- 26 พ.ค. 2569
"หมอเจด" เตือนแล้วนะ ห้ามทำ 7 พฤติกรรมนี้หลังตื่นนอน อาจทำให้เวียนหัว หน้ามืด หรือความดันพุ่งแบบไม่รู้ตัวได้
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เผย หลังตื่นนอน "ห้ามทำสิ่งนี้ทันที" ถ้าไม่อยากความดันพุ่ง! โดยระบุว่า
หลายคนตื่นปุ๊บ ลุกพรวดปั๊บ รีบจับมือถือ รีบเข้าห้องน้ำ รีบกินกาแฟ หรือบางคนรีบออกจากบ้านทันที ทั้งที่จริงช่วง "หลังตื่นนอน" เป็นช่วงที่ความดันและหัวใจกำลังปรับตัวหนักมาก เพราะร่างกายกำลังเปลี่ยนจากโหมดพัก มาเป็นโหมดตื่นเต็มระบบ ถ้าทำบางอย่างเร็วเกินไป โดยเฉพาะในคนที่มีความดันสูงอยู่แล้ว อาจทำให้เวียนหัว หน้ามืด หรือความดันพุ่งแบบไม่รู้ตัวได้นะ วันนี้ผมจะพามาดูว่าอะไรที่ไม่ควรทำทันทีหลังตื่นนอน
1. อย่าลุกพรวดทันที หลังตื่นนอน
ตอนนอน เลือดจะกระจายตัวต่างจากตอนยืนครับ พอลุกเร็วเกินไป ความดันอาจแกว่งทันที ทำให้เวียนหัว ใจสั่น หรือหน้ามืดได้ โดยเฉพาะคนที่อายุมาก ความดันสูง หรือกินยาความดันอยู่ ลองนั่งบนเตียงสักครู่ก่อน ร่างกายจะปรับตัวได้ดีกว่า บางคนหน้ามืดจนเกือบล้ม ทั้งที่คิดว่าแค่ลุกเร็วไม่น่าเป็นอะไร
2. ตื่นแล้วรีบเช็กมือถือ สมองจะเครียดตั้งแต่ยังไม่ลุกจากเตียง
หลายคนเปิดตาแล้วหยิบมือถือทันที เจอทั้งข่าว งาน ข้อความ หรือเรื่องเครียดตั้งแต่เช้า ทำให้ฮอร์โมนความเครียดพุ่งเร็ว หัวใจเต้นเร็วขึ้น และความดันขึ้นง่ายกว่าเดิมครับ บางทีวันยังไม่ทันเริ่ม แต่ร่างกายเข้าสู่โหมดเครียดไปแล้ว โดยเฉพาะคนที่ตื่นมาแล้วอ่านข่าวหรืออีเมลงานทันที ความดันยิ่งแกว่งง่าย
3. กาแฟทันทีหลังตื่น อาจทำให้ความดันพุ่งมากขึ้น
ช่วงเช้า ร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงตามธรรมชาติอยู่แล้ว ถ้าเติมคาเฟอีนเข้าไปทันที โดยเฉพาะกาแฟหวานหรือเข้มมาก ความดันและหัวใจอาจยิ่งพุ่งง่ายขึ้น บางคนใจสั่น มือสั่น หรือปวดหัวช่วงเช้าโดยไม่รู้ว่าเกี่ยวกับกาแฟ โดยเฉพาะคนที่ดื่มตอนท้องว่าง จะยิ่งกระตุ้นหัวใจและกรดในกระเพาะได้
4. กลั้นปัสสาวะตอนเช้า ทำให้ร่างกายเครียดโดยไม่รู้ตัว
กระเพาะปัสสาวะที่เต็มมาก ๆ จะกระตุ้นระบบประสาทและทำให้ความดันสูงขึ้นได้ บางคนตื่นแล้วมัวเล่นมือถือ หรือทำอย่างอื่นก่อน ทั้งที่ปวดปัสสาวะอยู่ แบบนี้ร่างกายจะยิ่งเครียดโดยไม่จำเป็นครับ และบางคนยิ่งกลั้นนาน ยิ่งรู้สึกใจเต้นแรงหรือปวดหัวช่วงเช้าตามมาด้วย
5. ตื่นมาแล้วรีบออกแรงหนักทันที ร่างกายอาจยังไม่พร้อม
โดยเฉพาะคนที่รีบออกไปวิ่ง ยกของหนัก หรือออกกำลังกายหนักตั้งแต่ยังไม่วอร์ม ร่างกายอาจยังปรับการไหลเวียนเลือดไม่ทัน ทำให้ความดันแกว่งง่ายขึ้น ช่วงเช้าควรเริ่มจากขยับเบา ๆ ก่อน โดยเฉพาะคนที่มีโรคหัวใจหรือความดันสูง ยิ่งควรระวังเรื่องนี้มากขึ้น
6. นอนน้อย ยิ่งทำให้ความดันเช้าพุ่งง่ายกว่าเดิม
คนที่นอนดึก หรือหลับไม่ลึก ร่างกายจะมีฮอร์โมนความเครียดสูงตั้งแต่ตื่นครับ เลยทำให้ช่วงเช้าความดันสูงง่าย หัวใจเต้นเร็ว และมึนหัวง่ายกว่าปกติ บางคนตื่นมาเหมือนไม่ได้พัก ทั้งที่นอนครบชั่วโมง ยิ่งถ้ามีนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ความดันจะยิ่งแกว่งมากขึ้น
7. ช่วงเช้า คือช่วงที่หัวใจและหลอดเลือดต้องระวังที่สุดช่วงหนึ่ง
มีข้อมูลว่าหลายภาวะ เช่น หัวใจขาดเลือด หรือเส้นเลือดสมอง มักเกิดช่วงเช้ามากขึ้น เพราะความดันและฮอร์โมนต่าง ๆ กำลังเปลี่ยนเร็ว เพราะฉะนั้นอย่าเริ่มวันแบบรีบเร่งเกินไปเลยครับ ร่างกายต้องการเวลา "ค่อย ๆ ตื่น" เหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว ยิ่งไม่ควรหักโหมตั้งแต่เพิ่งลืมตา
สิ่งที่ช่วยให้ความดันช่วงเช้านิ่งขึ้นได้จริง
- ตื่นแล้วค่อย ๆ ลุก นั่งห้อยขาสัก 1–2 นาที ก่อนยืน ช่วยลดอาการหน้ามืดและความดันแกว่ง
- ดื่มน้ำ 1 แก้วหลังตื่น เพราะตอนนอนร่างกายเสียเหงื่อและขาดน้ำเล็ก ๆ ได้ ทำให้เลือดข้นขึ้น
- รับแดดอ่อน ๆ ตอนเช้า 10–15 นาที ช่วยรีเซ็ตนาฬิกาชีวิตและสมดุลฮอร์โมนความเครียด
- ลดกาแฟหวานจัด หรือคาเฟอีนหนักทันทีหลังตื่น โดยเฉพาะคนที่ใจสั่นหรือความดันสูงอยู่แล้ว
- นอนให้พอ และพยายามนอนเวลาเดิม เพราะการนอนมีผลต่อฮอร์โมนและความดันโดยตรง
- ลดเค็มช่วงมื้อเย็น เพราะโซเดียมสูงทำให้ความดันตอนเช้าพุ่งง่ายขึ้นในบางคน
- ถ้ามีความดันสูง ควรวัดช่วงเช้าสม่ำเสมอ จะเห็นว่าความดันแกว่งช่วงไหนบ้าง
หลายคนดูแลสุขภาพทั้งวัน แต่กลับลืมว่า "ช่วงไม่กี่นาทีหลังตื่น" ก็สำคัญมากเหมือนกัน เพราะร่างกายไม่ได้เปลี่ยนจากโหมดพักเป็นโหมดตื่นได้ทันทีแบบกดสวิตช์ โดยเฉพาะคนที่มีความดันสูง หัวใจ หรืออายุมากขึ้น ยิ่งต้องให้เวลาร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว
