"อ.ช้าง" เปิดนิสัยแท้จริง "อ.โต้ง" เห็นมากับตาตั้งแต่สมัยเรียน

“อ.ช้าง มือปราบคอลเซ็นเตอร์” โพสต์เปิดใจถึง “อ.โต้ง” หลังเกิดกระแสถูกมหาวิทยาลัยสั่งให้ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

กลายเป็นประเด็นร้อน หลัง รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรือ “อาจารย์โต้ง” โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าถูกมหาวิทยาลัยมีคำสั่งให้ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ตามหนังสือแจ้งลงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และให้มีผลทันทีในวันที่ 1 เมษายน 2569 โดยเจ้าตัวเผยว่าเกิดขึ้นภายหลังไปออกรายการเปิดใจประเด็นต่าง ๆ พร้อมติดแฮชแท็ก “ธรรมาภิบาล” และ “กระทรวง อว.” จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์

 

อ.ช้าง เปิดนิสัยแท้จริง อ.โต้ง เห็นมากับตาตั้งแต่สมัยเรียน

อ.ช้าง เปิดนิสัยแท้จริง อ.โต้ง เห็นมากับตาตั้งแต่สมัยเรียน

 

ต่อมา อาจารย์ช้าง มือปราบคอลเซ็นเตอร์ ได้โพสต์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเล่านิสัยของ อาจารย์โต้งที่รู้จักตั้งแต่สมัยเรียน จนถึงปัจจุบันนี้ เชื่ออย่างสนิทใจว่าเป็นคนดีจากข้างใน ไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย ยึดเป็นไอดอลในการดำเนินชีวิตได้
 
เห็นข่าวพี่โต้ง รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล แล้วทั้งตกใจและเสียใจมากๆครับ 

เนื่องจากผมรู้จักกับท่านมาตั้งแต่ ปี 2534 ตอนสมัยที่ยังเป็นเด็กมัธยม เรียนกวดวิชาตอน ม. 4 เพื่อเตรียมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารในสถาบันกวดวิชา แถวถนนราชดำเนิน พี่โต้งเป็นนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบ เป็นเด็กที่นั่งอยู่แถว 2 ตอนหน้าของห้องเรียนฝั่งด้านขวา ส่วนผมนั่งแถว 3 ฝั่งด้านซ้าย 

ผมเองเป็นคนที่ตั้งใจเรียนบ้างขี้เล่นบ้างส่วนพี่โต้งเป็นคนที่ตั้งใจเรียนมากๆ บางครั้งเวลาที่ผมคุยหยอกล้อกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน แอบหันไปดูพี่โต้งก็จะนั่งตู้ๆ บุคลิกนิ่งๆ ไม่คุยไม่เล่นกับใคร(เป็นศัพท์แสลงที่พวกนักเรียนนายร้อยใช้เรียกคนที่มีความตั้งใจความเนี๊ยบความเป็นระเบียบเรียบร้อย ระเบียบวินัยดีเยี่ยม) 

พี่โต้งจึงประสบความสำเร็จสอบติดเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 35 และนายร้อยตำรวจรุ่น 51 ส่วนผมอกหัก ต้องพยายามใหม่อีกปีนึงจึงเข้าไปเป็นรุ่นน้องของพี่โต้ง 

ตอนเด็กๆพี่โต้งเป็นคนอย่างไร ปัจจุบันก็ยังเห็นพี่โต้งเป็นคนอย่างนั้นเสมอ ไม่ว่าจะเห็นภาพพี่โต้งในขณะใดก็ตาม สมัยเป็นนักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนนายร้อยตำรวจ หรือแม้กระทั่ง พี่โต้งกลับมาเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจด้วยกัน 

อ.ช้าง เปิดนิสัยแท้จริง อ.โต้ง เห็นมากับตาตั้งแต่สมัยเรียน

 

ผมเชื่อว่าคนที่เป็นตำรวจแล้วเลือกที่จะเดินสายวิชาการมาเป็นครูบาอาจารย์ ความคิดจิตใจก็คงไม่ต่างกันคืออยากเอาความรู้ความสามารถมาถ่ายทอด ลูกศิษย์ และไม่คิดถึงผลประโยชน์อื่นใดในทางที่ไม่ชอบ แบบที่ใครๆพูดกัน
แต่สุดท้ายพี่โต้งก็ลาออกจากราชการไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแบบเต็มตัวก่อนหน้านี้เกือบ 8 ปีเห็นจะได้ เป็นนักวิชาการทางด้านอาชญาวิทยาเบอร์ต้นๆของประเทศไทยที่ใครๆก็รู้จัก 

กับข่าวที่เกิดขึ้นโดยข้อเท็จจริงผมไม่ทราบจึงไม่กล้าที่จะวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ แม้ว่าผมจะได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่โต้งอยู่บ่อยๆ แต่กับปัญหาที่เกิดขึ้นของพี่โต้งนั้นผมก็ไม่เคยที่จะสอบถามเพราะให้เกียรติและเคารพ แต่ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่าโดยเนื้อแท้ของพี่โต้งนั้น เป็นคนดีจากข้างใน คิดดีทำดีพูดดีปฏิบัติดีไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย สามารถยึดถือให้เป็นไอดอลเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตได้ 

ขอส่งกำลังใจให้พี่โต้งครับ และอยากให้ประชาชนคนไทยทุกคน ช่วยเป็นกำลังใจให้ท่านด้วยครับ 

 

อ.ช้าง เปิดนิสัยแท้จริง อ.โต้ง เห็นมากับตาตั้งแต่สมัยเรียน