ปฏิบัติการสกัดรถต้องสงสัย แงะดูในถังน้ำมันเจอ "สิ่งนี้" ยัดแน่น 6 หมื่นเม็ด

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ปฏิบัติการ Tank Bust สกัดแก็งขนยาซุกถังน้ำมันรถ 6 หมื่นเม็ด

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.)ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์, พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์, พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล, พ.ต.อ.ทองศูนย์ อุ่นวงค์, พ.ต.อ.เถกิงวุฒิ กิตติศุภคุณ, พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ รอบ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อรรถพร
สุริยเลิศ รรท.รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พงศกร โนรี ประจำ(สบ5)บก.ปคม., พ.ต.อ.อลงกต คชแก้ว ผกก.5
บก.ปคม., พ.ต.ท.อาทิตย์ พุ่มทอง, พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง รอง ผกก.5 บก.ปคม.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง รอง ผกก.กก.5 บก.ปคม. พร้อมกำเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม.

ปฏิบัติการสกัดรถต้องสงสัย แงะดูในถังน้ำมันเจอ "สิ่งนี้" ยัดแน่น 6 หมื่นเม็ด

ร่วมกันจับกุม
1.นายม่องจูมิดฯ สัญชาติมอญ อายุ 48 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต”
2.นางตินฯ สัญชาติเมียนมา อายุ 39 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่จับกุม บริเวณจุดพักรถช่องเขาขาด ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. สืบสวนกลุ่มขบวนการขนคนจีนไปทำแก๊ง
สแกมเมอร์ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยในการขนคน และอาจมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยซุกซ่อนอยู่ด้วย จึงได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว และประสานกับศูนย์ข้อมูล Big data เพื่อติดตามรถเป้าหมาย จนกระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยมีลักษณะตรงตามข้อมูลที่ได้รับ จึงสะกดรอยติดตามและวางแผนสกัดกั้นไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น

ปฏิบัติการสกัดรถต้องสงสัย แงะดูในถังน้ำมันเจอ "สิ่งนี้" ยัดแน่น 6 หมื่นเม็ด

พบผู้ต้องหาชายทำหน้าที่ขับรถ และมีภรรยาเป็นผู้ต้องหาหญิง นั่งโดยสารมาด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจค้นอย่างละเอียด พบร่องรอยรถยนต์ถูกดัดแปลงถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ มีร่องรอยการเชื่อมและมีรอยสีพ่นทับ จึงได้ใช้อุปกรณ์ตัด ทำให้พบยาบ้าจำนวน 60,000 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกแบบถุงใส่ยา ถูกห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล และถุงพลาสติกพันเทปใส 4 ชั้น จากนั้นห่อด้วยแผ่นฟรอยพันด้วยเทปใส และห่อด้วยถุงพลาสติกใสพันด้วยเทปอีก 3 ชั้นเพื่อกันน้ำมันปนเปื้อน ถูกซุกซ่อนอยู่ หวังอำพรางและหลีกเลี่ยงการ
ตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ จากนั้นจึงตรวจยึดรถยนต์และยาบ้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการซักถาม ผู้ต้องหารับว่าเคยรับจ้างขนคน รวมถึงขนยาเสพติดมาแล้ว 10 ครั้ง ได้รับค่าจ้างครั้งละ 15,000 บาท ส่วนรถที่ใช้ในการขน เจ้าของยาเสพติดในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเป็นคนซื้อ แต่จะใช้ชื่อผู้ต้องหาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยเจ้าของยาเสพติดจะสั่งการให้ผู้ต้องหานำรถที่จะใช้ขนไปจอดทิ้งไว้ที่ประเทศเพื่อนบ้าน 1 วัน ก่อนจะให้ขับมาส่งตามที่เจ้าของยาเสพติดสั่งการ เคยพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ 2-3 หมื่นบาท เพื่อสะดวกต่อการขนคน และยาเสพติดดังกล่าว แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับกุมได้เสียก่อน จากการขยายผลพบเครือข่ายผู้สั่งการ และกลุ่มคนที่จะมารับยาเสพติดในพื้นที่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี อีกทั้งยังให้ข้อมูลกลุ่มขนคนลักลอบข้ามชายแดนผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม.
จะได้สืบสวนขยายผลต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา​
เตือนภัย 1. เตือนประชาชน ยาเสพติดเป็นภัยร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อผู้เสพ ครอบครัว และสังคม    ทั้งยังก่อให้เกิดอาชญากรรมและปัญหาความรุนแรงตามมา ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อคำชักชวนให้ทดลองเสพ หลีกเลี่ยงการรับฝากหรือขนส่งสิ่งของที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่สามารถตรวจสอบได้ หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติด ขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่
2. เตือนภัยผู้ปกครอง ควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน ให้ความใกล้ชิด ดูแลการคบเพื่อน การใช้สื่อสังคมออนไลน์ และการใช้จ่ายเงิน หากพบพฤติกรรมผิดปกติ เช่น กลับบ้านผิดเวลา มีทรัพย์สินหรือเงินโดยไม่มีที่มา อารมณ์เปลี่ยนแปลงผิดปกติ หรือมีสิ่งของต้องสงสัยเกี่ยวกับยาเสพติด ควรรีบพูดคุยและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
3. เตือนผู้ที่คิดจะกระทำความผิด ลักลอบผลิต ครอบครอง ลำเลียง หรือจำหน่ายยาเสพติด อย่าประเมินว่าการกระทำของตนจะหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายได้ เพราะเจ้าหน้าที่มีการพัฒนาศักยภาพด้านการสืบสวน การรวบรวมพยานหลักฐาน และการติดตามผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายไม่ว่าจะมีบทบาทใด ย่อมต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและรับโทษตามกฎหมาย
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง รอง ผกก.กก.5 บก. ปคม.
โทร. 08 1426 9696
 
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”