- 11 พ.ค. 2569
ทหารพรานอรัญประเทศรวบคนไทย 11 คน ลอบกลับเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ หลังถูกหลอกไปทำงานในกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา อ้างรายได้ดี
วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ร่วมกับทหารพรานและชุดปฏิบัติการชายแดน ยังคงเดินหน้าสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวคนไทยได้จำนวน 11 คน เป็นชาย 7 คน และหญิง 4 คน ขณะลักลอบเดินเท้ากลับเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณบ้านป่าไร่ใหม่ หมู่ 8 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารการเดินทางติดตัว
จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าทั้งหมดถูกหลอกผ่านเฟซบุ๊กและแอปพลิเคชันไลน์ โดยมีการโฆษณารับสมัครงานรายได้ดี ทั้งงานรักษาความปลอดภัย งานโรงแรม งานไอที งานขับรถ และงานทั่วไป อ้างว่าเป็นงานในพื้นที่ชายแดนไทย แต่สุดท้ายกลับถูกลักลอบพาข้ามแดนไปยังกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา
ผู้เสียหายให้ข้อมูลตรงกันว่า หลังตอบตกลงทำงาน จะมีนายหน้าชาวไทยส่งรถไปรับจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ก่อนพาไปพักตามรีสอร์ตหรือบังกะโลในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อรอเวลาข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย
จากนั้นจะมีผู้นำพาพาเดินเท้าผ่านไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง และช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดน บางจุดต้องเดินข้ามคลองแห้งเข้าสู่ฝั่งกัมพูชา ก่อนจะมีรถยนต์มารับต่อเข้าไปยังอาคารหลายแห่งในกรุงปอยเปต ซึ่งผู้เสียหายเรียกว่า “ตึกบันไดเหล็ก”, “ตึกโต๊ะสนุ๊ก” และ “ตึกเอียจวง”
อาคารดังกล่าวมีลักษณะเป็นตึกหลายชั้น มีรั้วปูน ประตูเหล็ก และมียามเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง บางจุดมีผู้คุมถืออาวุธปืน โดยเมื่อเดินทางไปถึง กลุ่มผู้เสียหายจะถูกยึดโทรศัพท์มือถือ บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัวทันที
ผู้เสียหายบางรายยังระบุว่า ถูกบังคับให้สแกนใบหน้า ถ่ายภาพ และเตรียมเข้าสู่กระบวนการทำงาน ขณะที่บางคนถูกทำร้ายร่างกายเมื่อพยายามขัดขืนหรือโวยวาย
นายกาหลง อายุ 60 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนถูกหลอกว่าจะได้ทำงานเฝ้ารถในประเทศไทย ค่าแรงวันละ 350–500 บาท แต่เมื่อถึงปอยเปตกลับถูกยึดโทรศัพท์และบัตรประชาชน พร้อมถูกทำร้ายบริเวณซี่โครง หลังพยายามโต้แย้งว่าถูกหลอก
ด้านหญิงสาววัย 24 ปี ชาว จ.สระบุรี ซึ่งทำงานด้านไอที ให้ข้อมูลว่า ถูกเสนอเงินเดือนสูงถึง 50,000 บาท แต่เมื่อเดินทางถึงกลับถูกกักตัวอยู่ในอาคารที่มียามติดอาวุธเฝ้า และถูกยึดโทรศัพท์รวมถึงสมาร์ทวอทช์ทันที
ขณะที่หญิงวัย 43 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด ระบุว่า ถูกสแกนใบหน้าหลายครั้งถึง 8 รอบ ก่อนถูกสั่งให้อยู่รอภายในตึกดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่กลุ่มผู้เสียหายถูกกักตัวอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชาได้เข้มงวดปราบปรามเครือข่ายผิดกฎหมายในพื้นที่ ทำให้กลุ่มชาวจีนที่ควบคุมตัวอยู่ ตัดสินใจปล่อยทั้งหมดกลับประเทศไทย โดยใช้รถยนต์นำมาส่งใกล้แนวชายแดน ก่อนชี้ช่องทางธรรมชาติให้เดินกลับเข้าฝั่งไทย
กระทั่งทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานตรวจพบและควบคุมตัวไว้ได้ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวคนไทยทั้ง 11 คน ให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามเครือข่ายนายหน้าและขบวนการหลอกคนไทยไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งคาดว่าอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่กำลังระบาดในพื้นที่ชายแดนขณะนี้
