- 17 มิ.ย. 2569
อ.ช้าง โพสต์เดือด ปม ตชด.ยิงวินห้วยขวาง ลั่นชัด "ความสะใจ ไม่ใช่ความยุติธรรม" ลองมองทะลุความสะใจ แล้วเอาความจริงตามกฎหมายมากางดูกัน
ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตา สำหรับคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ใช้อาวุธปืนยิงวินจักรยานยนต์รับจ้างเสียชีวิต 2 ราย ภายในตลาดห้วยขวาง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ ล่าสุด "อาจารย์ช้าง" มือปราบคอลเซ็นเตอร์ ได้ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างดุเดือด โดยตั้งคำถามถึงการยกย่องผู้ก่อเหตุเป็นฮีโร่ พร้อมย้ำว่าสังคมต้องยึดหลักกฎหมาย ไม่ใช่ตัดสินด้วยความสะใจ
ที่นี่ ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่มหานคร Gotham ที่จะมีแบทแมนออกมาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย!
แบทแมนตัวจริงมันอาจจะเป็นมหาเศรษฐีบรูซ เวย์น ที่ใส่หน้ากากออกมากระชากลากโจร กำจัดคนเลวอภิบาลคนดี ... แต่ที่นี่ประเทศไทยนะครับ ไม่ใช่หนังฮอลลีวูด
ตอนนี้กระแสโซเชียลกำลังเดือดจัดกับเหตุการณ์ที่ตลาดห้วยขวาง กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับพี่วินมอเตอร์ไซค์ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนัก
และที่น่าตกใจคือ หลายคนแห่เข้าไปคอมเมนต์ชื่นชม ยกย่องให้คนยิงเป็น "ฮีโร่" ที่กล้าลุกขึ้นมาจัดการกับคนพาล!!!
เข้าใจครับว่าสังคมเราทุกวันนี้มันอัดอั้น บางครั้งพอเจอความไม่ยุติธรรมหรือคนพาล เราก็อยากเห็นใครสักคนลุกขึ้นมาจัดการให้มันเด็ดขาด สะใจ...
แต่ขอให้พวกเรา "ดึงสติ" กันสักนิดครับ ลองมองทะลุความสะใจ แล้วเอาความจริงตามกฎหมายมากางดูกัน
การกระทำที่เรากำลังปรบมือให้นั้น ในโลกของความเป็นจริง มันไม่ใช่การกระทำของฮีโร่ แต่มันคือ "การกระทำความผิดทางกฎหมาย" ครับ
เหตุผลสำคัญที่เราต้องตระหนัก มีดังนี้...
พกปืนเดินตลาด ไม่ใช่วิถีฮีโร่:
การพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ แหล่งชุมชน หรือตลาด โดยไม่ได้อยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามกฎหมาย ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ อย่างชัดเจน กฎหมายไม่ได้ให้อภิสิทธิ์ใครพกปืนไปเดินตลาดเพื่อเตรียมตั้งตัวเป็นศาลเตี้ยครับ
อ้างป้องกันตัว?
แต่นี่คือ "เกินสมควรแก่เหตุ": กฎหมายให้สิทธิเราในการป้องกันตัวครับ แต่ต้อง "ได้สัดส่วน" กับภัยที่เข้ามาหาเรา ในกรณีนี้คู่กรณี "ไม่มีอาวุธ" เป็นเพียงการใช้กำลัง แต่การชักอาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงถึงชีวิตออกมายิงสวนไป ในทางกฎหมายถือเป็นการป้องกันที่เกินสมควรแก่เหตุ
หลักการใช้กำลัง (Use of Force): เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนถูกฝึกมาอย่างดี (และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไปถามตำรวจทุกคนได้) เพื่อให้รู้จักประเมินสถานการณ์และควบคุมอารมณ์ เรามีหลักการใช้กำลังจากเบาไปหาหนัก
หากคู่กรณีมามือเปล่า เจ้าหน้าที่มีทักษะและยุทธวิธีในการ "ยับยั้ง" ภยันตรายโดยไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธหนัก อาจจะใช้กระบอง สเปรย์พริกไทย ปืนช็อตไฟฟ้า ซึ่งสามารถใช้ทำอันตรายได้แต่ไม่ถึงชีวิต อาวุธปืนคือทางเลือกสุดท้ายที่จะใช้เพื่อปกป้องชีวิตเท่านั้น ไม่ใช่ใช้เพื่อระงับเหตุวิวาทหรือระบายความโกรธแค้น
สังคมเราต้องอยู่ด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ความสะใจ
ลองคิดดูสิครับว่า หากเราสนับสนุนการกระทำแบบนี้ ปรบมือให้กับการใช้ปืนยิงคนมือเปล่าเพียงเพราะเราเกลียดชังพฤติกรรมของเขา วันหน้าเราจะยอมให้ใครก็ได้ที่มีปืน ออกมาพิพากษาชีวิตคนอื่นตามอำเภอใจอย่างนั้นหรือ?
ความถูกต้อง ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเสมอครับ เพราะเมื่อไหร่ที่ความถูกต้องถูกขับเคลื่อนด้วยความสะใจและละเมิดกฎหมายเสียเอง... เมื่อนั้นเราก็ไม่ต่างอะไรกับอาชญากร
แล้วคุณล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้?
เห็นด้วยหรือไม่ว่าสังคมเราต้องการกฎหมายมากกว่าศาลเตี้ย? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างมีเหตุผลด้านล่างนี้ได้เลยครับ
และถ้าคุณเห็นว่าบทความนี้พอจะช่วยดึงสติสังคมเราได้ ฝากกด "แชร์" ออกไปให้มากที่สุด เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้กับสังคมไทยครับ
เหมือนอย่างที่ผมโพสต์ไปตั้งแต่แรกแล้วครับ ถ้าผมอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้วก็พกปืนอยู่กับตัว โดนรุมยำตีน ก็คงจะยับยั้งสติไม่อยู่เช่นกัน
แต่ผมคงไม่เลือกที่จะพกปืนติดตัวเพื่อความอุ่นใจ แล้วพร้อมจะไปมีเรื่องกับใครแน่นอนครับ
"ปืน" เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ แต่ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรม
หลายคนชอบนโยบายคนดีมีปืน แต่ถามว่าทุกวันนี้ปืนอยู่ในมือคนดีสักกี่คน คนดี ๆ มีอาวุธปืนซื้อไว้ใส่ในเซฟที่บ้าน แต่อันธพาลพกปืน ก่อคดีมีให้เห็นทุกวัน ขับรถปาดหน้าไม่พอใจก็ใช้ปืน พูดถึงเรื่องปืนทีไรเดี๋ยวก็ทัวร์ลง เพราะหลายคนมักจะคิดว่าเอาไว้ป้องกันตัวเวลาเกิดเหตุ แต่ก็เพราะปืนนี่แหละครับที่ทำให้เหตุเกิด เพราะมันทำให้เราเป็นคนใจร้อน ใจใหญ่ จนลืมใช้สติ
ถ้าเป็นตำรวจที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่มีหน้าที่โดยตรง การพกปืนเป็นเรื่องที่จำเป็น
แต่หากไม่มีหน้าที่ อยู่ระหว่างพักผ่อน หรือใช้ชีวิตส่วนตัว ผมคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพาอาวุธปืนติดตัวไปทุกที่
อย่าอ้างว่า เพราะตัวเองเป็นตำรวจ หากมีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น จะได้ใช้ระงับเหตุ... ลองถามตัวเองอีกหลาย ๆ ที ว่าคุณกล้าหาญพอไหมที่จะปกป้องผู้อื่นด้วยจิตวิญญาณความเป็นตำรวจ ถ้าคำตอบของคุณเป็นเช่นนั้นจริงผมก็ขอยกย่องสรรเสริญว่า คุณคือ ตำรวจที่มีอุดมการณ์แรงกล้า...
โพสต์นี้การันตีว่าทัวร์ลงแน่นอน แต่ก็นั่นแหละครับ มันก็คงดีกว่า จะปล่อยผ่านเหตุการณ์นี้ แล้วไม่ให้บทเรียนอะไรกับสังคมเลย
เพราะผมเป็นครูครับ
...เกิดเป็นครู โตเป็นครู ตายก็เป็นครู
เป้าหมายสูงสุดขอเป็นอาจารย์ใหญ่สอนนักศึกษาแพทย์ บริจาคร่างกายที่โรงพยาบาลศิริราชมาเกือบ 20 ปีแล้ว...แต่ยังไม่ได้เป็นสักที....
แต่โพสต์แบบนี้บ่อย ๆ คงใกล้แล้ว
