- 01 เม.ย. 2569
ย้อนปม "อาจารย์โต้ง" สอบความไม่โปร่งใสกรณีขนดินออกจากมหาวิทยาลัย 140 คันรถ สืบจนรู้ตัวการ โดนอิทธิพลทั้งบนดินและใต้ดิน
ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง กับกรณีรองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรือ อาจารย์โต้ง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีถูกมหาวิทยาลัยสั่งให้ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ซึ่งหนังสือแจ้งวันที่ 31 มีนาคม 2569 และให้มีผลในวันที่ 1 เมษายน 2569 ทันที
สำหรับต้นตอของเรื่องราวในครั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา "อาจารย์โต้ง" ได้มาร้องขอความเป็นธรรมผ่านรายการ โหนกระแส หลังถูกปลดออกจากตำแหน่ง ภายหลังเข้าไปตรวจสอบกรณีการลักลอบขนดินภายในมหาวิทยาลัยกว่า 140 คันรถ
พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแล แต่กลับไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการด้านธรรมาภิบาล
เหตุการณ์คืออาจารย์โต้ง ได้รับมอบหมายจากอธิการบดีให้ตรวจสอบ หลังมีรายงานว่ามีการลักลอบนำดินออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัยจำนวน 140 คันรถ โดยการสอบสวนพบข้อเท็จจริงชัดเจนว่ามีการขนดินออกไปโดยไม่เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัย ซึ่งดินดังกล่าวถือเป็นทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมีระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ (License Plate Recognition) ทำให้สามารถตรวจสอบเส้นทางและทะเบียนรถที่เกี่ยวข้องได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีหลักฐานทั้งภาพถ่าย รถแม็คโครขณะตักดิน คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลทะเบียนรถยืนยันการกระทำผิด
อย่างไรก็ตาม หลังจากรายงานผลการตรวจสอบกลับพบว่า มีความพยายาม "แทรกแซงกระบวนการ" ไม่ให้ดำเนินการต่อ พร้อมมีการแต่งตั้งบุคคลบางรายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหาร และมีการเปลี่ยนแปลงตัวอธิการบดี จนนำไปสู่ข้อสงสัยจากสังคมเรื่องระบบอุปถัมภ์ภายในสถาบัน
ตนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยัง กระทรวง อว. ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ต่อมาได้ยื่นซ้ำอีกหลายครั้ง ทั้งวันที่ 16 กรกฎาคม 1 ธันวาคม และล่าสุดเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำชี้แจงหรือความคืบหน้าใด ๆ อย่างเป็นทางการ
พร้อมกันนี้ อาจารย์ยังยืนยันว่า การปลดตนออกจากตำแหน่ง รวมถึงการเปลี่ยนตัวรองอธิการบดีและรองคณบดีอีก 2 ราย เป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นธรรมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยย้ำว่าไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง แต่ยึดมั่นในความถูกต้องและความยุติธรรมในฐานะนักวิชาการ
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่าถูกโจมตีผ่าน "เพจอวตาร" ซึ่งจากการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับนักการเมืองท้องถิ่นและผู้บริหารบางรายในมหาวิทยาลัย โดยอาศัยประสบการณ์จากการเป็นอดีตตำรวจ เป็นนักสืบ ทำให้ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวดังกล่าว
อาจารย์ย้ำว่าสาเหตุหลัก (ต้นเรื่อง) มาจากเรื่อง การลักลอบขนดิน 140 คันรถ หลักฐานชัดเจน มีทั้งภาพถ่ายรถแม็คโครขณะตักดิน คลิปวิดีโอวงจรปิด และข้อมูลจากระบบบันทึกป้ายทะเบียนรถ อาจารย์ตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้ "น่าจะไปเกี่ยวข้องกับคนที่มีอำนาจ" และการต่อสู้ครั้งนี้ต้องเจอทั้งการใช้อิทธิพล "บนดินและใต้ดิน" จนคนอื่นไม่กล้าเข้ามายุ่ง อาจารย์กล่าวว่ามีการ "ส่งสัญญาณ" มาหาตนเองเพื่อให้หยุดพูด แต่ตนเองไม่หยุดเพราะต้องการสร้างบรรทัดฐานความยุติธรรมในวงการศึกษา
อาจารย์เตรียมใจไว้แล้วว่าหลังการพูดครั้งนี้ อาจจะโดนสั่งให้เขียนรายงานชี้แจง หรืออาจจะได้รับ "ซองขาว" (ถูกไล่ออก) ซึ่งอาจารย์ย้ำว่า "ก็ไม่เป็นไร" เพราะตนเองยึดถือความถูกต้อง
ท้ายที่สุด อาจารย์เรียกร้องให้กระทรวง อว. ทำหน้าที่กำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษาอย่างจริงจัง เปรียบเสมือนบทบาทขององค์กรอิสระ พร้อมขอให้สื่อมวลชนช่วยติดตามและตั้งคำถามต่อทั้งมหาวิทยาลัยและผู้บริหารระดับกระทรวง เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเป็นธรรมต่อสาธารณชน






