"ไต" ของคุณ เริ่มคุมโพแทสเซียมไม่อยู่แล้ว ถ้ามี "6อาการ" ดังนี้

เช็กให้ทัน! "หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ เตือนคนไตเสื่อม อย่ามองข้าม “โพแทสเซียม” เผยสัญญาณสำคัญที่บอกว่าไตเริ่มคุมไม่อยู่ เสี่ยงกระทบหัวใจโดยไม่รู้ตัว

เช็กยังไงว่าไตเริ่ม คุมโพแทสเซียม ไม่อยู่แล้ว! เปิดข้อมูลสำคัญจาก "หมอเจดนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

คนที่เริ่มมีค่าไตเสื่อม มักโฟกัสแค่ค่า eGFR หรือครีอะตินีน แต่ลืมดูค่า “โพแทสเซียม” ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นแร่ธาตุที่ “มีประโยชน์มาก” ต่อร่างกายนะ โดยเฉพาะช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจ การทำงานของกล้ามเนื้อ และสมดุลความดันโลหิต คนทั่วไปที่สุขภาพดี หรือคนที่ต้องการคุมความดัน มักได้ประโยชน์จากโพแทสเซียมอย่างชัดเจน
แต่ในคนที่ไตเริ่มมีปัญหา การขับโพแทสเซียมจะลดลง ทำให้ระดับในเลือดอาจสูงเกิน และเริ่มกระทบหัวใจได้โดยไม่รู้ตัว ที่น่ากลัวคือ หลายครั้ง “ไม่มีอาการชัดเจน” จนกว่าจะเริ่มอันตราย นี่คือสัญญาณที่บอกว่าไตอาจเริ่มคุมโพแทสเซียมไม่ไหวแล้วครับ

"ไต" ของคุณ เริ่มคุมโพแทสเซียมไม่อยู่แล้ว ถ้ามี "6อาการ" ดังนี้

1️⃣ ค่าโพแทสเซียมในเลือดเริ่ม “สูงเกินปกติ”
ปกติจะอยู่ประมาณ 3.5–5.0 mEq/L ถ้าตรวจแล้วเริ่มเกิน 5.0 หรือมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ยังไม่มีอาการ แปลว่าไตเริ่มขับโพแทสเซียมได้ไม่ดีแล้ว ควรเริ่มคุมอาหารและติดตามค่าใกล้ชิด และควรดูแนวโน้มค่าซ้ำ ๆ ไม่ใช่ดูแค่ครั้งเดียว เพราะการค่อย ๆ สูงขึ้นต่อเนื่อง บอกการเสื่อมของการควบคุมได้ชัดเจนกว่า

2️⃣ ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ
โพแทสเซียมสูงจะรบกวนระบบไฟฟ้าของหัวใจ ทำให้เกิดอาการใจสั่น เต้นไม่สม่ำเสมอ หรือรู้สึกเหมือนหัวใจกระตุก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเสี่ยงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงได้ บางคนอาจมีอาการแน่นหน้าอก เวียนหัว หรือหน้ามืดร่วมด้วย ซึ่งต้องรีบตรวจทันที

3️⃣ อ่อนแรง กล้ามเนื้อไม่มีแรง โดยเฉพาะขา
โพแทสเซียมมีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ถ้าสูงเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เหนื่อยง่าย เดินแล้วไม่มีแรง หรือรู้สึกยกขาไม่ขึ้นในบางช่วง ซึ่งเป็นสัญญาณที่หลายคนคิดว่าแค่เพลียธรรมดา แต่จริง ๆ อาจเป็นสัญญาณของสมดุลเกลือแร่ที่ผิดปกติ และถ้ารุนแรงอาจถึงขั้นกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั้งตัวได้

4️⃣ ชา หรือรู้สึกแปลก ๆ ตามปลายมือปลายเท้า
โพแทสเซียมที่สูงอาจกระทบการทำงานของเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการชา ซ่า หรือรู้สึกผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณปลายมือปลายเท้า ซึ่งบางครั้งจะสับสนกับอาการจากเบาหวานได้ หากอาการเป็นบ่อย หรือรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ควรตรวจเลือดเพื่อแยกสาเหตุให้ชัดเจน

5️⃣ กินอาหารเดิม แต่ค่าโพแทสเซียม “ขึ้นง่าย”
ถ้าเมื่อก่อนกินผักหรืออาหารบางอย่างแล้วค่าไม่ขึ้น แต่ช่วงหลังค่าโพแทสเซียมเริ่มขึ้นง่ายขึ้น แม้กินเท่าเดิม นี่คือสัญญาณว่าไตเริ่มคุมสมดุลไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว ควรเริ่มจดบันทึกอาหารที่กิน และติดตามผลเลือดร่วมด้วย เพื่อดูว่าอาหารชนิดไหนกระทบค่ามากที่สุด

6️⃣ ไตเสื่อมระยะมากขึ้น (eGFR ลดลง)
ยิ่ง eGFR ต่ำ ความสามารถในการขับโพแทสเซียมจะยิ่งลดลง โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ระยะ 3 ขึ้นไป ต้องเริ่มระวังอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง และติดตามค่าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงอาจต้องปรับอาหารแบบเฉพาะบุคคล เพื่อป้องกันไม่ให้โพแทสเซียมสูงจนเป็นอันตรายต่อหัวใจ

วิธีดูแลเมื่อไตเริ่มคุมโพแทสเซียมไม่ดี

• เลือกผักผลไม้ที่โพแทสเซียมไม่สูง และคุมปริมาณต่อมื้อ
• หลีกเลี่ยงอาหารโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย อะโวคาโด น้ำมะพร้าว
• ระวังน้ำผลไม้ และเครื่องดื่มสุขภาพบางชนิดที่โพแทสเซียมสูง
• ตรวจเลือดติดตามค่าโพแทสเซียมอย่างสม่ำเสมอ
• ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา หรืออาหารเสริมบางชนิด

การที่มีค่าโพแทสเซียมสูงไม่ใช่เรื่องเล็กครับ เพราะเกี่ยวกับ “หัวใจโดยตรง” ถ้าเริ่มมีสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบปรับอาหาร และติดตามค่าอย่างใกล้ชิด อย่ารอให้มีอาการชัด เพราะบางครั้งอาจเกิดแบบเฉียบพลันได้ การดูแลตั้งแต่ระยะต้นจะช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และช่วยชะลอการเสื่อมของไตในระยะยาวได้จริงครับ