ว่าแล้วไง เป็น "มะเร็ง" ตั้งแต่อายุน้อย เพราะมองข้าม 6 ข้อสำคัญ

อายุยังน้อยไม่ได้แปลว่าปลอดภัย! หมอเจดเตือน คนรุ่นใหม่เสี่ยงมะเร็งพุ่ง เหตุอวัยวะภายในเสื่อมไวแซงอายุจริง

"หมอเจดนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

สมัยก่อนเวลาพูดถึงมะเร็ง หลายคนจะนึกถึงคนอายุห้าสิบหกสิบขึ้นไป แต่ตอนนี้มะเร็งบางชนิดเริ่มพบในคนอายุน้อยมากขึ้น โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม ลำไส้ มดลูก ไต และตับอ่อนครับ ปัญหาคือคนวัยสามสิบสี่สิบมักไม่คิดถึงมะเร็ง พอคลำเจอก้อน มีเลือดออก น้ำหนักลด หรือปวดท้องนาน ๆ ก็โทษความเครียด ฮอร์โมน ริดสีดวง หรือพักผ่อนน้อยไปก่อน กว่าจะตรวจจริง เวลาก็ผ่านไปหลายเดือน ผมไม่ได้อยากให้ระแวงทุกอาการ แต่ไม่อยากให้คำว่า “ยังอายุน้อย” กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เราไปตรวจช้าเกินไปครับ

ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเป็นมะเร็งเร็วขึ้น?
ตอบตรง ๆ นะ วงการแพทย์ยังตอบไม่ได้ทั้งหมดครับ พันธุกรรมมีส่วนจริง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีหลายคนเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุน้อย แต่ยีนที่ถ่ายทอดในครอบครัวอธิบายผู้ป่วยได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะพันธุกรรมของคนเราไม่ได้เปลี่ยนรวดเร็วภายในไม่กี่สิบปี สิ่งที่กำลังถูกศึกษาเพิ่มจึงมีทั้งความอ้วน อาหาร การอักเสบ การนอน มลพิษ และสิ่งแวดล้อมที่ร่างกายเจอสะสมมาตั้งแต่เด็กครับ

งานวิจัยปี 2026 ใน Nature Medicine ศึกษาคนอายุต่ำกว่า 55 ปีจาก UK Biobank มากกว่า 154,000 คน พบว่าคนที่เกิดช่วงปี 1965–1974 มีตัวชี้วัดอายุทางชีวภาพสูงกว่ากลุ่มที่เกิดช่วงปี 1950–1954 ประมาณ 23% และข้อมูลจากสหรัฐฯ พบว่ากลุ่มที่เกิดช่วงปี 1990–1999 มีช่องว่างอายุทางชีวภาพสูงกว่ากลุ่มที่เกิดช่วงปี 1965–1969 ถึง 92% ครับ แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าอวัยวะแก่ขึ้น 92 ปีนะครับ มันเป็นความแตกต่างของตัวชี้วัดทางสถิติ
ยิ่งอายุทางชีวภาพเดินเร็ว ความเสี่ยงมะเร็งก่อนวัยก็สูงขึ้นตาม ในกลุ่ม UK ความเสี่ยงมะเร็งก้อนแข็งก่อนอายุ 55 เพิ่มประมาณ 8% ต่อการเพิ่มขึ้นหนึ่งช่วงมาตรฐานของตัวชี้วัด โดยเห็นความสัมพันธ์เด่นกับมะเร็งปอด มะเร็งทางเดินอาหาร และมะเร็งมดลูก ส่วนมะเร็งปอดสัมพันธ์สูงขึ้นประมาณ 57% แม้ผู้วิจัยจะปรับเรื่องการสูบบุหรี่แล้วก็ตามครับ แต่ต้องย้ำว่าเป็น ความสัมพันธ์ ยังสรุปไม่ได้ว่าความแก่ทางชีวภาพเป็นต้นเหตุโดยตรงของมะเร็งทั้งหมด ประเด็นที่ผมอยากบอกคือ อายุจริงยังน้อย ไม่ได้แปลว่าร่างกายข้างในจะเสื่อมช้าเสมอไป เพราะฉะนั้นถ้ามีสัญญาณผิดปกติต่อเนื่อง อย่ารอดูเพียงเพราะคิดว่าตัวเองยังไม่ถึงวัยเป็นมะเร็งครับ

 

1️⃣ คลำเจอก้อนแล้วไม่ยุบ หรือเริ่มโตขึ้น
ถ้ามีก้อนที่เต้านม คอ รักแร้ ขาหนีบ หรือบริเวณอื่น แล้วผ่านไปหลายสัปดาห์ยังไม่ยุบ เริ่มแข็ง โตขึ้น หรือรูปร่างเปลี่ยน ควรไปตรวจครับ ก้อนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นมะเร็งก็จริง แต่เราตัดสินจากการคลำเองไม่ได้ และก้อนไม่เจ็บก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย อย่ารอให้ใหญ่จนมองเห็นจากข้างนอกแล้วค่อยยอมไปครับ

2️⃣ น้ำหนักลดเอง เบื่ออาหาร หรือกินนิดเดียวก็อิ่ม
ถ้าไม่ได้ลดอาหาร ไม่ได้ออกกำลังกายเพิ่ม แต่น้ำหนักกลับลงต่อเนื่อง เสื้อผ้าหลวมเร็ว หรือกินได้น้อยลงผิดจากเดิม ต้องหาสาเหตุครับ โดยเฉพาะถ้ามีอ่อนเพลีย แน่นท้อง คลื่นไส้ หรือปวดร่วมด้วย ผอมลงโดยไม่ต้องพยายามอาจฟังดูดี แต่ในมุมหมอ ผมไม่ได้ดีใจด้วยนะครับ

3️⃣ ถ่ายเปลี่ยนไป มีเลือดปน หรือเริ่มซีด
เลือดสดปนมากับอุจจาระ ถ่ายดำ ปวดท้อง ท้องเสียต่อเนื่อง หรือการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิม อย่ารีบเหมาว่าเป็นริดสีดวงทุกครั้งครับ ในคนอายุน้อยที่เป็นมะเร็งลำไส้ สัญญาณที่พบก่อนวินิจฉัยได้บ่อยคือปวดท้อง เลือดออกทางทวาร ท้องเสีย และโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ยิ่งมีหลายข้อพร้อมกัน ยิ่งไม่ควรรอดูเองครับ

4️⃣ เลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด
ประจำเดือนมามากขึ้น มาถี่ผิดจากเดิม มีเลือดออกระหว่างรอบ หลังมีเพศสัมพันธ์ หรือหลังหมดประจำเดือนแล้ว ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพราะฮอร์โมนครับ สาเหตุส่วนใหญ่อาจไม่ใช่มะเร็ง แต่ควรตรวจปากมดลูก มดลูก และเยื่อบุโพรงมดลูกให้ชัด โดยเฉพาะถ้ามีปวดท้องน้อย ซีด หรือน้ำหนักลดร่วมด้วย

5️⃣ ไอ เสียงแหบ หรือหายใจผิดปกติไม่หาย
ถ้าไอต่อเนื่อง เสียงแหบนาน หอบง่าย เจ็บหน้าอก หรือมีเลือดปนเสมหะ ควรตรวจแม้ไม่เคยสูบบุหรี่ครับ คนไม่สูบบุหรี่ก็เป็นมะเร็งปอดได้ อาการเหล่านี้มีสาเหตุทั่วไปได้หลายอย่าง แต่ถ้ากินยาแล้วไม่ดีขึ้นหรือหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก็อย่าซื้อยาแก้ไอวนต่อไปจนเป็นเดือนครับ

6️⃣ เพลีย ปวด หรือมีอาการเดิมซ้ำจนผิดจากตัวเอง
อ่อนเพลียมากทั้งที่นอนพอ มีไข้เป็น ๆ หาย ๆ เหงื่อออกกลางคืน ปวดตำแหน่งเดิม กลืนติด กลืนเจ็บ หรือแผลไม่ยอมหาย ล้วนเป็นอาการที่ควรสังเกตครับ ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งทันที แต่ถ้าอาการเป็นต่อเนื่อง กลับมาเป็นซ้ำ หรือมาหลายอย่างพร้อมกัน ผมไม่อยากให้ทนอยู่กับคำว่า “เดี๋ยวก็คงหาย” ไปเรื่อย ๆ

ไม่อยากเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง ควรเริ่มตรงไหน?

• ลดพุง คุมน้ำหนัก น้ำตาล และไขมัน ไม่ปล่อยให้ร่างกายอักเสบจากปัญหาเมตาบอลิกสะสมตั้งแต่อายุน้อย
• ลดเนื้อแปรรูป อาหารแปรรูปจัด น้ำหวาน ของทอด และแอลกอฮอล์ ไม่จำเป็นต้องกินคลีน แต่ไม่ควรให้ของพวกนี้กลายเป็นอาหารหลักทุกวัน
• เพิ่มผัก ผลไม้ทั้งลูก ปลา ไข่ ถั่ว และอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย
• ขยับร่างกายทุกวัน ฝึกกล้ามเนื้อ และอย่านั่งยาวทั้งวัน
• งดบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
• ตรวจคัดกรองตามอายุ และบอกหมอให้ชัดถ้าพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุน้อย เพราะบางคนอาจต้องเริ่มตรวจก่อนเกณฑ์ทั่วไปครับ

ทำครบทุกข้อก็ไม่ได้แปลว่าจะป้องกันมะเร็งได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ แต่ช่วยลดสิ่งที่เราควบคุมได้ ส่วนเรื่องที่ผมห่วงที่สุดคือเห็นอาการผิดปกติแล้วไม่ยอมตรวจเพราะคิดว่าอายุยังน้อย งานวิจัยเรื่องอายุทางชีวภาพกำลังเตือนเราว่า คนอายุเท่ากันไม่ได้แปลว่าร่างกายข้างในจะเสื่อมเท่ากัน เพราะฉะนั้นถ้ามีสัญญาณเหล่านี้ไม่ยอมหาย ลองไปตรวจดูไว้ก่อนดีกว่าปล่อยไว้เฉย ๆ นะครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

ว่าแล้วไง เป็น "มะเร็ง" ตั้งแต่อายุน้อย เพราะมองข้าม 6 ข้อสำคัญ