ถึงว่ารับหิ้วเป็นรายได้เสริม เปิดเงินที่ แอร์สาวให้แม่ทุกเดือน

ถึงว่าต้องรับหิ้วเป็นรายได้เสริม เปิดจำนวนเงินที่ แอร์สาวส่งให้แม่ทุกเดือน แถมยังต้องนำไปผ่อนรถยนต์อีก หนี้ กยศ. ก็ต้องใช้

คดีแอร์โฮสเตสสาวชาวไทยที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมในข้อหาลักลอบนำเข้าเฮโรอีน ยังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ไทยเร่งประสานความร่วมมือกับตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย เพื่อขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการ หลังพบข้อมูลสำคัญจากการตรวจสอบหลักฐานในประเทศไทย
 

ถึงว่ารับหิ้วเป็นรายได้เสริม เปิดเงินที่ แอร์สาวให้แม่ทุกเดือน

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยผลการสืบสวนเพิ่มเติม ทั้งจากการตรวจค้นที่พัก การสอบปากคำบุคคลใกล้ชิด รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลการติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายคดี

 

วันนี้ (30 มิ.ย.69) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า หลังได้รับการประสานจากตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) ว่าได้จับกุมลูกเรือสายการบินไทยที่เมืองเมลเบิร์น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้เร่งแลกเปลี่ยนข้อมูลและเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมที่พักของผู้ต้องหาในประเทศไทยทันที

 

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 มีไรเดอร์นำกล่องพัสดุมาส่งไว้ที่คอนโดมิเนียม ขณะนั้นผู้ต้องหายังไม่กลับถึงที่พัก จึงฝากพัสดุไว้ที่ล็อบบี้ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะกลับมารับกล่องและนำขึ้นห้องด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจค้นภายในห้องพักไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม

 

เจ้าหน้าที่ได้เชิญแฟนหนุ่มของผู้ต้องหามาให้ข้อมูลเพื่อขยายผลหาเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยแฟนหนุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ข้อมูลที่ให้ยังไม่สามารถระบุตัวผู้ส่งพัสดุได้ ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดสอดคล้องกับแนวทางการสืบสวนทั้งหมด
 

ถึงว่ารับหิ้วเป็นรายได้เสริม เปิดเงินที่ แอร์สาวให้แม่ทุกเดือน

 

ทั้งนี้ หลังผู้ต้องหาเดินทางถึงประเทศออสเตรเลียและถูกจับกุม แฟนหนุ่มไม่สามารถติดต่อได้ จึงสอบถามเพื่อนของผู้ต้องหา ก่อนจะทราบว่าถูกเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียควบคุมตัว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผย

 

ผลการสืบสวนร่วมกับตำรวจ AFP พบว่า ผู้ต้องหาได้รับการติดต่อผ่านกลุ่มรับหิ้วสินค้าในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีบัญชีอวตารชื่อ "โรส" โพสต์ประกาศหาผู้ที่เดินทางไปประเทศออสเตรเลีย พร้อมระบุว่าต้องการพื้นที่ว่างประมาณ 20 กิโลกรัม เพื่อฝากขนส่งสินค้าโอทอปและสินค้าไทย

 

จากข้อมูลการสนทนาที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ ผู้ต้องหาและแฟนหนุ่มได้สอบถามถึงความน่าเชื่อถือของผู้ว่าจ้าง เนื่องจากใช้งานผ่านบัญชีอวตาร โดยผู้ต้องหายืนยันว่าจะไม่รับงานจากบัญชีปลอม แต่คู่สนทนายืนยันว่าเป็นบัญชีที่ใช้งานเป็นประจำ ทำให้ทั้งสองฝ่ายตกลงรับงานในค่าจ้าง 8,800 บาท ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นอัตราค่าจ้างที่สอดคล้องกับการรับหิ้วสินค้าทั่วไปหรือไม่

 

ภายหลังตกลงรับงาน ผู้ส่งได้นำพัสดุมาส่งที่คอนโด ก่อนที่ผู้ต้องหาจะนำติดตัวเดินทางไปยังประเทศออสเตรเลีย ขณะนี้บัญชีอวตารชื่อ "โรส" ได้ปิดการใช้งานแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ใช้บัญชีดังกล่าว เพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ

 

ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ยังลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักของผู้ต้องหาที่จังหวัดพะเยา พร้อมสอบปากคำมารดา เบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหากลับบ้านครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และส่งเงินให้ครอบครัวเดือนละ 10,000 บาท เพื่อนำไปผ่อนรถยนต์ที่ใช้ชื่อมารดาเป็นเจ้าของ โดยมีค่างวดประมาณ 8,000 บาทต่อเดือน

 

มารดาของผู้ต้องหาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ลูกสาวยังมีภาระชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รายได้ไม่ได้สูงมาก ครอบครัวมีฐานะทั่วไป ประกอบอาชีพทำไร่ทำนา ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย

 

พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ ประเทศออสเตรเลีย ได้ให้การดูแลผู้ต้องหาตามสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะคนไทย ขณะที่คดียังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย โดยผู้ต้องหายังไม่ได้รับการประกันตัว และคาดว่าภายในประมาณ 4 สัปดาห์ จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนทางคดีเพิ่มเติม

 

ส่วนการสืบสวนของประเทศไทย ยังคงดำเนินการร่วมกับตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลไปยังบุคคลและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบขนยาเสพติดในคดีนี้ต่อไป

ถึงว่ารับหิ้วเป็นรายได้เสริม เปิดเงินที่ แอร์สาวให้แม่ทุกเดือน