หมอเปิดชัดๆ 5 อาการ สัญญาณเตือน "น้ำตาลทำร้ายไต" หลายคนไม่รู้ตัว

"หมอเจด" เปิดชัดๆ 5 อาการ สัญญาณเตือน "น้ำตาลทำร้ายไต" ช่วงแรกแทบไม่มีอาการ แต่ไตอาจเริ่มเสื่อมไปแล้วแบบไม่รู้ตัว

เมื่อเร็วๆนี้ หมอเจด นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผย 5 สัญญาณ "น้ำตาลทำร้ายไต" ที่หลายคนไม่รู้ตัว โดยระบุว่า หลายคนโฟกัสแต่น้ำตาลในเลือด แต่ไม่รู้ว่า "ไต" คืออวัยวะที่โดนกระทบเงียบ ๆ มากที่สุด โดยเฉพาะคนที่น้ำตาลสูงบ่อย หรือเริ่มดื้ออินซูลิน ช่วงแรกแทบไม่มีอาการ แต่ไตอาจเริ่มเสื่อมไปแล้วแบบไม่รู้ตัว นี่คือ 5 สัญญาณที่บอกว่า "น้ำตาลกำลังทำร้ายไต"

 

หมอเปิดชัดๆ 5 อาการ สัญญาณเตือน น้ำตาลทำร้ายไต หลายคนไม่รู้ตัว

1. ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
ถ้าต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น โดยเฉพาะกลางคืน อาจไม่ใช่แค่ดื่มน้ำเยอะ แต่เป็นสัญญาณว่าไตกำลังทำงานหนักจากน้ำตาลในเลือดที่สูง ทำให้ต้องขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะมากขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานผิดปกติของไต รวมถึงทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้เพลียและอ่อนแรงมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว


2. ปัสสาวะมีฟองนานกว่าปกติ
ฟองปัสสาวะที่ไม่หายไปเร็ว อาจเป็นสัญญาณของ “โปรตีนรั่ว” ซึ่งเกิดจากตัวกรองของไตเริ่มเสียหาย น้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานจะไปทำลายหลอดเลือดเล็ก ๆ ในไต ทำให้กรองโปรตีนได้ไม่ดี และเป็นสัญญาณเริ่มต้นของไตเสื่อม ถ้าปล่อยไว้นาน อาจพัฒนาไปสู่ไตเสื่อมเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว


3. บวมง่าย โดยเฉพาะหน้า เท้า ข้อเท้า
ถ้ารู้สึกว่าหน้าบวม ตัวบวม หรือมีรอยกดบุ๋มที่ขา อาจเกิดจากไตเริ่มคุมสมดุลน้ำในร่างกายไม่ได้ น้ำจึงคั่งอยู่ในเนื้อเยื่อ ยิ่งถ้ามาคู่กับอาการอ่อนเพลีย ควรเริ่มระวัง เพราะเป็นสัญญาณที่ไตเริ่มทำงานลดลง และอาจส่งผลต่อความดันโลหิตและระบบไหลเวียนในระยะยาวได้

4. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
ไตมีหน้าที่ช่วยรักษาสมดุลของเลือด เมื่อไตเริ่มมีปัญหา อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง หรือเวียนหัวได้ แม้ไม่ได้ใช้แรงมาก ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นแค่พักผ่อนไม่พอ และอาจปล่อยให้ไตเสื่อมต่อไปโดยไม่รู้ตัว จนเข้าสู่ระยะที่รักษายากขึ้น


5. ค่าน้ำตาลแกว่ง + ความดันเริ่มสูง
ถ้าน้ำตาลในเลือดควบคุมยาก และเริ่มมีความดันสูงร่วมด้วย นี่คือสัญญาณสำคัญที่ไตกำลังได้รับผลกระทบ เพราะไตมีบทบาทในการควบคุมความดัน เมื่อไตเริ่มเสื่อม ความดันจะยิ่งคุมยาก และเกิดเป็นวงจรที่ทำให้ไตแย่ลงเรื่อย ๆ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมา


ไม่อยากให้น้ำตาลทำร้ายไต ให้เริ่มทำแบบนี้

  • ลดน้ำหวาน น้ำตาลแฝง และเครื่องดื่มหวานทุกชนิดให้ได้มากที่สุด
  • เลือกคาร์บเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง แทนแป้งขัดขาว
  • เพิ่มโปรตีนพอดี ไม่มากเกินไป เพื่อลดภาระไต
  • ดื่มน้ำให้พอ กระจายทั้งวัน ช่วยให้ไตทำงานดีขึ้น
  • ขยับร่างกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังอาหาร
  • ตรวจค่าไตและน้ำตาล เช่น FBS, HbA1C เป็นระยะ


อย่ารอให้ไตพังแล้วค่อยดูแล เพราะไตเสื่อมมักไม่แสดงอาการชัดในช่วงแรก ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งชะลอได้เร็ว เริ่มจากคุมระดับน้ำตาล ลดหวาน ดื่มน้ำให้พอ และตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกิน หรือมีประวัติครอบครัว จะช่วยป้องกันไม่ให้ลุกลามจนต้องฟอกไตในอนาคต

 

ขอบคุณ FB : หมอเจด