อ.ช้าง ดึงสติแรง ตชด.ยิงวินห้วยขวาง "ฮีโร่ หรือ คนทำผิดกฎหมาย"

อ.ช้าง โพสต์เดือด ปม ตชด.ยิงวินห้วยขวาง ลั่นชัด "ความสะใจ ไม่ใช่ความยุติธรรม" ลองมองทะลุความสะใจ แล้วเอาความจริงตามกฎหมายมากางดูกัน

ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตา สำหรับคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ใช้อาวุธปืนยิงวินจักรยานยนต์รับจ้างเสียชีวิต 2 ราย ภายในตลาดห้วยขวาง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ ล่าสุด "อาจารย์ช้าง" มือปราบคอลเซ็นเตอร์ ได้ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างดุเดือด โดยตั้งคำถามถึงการยกย่องผู้ก่อเหตุเป็นฮีโร่ พร้อมย้ำว่าสังคมต้องยึดหลักกฎหมาย ไม่ใช่ตัดสินด้วยความสะใจ

 

อ.ช้าง ดึงสติแรง ตชด.ยิงวินห้วยขวาง ฮีโร่ หรือ คนทำผิดกฎหมาย

อ.ช้าง ดึงสติแรง ตชด.ยิงวินห้วยขวาง ฮีโร่ หรือ คนทำผิดกฎหมาย

 

ที่นี่ ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่มหานคร Gotham ที่จะมีแบทแมนออกมาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย!

แบทแมนตัวจริงมันอาจจะเป็นมหาเศรษฐีบรูซ เวย์น ที่ใส่หน้ากากออกมากระชากลากโจร กำจัดคนเลวอภิบาลคนดี ... แต่ที่นี่ประเทศไทยนะครับ ไม่ใช่หนังฮอลลีวูด

ตอนนี้กระแสโซเชียลกำลังเดือดจัดกับเหตุการณ์ที่ตลาดห้วยขวาง กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับพี่วินมอเตอร์ไซค์ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนัก

และที่น่าตกใจคือ หลายคนแห่เข้าไปคอมเมนต์ชื่นชม ยกย่องให้คนยิงเป็น "ฮีโร่" ที่กล้าลุกขึ้นมาจัดการกับคนพาล!!!

เข้าใจครับว่าสังคมเราทุกวันนี้มันอัดอั้น บางครั้งพอเจอความไม่ยุติธรรมหรือคนพาล เราก็อยากเห็นใครสักคนลุกขึ้นมาจัดการให้มันเด็ดขาด สะใจ...

แต่ขอให้พวกเรา "ดึงสติ" กันสักนิดครับ ลองมองทะลุความสะใจ แล้วเอาความจริงตามกฎหมายมากางดูกัน

การกระทำที่เรากำลังปรบมือให้นั้น ในโลกของความเป็นจริง มันไม่ใช่การกระทำของฮีโร่ แต่มันคือ "การกระทำความผิดทางกฎหมาย" ครับ

เหตุผลสำคัญที่เราต้องตระหนัก มีดังนี้...

อ.ช้าง ดึงสติแรง ตชด.ยิงวินห้วยขวาง ฮีโร่ หรือ คนทำผิดกฎหมาย

 

พกปืนเดินตลาด ไม่ใช่วิถีฮีโร่:

การพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ แหล่งชุมชน หรือตลาด โดยไม่ได้อยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามกฎหมาย ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ อย่างชัดเจน กฎหมายไม่ได้ให้อภิสิทธิ์ใครพกปืนไปเดินตลาดเพื่อเตรียมตั้งตัวเป็นศาลเตี้ยครับ

อ้างป้องกันตัว?

แต่นี่คือ "เกินสมควรแก่เหตุ": กฎหมายให้สิทธิเราในการป้องกันตัวครับ แต่ต้อง "ได้สัดส่วน" กับภัยที่เข้ามาหาเรา ในกรณีนี้คู่กรณี "ไม่มีอาวุธ" เป็นเพียงการใช้กำลัง แต่การชักอาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงถึงชีวิตออกมายิงสวนไป ในทางกฎหมายถือเป็นการป้องกันที่เกินสมควรแก่เหตุ

หลักการใช้กำลัง (Use of Force): เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนถูกฝึกมาอย่างดี (และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไปถามตำรวจทุกคนได้) เพื่อให้รู้จักประเมินสถานการณ์และควบคุมอารมณ์ เรามีหลักการใช้กำลังจากเบาไปหาหนัก

หากคู่กรณีมามือเปล่า เจ้าหน้าที่มีทักษะและยุทธวิธีในการ "ยับยั้ง" ภยันตรายโดยไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธหนัก อาจจะใช้กระบอง สเปรย์พริกไทย ปืนช็อตไฟฟ้า ซึ่งสามารถใช้ทำอันตรายได้แต่ไม่ถึงชีวิต อาวุธปืนคือทางเลือกสุดท้ายที่จะใช้เพื่อปกป้องชีวิตเท่านั้น ไม่ใช่ใช้เพื่อระงับเหตุวิวาทหรือระบายความโกรธแค้น

สังคมเราต้องอยู่ด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ความสะใจ

ลองคิดดูสิครับว่า หากเราสนับสนุนการกระทำแบบนี้ ปรบมือให้กับการใช้ปืนยิงคนมือเปล่าเพียงเพราะเราเกลียดชังพฤติกรรมของเขา วันหน้าเราจะยอมให้ใครก็ได้ที่มีปืน ออกมาพิพากษาชีวิตคนอื่นตามอำเภอใจอย่างนั้นหรือ?

ความถูกต้อง ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเสมอครับ เพราะเมื่อไหร่ที่ความถูกต้องถูกขับเคลื่อนด้วยความสะใจและละเมิดกฎหมายเสียเอง... เมื่อนั้นเราก็ไม่ต่างอะไรกับอาชญากร

แล้วคุณล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้?

เห็นด้วยหรือไม่ว่าสังคมเราต้องการกฎหมายมากกว่าศาลเตี้ย? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างมีเหตุผลด้านล่างนี้ได้เลยครับ

และถ้าคุณเห็นว่าบทความนี้พอจะช่วยดึงสติสังคมเราได้ ฝากกด "แชร์" ออกไปให้มากที่สุด เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้กับสังคมไทยครับ

เหมือนอย่างที่ผมโพสต์ไปตั้งแต่แรกแล้วครับ ถ้าผมอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้วก็พกปืนอยู่กับตัว โดนรุมยำตีน ก็คงจะยับยั้งสติไม่อยู่เช่นกัน

แต่ผมคงไม่เลือกที่จะพกปืนติดตัวเพื่อความอุ่นใจ แล้วพร้อมจะไปมีเรื่องกับใครแน่นอนครับ

"ปืน" เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ แต่ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรม

หลายคนชอบนโยบายคนดีมีปืน แต่ถามว่าทุกวันนี้ปืนอยู่ในมือคนดีสักกี่คน คนดี ๆ มีอาวุธปืนซื้อไว้ใส่ในเซฟที่บ้าน แต่อันธพาลพกปืน ก่อคดีมีให้เห็นทุกวัน ขับรถปาดหน้าไม่พอใจก็ใช้ปืน พูดถึงเรื่องปืนทีไรเดี๋ยวก็ทัวร์ลง เพราะหลายคนมักจะคิดว่าเอาไว้ป้องกันตัวเวลาเกิดเหตุ แต่ก็เพราะปืนนี่แหละครับที่ทำให้เหตุเกิด เพราะมันทำให้เราเป็นคนใจร้อน ใจใหญ่ จนลืมใช้สติ

ถ้าเป็นตำรวจที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่มีหน้าที่โดยตรง การพกปืนเป็นเรื่องที่จำเป็น

แต่หากไม่มีหน้าที่ อยู่ระหว่างพักผ่อน หรือใช้ชีวิตส่วนตัว ผมคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพาอาวุธปืนติดตัวไปทุกที่

อย่าอ้างว่า เพราะตัวเองเป็นตำรวจ หากมีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น จะได้ใช้ระงับเหตุ... ลองถามตัวเองอีกหลาย ๆ ที ว่าคุณกล้าหาญพอไหมที่จะปกป้องผู้อื่นด้วยจิตวิญญาณความเป็นตำรวจ ถ้าคำตอบของคุณเป็นเช่นนั้นจริงผมก็ขอยกย่องสรรเสริญว่า คุณคือ ตำรวจที่มีอุดมการณ์แรงกล้า...

โพสต์นี้การันตีว่าทัวร์ลงแน่นอน แต่ก็นั่นแหละครับ มันก็คงดีกว่า จะปล่อยผ่านเหตุการณ์นี้ แล้วไม่ให้บทเรียนอะไรกับสังคมเลย

เพราะผมเป็นครูครับ

...เกิดเป็นครู โตเป็นครู ตายก็เป็นครู

เป้าหมายสูงสุดขอเป็นอาจารย์ใหญ่สอนนักศึกษาแพทย์ บริจาคร่างกายที่โรงพยาบาลศิริราชมาเกือบ 20 ปีแล้ว...แต่ยังไม่ได้เป็นสักที....

แต่โพสต์แบบนี้บ่อย ๆ คงใกล้แล้ว