- 03 มิ.ย. 2569
ข่าวดีวงการแพทย์! หมอสุรัตน์เผยผลวิจัยยาใหม่ อาจพาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีสู่การรักษาหายขาดได้เป็นครั้งแรก
"อาจารย์หมอสุรัตน์" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ ระบุว่า
ไวรัสตับอักเสบB ไม่เคยรักษาหาย มันเป็นโรคเรื้อรัง
มันไม่เหมือน ไวรัส ตับอักเสบ A ที่เป็นแล้ว ก็หาย ถ่ายเหลวก็จบ
แต่ ไวรัสตับอักเสบ B ทำให้ เกิดตับอักเสบเรื้อรัง และ ที่สำคัญ นำไปสู่โรคมะเร็งตับ หนึ่งในโรคมะเร็ง ที่รักษายากและพบบ่อย ที่สุดในโลก
แต่วันนี้ มีข่าวดี ที่มี การตีพิมพ์วิจัย ของยาใหม่อาจพาไปสู่การ "หายขาด" ได้เป็นครั้งแรก
ตอนนี้ เรารักษาอย่างไร เรามียาต้านไวรัสที่สามารถควบคุมโรคได้ดี แต่ยังมีข้อจำกัดสำคัญคือ "ไม่สามารถกำจัดไวรัสออกจากร่างกายได้อย่างสมบูรณ์"
ผู้ป่วยจำนวนมากจึงต้องรับประทานยาตลอดชีวิต และ ติดตาม ว่า ไวรัส มันจะโผล่มาเมื่อไหร่ ก็เสี่ยงอยู่ดี
แต่ว่า
ล่าสุด
ยาใหม่นี้ ชื่อ Bepirovirsen มันเปลี่ยนการรักษาแบบเดิม ๆ
Bepirovirsen คืออะไร?
Bepirovirsen เป็นยากลุ่ม Antisense Oligonucleotide ซึ่งถูกออกแบบมาให้เข้าไปยับยั้งการสร้างโปรตีนสำคัญของไวรัสตับอักเสบบีโดยตรง
กล่าวง่าย ๆ ยาตัวนี้ไม่ได้แค่ "กด" การแบ่งตัวของไวรัสเหมือนยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
แต่พยายามลดแหล่งกำเนิดของไวรัสตั้งแต่ต้นทาง
ผลการศึกษาที่สร้างความหวัง
ผลการศึกษา Phase 3 (ระยะการวิจัย สุดท้ายในคน)
ที่รายงานในวารสาร The New England Journal of Medicine (NEJM) พบว่า ผู้ป่วยบางส่วนที่ได้รับ Bepirovirsen สามารถเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า
"Functional Cure" ซึ่งหมายถึง
ไม่พบ HBsAg ในเลือด
ไม่พบการแบ่งตัวของไวรัสในระดับที่ตรวจวัดได้
และที่สำคัญ สามารถหยุดยาได้โดยโรคไม่กลับมากำเริบ
นี่ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดที่วงการแพทย์ทั่วโลกพยายามค้นหามานานแสนนานหลายทศวรรษ
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ?
ปัจจุบันผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีส่วนใหญ่ต้องรับประทานยาเป็นเวลานาน บางรายอาจต้องใช้ยาตลอดชีวิต
หากสามารถทำให้เกิด Functional Cure ได้จริง จะช่วยลด
ความเสี่ยงโรคตับแข็ง
ความเสี่ยงมะเร็งตับ
ภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว
คุณภาพชีวิตที่ต้องพึ่งพายาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังอาจลดโอกาสแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้อีกด้วย
อจ มองว่า อย่างไร
ก็เหมือนกับ นักวิจัยจากหลายสถาบันมองว่านี่เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าที่สำคัญที่สุดของการรักษาไวรัสตับอักเสบบีในรอบหลายสิบปี
อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการติดตามผลระยะยาวเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าผู้ป่วยที่เข้าสู่ภาวะ Functional Cure จะสามารถคงสภาพดังกล่าวได้นานเพียงใด
พวก เราควรรู้อะไร
แม้จะมีข่าวดีเรื่องยารุ่นใหม่ แต่การป้องกันยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้ครบ
ตรวจคัดกรองในกลุ่มเสี่ยง
หลีกเลี่ยงการใช้เข็มร่วมกัน
ตรวจสุขภาพตับเป็นประจำในผู้ที่ติดเชื้อ
ผศ นพ สุรัตน์ ตันประเวช
อ้างอิง:
The New England Journal of Medicine (NEJM)
Phase 3 Trial of Bepirovirsen in Chronic Hepatitis B
