี่ยนเป็นไขมันในเลือด แม้ยังไม่มีอาการ แต่หลอดเลือดเริ่มอักเสบและเสี่ยงสะสมคราบไขมันในผนังหลอดเลือดมากขึ้น ถ้าไม่ปรับพฤติกรรม ค่านี้มักไต่ขึ้นต่อ
3. 200–499 mg/dL = สูง (เสี่ยงหลอดเลือดตีบโดยไม่รู้ตัว)
ระดับนี้ถือว่าสูงชัดเจน ไตรกลีเซอไรด์ที่มากเกินจะทำให้เลือดข้นขึ้น และกระตุ้นการอักเสบของหลอดเลือด ทำให้เกิดคราบไขมันเกาะผนังหลอดเลือด (atherosclerosis) ได้ง่ายขึ้น เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและสโตรก แม้ยังไม่มีอาการชัด แต่ความเสียหายกำลังสะสม
4. 500 mg/dL ขึ้นไป = สูงมาก (เสี่ยงตับอ่อนอักเสบ + หัวใจ)
ถ้าค่าสูงระดับนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องหัวใจ แต่ยังเสี่ยง "ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน" ซึ่งอันตรายได้ทันที เลือดจะมีไขมันลอยสูงมากจนระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ มักพบในคนที่กินหวานจัด ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย หรือมีเบาหวานร่วมด้วย ต้องรีบลดระดับและพบแพทย์
5. สูงร่วมกับ HDL ต่ำ / น้ำตาลสูง = เสี่ยงหนักขึ้นหลายเท่า
ถ้าไตรกลีเซอไรด์สูงร่วมกับ "ไขมันดี (HDL) ต่ำ" หรือมีน้ำตาลในเลือดสูง จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจแบบก้าวกระโดด เพราะเป็นสัญญาณของภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรังในหลอดเลือด ซึ่งมักไม่มีอาการ แต่เป็นต้นเหตุของหลอดเลือดตีบและสโตรกในระยะยาว
ลดไตรกลีเซอไรด์ ลดเสี่ยงหัวใจ ทำวันนี้ได้เลย
- ลดหวาน แป้งขัดสี และน้ำตาลเหลว เช่น ชานม น้ำอัดลม
- งดหรือจำกัดแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ไตรกลีเซอไรด์พุ่งเร็ว
- เดินหลังอาหาร 10–20 นาที ช่วยลดไขมันในเลือดได้จริง
- ควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง
- เลือกกินอาหารที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น ปลาโอเมก้า-3 ถั่ว ผักใบเขียว
- ตรวจเลือดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคนที่มีพุง เบาหวาน หรือไขมันสูง
จริง ๆ ไตรกลีเซอไรด์ไม่ได้อันตรายเพราะทำให้เรารู้สึกอะไร แต่เพราะมัน "ทำร้ายหลอดเลือดแบบเงียบ ๆ" หลายคนไม่มีอาการเลยจนวันหนึ่งกลายเป็นโรคหัวใจหรือสโตรก การลดหวาน ขยับร่างกาย และตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ คือวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่วันนี้






