"คน7กลุ่ม" ดังนี้ ไปตรวจมะเร็งตับอ่อนด่วน หมอเผย เจอช้ารอดยาก

"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ เตือนภัยมะเร็งตับอ่อน โรคร้ายที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก พร้อมเผย 7 กลุ่มเสี่ยงที่ไม่ควรรอให้ป่วย

"หมอเจดนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

มะเร็งตับอ่อนเจอช้า รอดยาก! ใครบ้างที่ไม่ควรรอให้มีอาการ?
มะเร็งตับอ่อนเป็นมะเร็งที่ผมอยากให้ระวังมากครับ
เพราะช่วงแรกมันแทบไม่ส่งเสียงอะไรเลย
ไม่ปวด
ไม่มีก้อนให้จับ
ยังกินได้ ยังทำงานได้
บางคนดูภายนอกแข็งแรงดีทุกอย่าง
แต่พอเริ่มตัวเหลือง น้ำหนักลด ปวดท้องร้าวไปหลัง
หลายครั้งโรคก็เดินไปไกลแล้ว

ในประเทศไทย แต่ละปีมีคนเจอมะเร็งตับอ่อนหลักพันคน และตัวเลขคนเสียชีวิตใกล้เคียงกับคนที่ตรวจพบใหม่มากครับ ปัญหาไม่ใช่ว่าทุกคนไม่ดูแลตัวเอง แต่โรคนี้มันซ่อนเก่ง และเรายังชอบปล่อยพฤติกรรมบางอย่างซ้ำ ๆ เพราะคิดว่า “คงไม่เป็นไรหรอก”
วันนี้ผมเลยไม่ได้อยากมาเล่าให้กลัวแล้วจบ
แต่อยากให้ลองเช็กตัวเองตรง ๆ ว่า
ตอนนี้เรากำลังทำอะไรที่เพิ่มความเสี่ยงอยู่หรือเปล่า
และมีเรื่องไหนที่ควรหยุดตั้งแต่ยังไม่มีอาการครับ

1️⃣ คนที่ยังสูบบุหรี่อยู่ ต้องเริ่มจาก “หยุดเติมความเสี่ยง” ก่อน
หลายคนรู้ว่าบุหรี่ทำให้เป็นมะเร็งปอด
แต่ไม่ค่อยรู้ว่ามันเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับอ่อนด้วยครับ
สารพิษจากบุหรี่ไม่ได้ค้างอยู่แค่ในปอด
มันเข้าสู่เลือด แล้ววิ่งไปกระทบอวัยวะทั่วร่างกาย รวมถึงตับอ่อน
บางคนบอกผมว่า
สูบแค่วันละสองสามมวน
สูบเฉพาะเวลาเครียด
หรือไม่ได้สูบทุกวัน
แต่ความเสี่ยงไม่ได้หายไปเพราะเราเรียกมันว่า “สูบน้อย” ครับ
ถ้ายังสูบอยู่ ก็ยังเติมสารที่ทำร้ายเซลล์เข้าไปเรื่อย ๆ
ไม่ต้องรอให้เลิกได้สมบูรณ์ในวันเดียว
เริ่มจากลดจำนวน
ตัดมวนที่สูบตามความเคยชิน
เลี่ยงวงที่กระตุ้นให้สูบ
แล้วหาคนช่วยวางแผนเลิกจริงจัง
เพราะสิ่งที่ลดความเสี่ยงได้ ไม่ใช่เปลี่ยนยี่ห้อหรือเปลี่ยนไปสูบแบบอื่น
แต่มันคือหยุดสูบครับ

2️⃣ คนที่มีพุงใหญ่ น้ำหนักขึ้น และนั่งทั้งวัน อย่าคิดว่าเป็นแค่เรื่องหุ่น
บางคนน้ำหนักไม่ได้ขึ้นเยอะในปีเดียวครับ
แต่มันเพิ่มทีละกิโล
พุงค่อย ๆ ใหญ่
เดินน้อยลง
ขยับตัวน้อยลง
ผ่านไปหลายปี ระบบเผาผลาญเริ่มรวน
น้ำตาลสูง
อินซูลินทำงานแย่ลง
ไขมันในช่องท้องเพิ่ม
การอักเสบในร่างกายก็เพิ่มตาม
ภาวะอ้วน โดยเฉพาะอ้วนลงพุง และเบาหวานชนิดที่ 2 มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งตับอ่อนที่เพิ่มขึ้นครับ
ผมไม่ได้บอกว่าคนอ้วนทุกคนจะเป็นมะเร็ง
แต่อยากให้เข้าใจว่า พุงไม่ใช่ของที่โตมาเฉย ๆ แล้วไม่มีผลอะไร
เริ่มง่าย ๆ ก่อนครับ
ลดน้ำหวาน
ลดของทอดและอาหารแปรรูป
เพิ่มผักกับโปรตีนในแต่ละมื้อ
เดินหลังอาหาร
แล้วฝึกกล้ามเนื้อสัปดาห์ละสองถึงสามวัน
ไม่ต้องรอให้ผอมก่อนถึงจะได้ประโยชน์
แค่รอบเอวเริ่มลด น้ำตาลดีขึ้น และร่างกายขยับมากขึ้น ความเสี่ยงหลายอย่างก็ค่อย ๆ ลดตามครับ

3️⃣ คนที่ดื่มหนักจนตับอ่อนอักเสบ แล้วกลับไปดื่มเหมือนเดิม อันนี้ต้องหยุด
แอลกอฮอล์ไม่ได้แค่ทำร้ายตับครับ
มันกระตุ้นให้ตับอ่อนอักเสบได้ด้วย โดยเฉพาะคนที่ดื่มหนักหรือดื่มต่อเนื่อง
เวลาตับอ่อนอักเสบ มักปวดท้องส่วนบนแรงมาก
บางคนปวดร้าวไปหลัง
คลื่นไส้ อาเจียน
จนต้องเข้าโรงพยาบาล
ปัญหาคือพออาการหาย หลายคนคิดว่าตับอ่อนกลับมาเป็นศูนย์แล้ว
เลยกลับไปดื่มเหมือนเดิม
แต่ร่างกายไม่ได้ลบความเสียหายทิ้งทุกครั้งนะครับ
การอักเสบซ้ำ ๆ ทำให้ตับอ่อนเกิดพังผืด
สร้างน้ำย่อยได้น้อยลง
ผลิตอินซูลินได้แย่ลง
และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับอ่อนในระยะยาว
ถ้าเคยตับอ่อนอักเสบจากการดื่ม
สิ่งสำคัญไม่ใช่รอให้ปวดรอบใหม่
แต่ต้องหยุดตัวกระตุ้นก่อนที่จะเสียหายมากกว่าเดิมครับ
4️⃣ เป็นเบาหวานแล้วปล่อยน้ำตาลสูงเรื้อรัง อย่าดูแค่ค่าน้ำตาลครั้งเดียว
เบาหวานกับมะเร็งตับอ่อนมีความเกี่ยวข้องกันอยู่สองทางครับ
ทางแรกคือ คนที่เป็นเบาหวานมานาน โดยเฉพาะมีพุง สูบบุหรี่ และน้ำหนักเกินร่วมด้วย อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
อีกทางคือ มะเร็งตับอ่อนบางรายสามารถรบกวนการควบคุมน้ำตาล จนอยู่ดี ๆ ก็เพิ่งเป็นเบาหวาน หรือเบาหวานที่เคยคุมได้กลับคุมยากขึ้น
จุดที่ผมอยากให้ระวังคือ
อายุเกินประมาณ 50 ปี
เพิ่งตรวจเจอเบาหวาน
แต่น้ำหนักกลับลดลงทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ
เริ่มเบื่ออาหาร
ปวดท้อง หรือปวดหลังร่วมด้วย
ไม่ได้หมายความว่าคนที่เพิ่งเป็นเบาหวานจะต้องมีมะเร็งนะครับ
ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็น
แต่ถ้ามีหลายอาการมาพร้อมกัน อย่าดูแค่น้ำตาลแล้วจบ
ต้องบอกให้ครบ และหาสาเหตุให้ลึกขึ้นครับ
5️⃣ เป็นตับอ่อนอักเสบ อย่าคิดว่าเป็นคนละเรื่อง
ตับอ่อนอักเสบไม่ใช่มะเร็งครับ
และคนที่เคยอักเสบไม่ได้แปลว่าจะต้องกลายเป็นมะเร็งทุกคน
แต่ถ้าเป็นซ้ำบ่อย
อักเสบเรื้อรัง
มีหินปูนในตับอ่อน
ท่อตับอ่อนผิดรูป
เริ่มถ่ายเป็นมัน
น้ำหนักลด
หรือกินแล้วแน่นเพราะย่อยอาหารไม่ดี
แบบนี้ต้องติดตามต่อครับ
เพราะการอักเสบที่เกิดซ้ำไม่ใช่แค่ทำให้ปวด
แต่มันค่อย ๆ ทำลายเนื้อตับอ่อน จนเกิดพังผืดและเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของเซลล์ไปเรื่อย ๆ
อย่าคิดว่า “ตอนนี้ไม่ปวดแล้ว แปลว่าหายแล้ว”
โดยเฉพาะถ้ายังดื่ม ยังสูบ และไม่ไปตามนัด
บางโรคเงียบลงไม่ได้แปลว่ามันหยุดครับ
แค่เราไม่ได้ยินมันเท่านั้นเอง
6️⃣ เจอถุงน้ำในตับอ่อนแล้วหมอบอกให้ติดตาม อย่าหายไป
หลายคนตรวจท้องด้วยเรื่องอื่น แล้วบังเอิญเจอถุงน้ำในตับอ่อนครับ
พอหมอบอกว่า
“ตอนนี้ยังไม่ต้องผ่าตัด มาตรวจซ้ำอีกหนึ่งปี”
เจ้าตัวได้ยินแค่ว่า “ไม่ต้องผ่า”
แล้วแปลต่อว่า “ไม่มีอะไร”
จากนัดหนึ่งปี กลายเป็นหายไปสี่ห้าปี
ถุงน้ำในตับอ่อนหลายชนิดไม่ใช่มะเร็งครับ
บางก้อนอยู่ได้ยาว ๆ และไม่เปลี่ยนเลย
แต่บางชนิดมีโอกาสเปลี่ยนแปลง
จึงต้องดูว่ามันโตขึ้นไหม
ผนังหนาขึ้นหรือเปล่า
มีก้อนเนื้ออยู่ข้างในไหม
หรือท่อตับอ่อนเริ่มผิดปกติหรือไม่
การติดตามไม่ได้หมายความว่าหมอคิดว่าคุณเป็นมะเร็งแล้ว
แต่เป็นการเฝ้าดูก่อนที่มันจะเปลี่ยนไปจนจัดการยากครับ
ถ้ามีนัด MRI, MRCP หรือส่องอัลตราซาวนด์
ไปตามนัดเถอะครับ
อย่ารอให้มีอาการ เพราะเป้าหมายของการติดตามคือดูตอนที่มันยังไม่ส่งอาการนี่แหละ
7️⃣ บ้านมีมะเร็งตับอ่อน หรือมียีนเสี่ยง ต้องรู้ก่อน ไม่ใช่รอป่วยก่อน
ถ้าพ่อ แม่ พี่ น้อง หรือลูก เคยเป็นมะเร็งตับอ่อน
โดยเฉพาะมีมากกว่าหนึ่งคน หรือมีคนเจอตอนอายุยังไม่มาก ควรเอาประวัตินี้มาคุยกับหมอครับ
รวมถึงคนที่มียีนเสี่ยงบางชนิด เช่น BRCA2, PALB2, ATM, CDKN2A หรืออยู่ในกลุ่มโรคทางพันธุกรรมบางแบบ
ไม่ได้แปลว่ามียีนแล้วต้องเป็นมะเร็ง
แต่มันทำให้แผนการดูแลเปลี่ยนได้
สิ่งที่ควรรู้คือ
ใครในบ้านเป็นมะเร็งอะไร
เป็นตอนอายุเท่าไร
และเป็นญาติใกล้ชิดแค่ไหน
อย่าตอบว่า “ไม่แน่ใจ น่าจะไม่มี” แล้วจบครับ
ลองกลับไปถามคนในบ้านจริง ๆ เพราะบางครั้งข้อมูลแค่ไม่กี่บรรทัด อาจช่วยให้เราเริ่มเฝ้าระวังได้เร็วกว่าคนทั่วไปนะ
สิ่งที่อยากให้เริ่มทำตั้งแต่วันนี้
• ถ้ายังสูบบุหรี่ ให้เริ่มวางแผนเลิก เพราะนี่คือปัจจัยเสี่ยงที่เราหยุดได้
• ลดน้ำหนักส่วนเกินและรอบเอว ไม่ต้องรีบผอม แต่ต้องหยุดปล่อยให้พุงโตขึ้นทุกปี
• ลดการดื่ม โดยเฉพาะคนที่เคยตับอ่อนอักเสบ อย่ากลับไปทำซ้ำ
• คุมน้ำตาลให้ดี และสังเกตถ้าอยู่ดี ๆ น้ำหนักลดหรือเบาหวานคุมยากขึ้น
• ถ้ามีตับอ่อนอักเสบเรื้อรังหรือถุงน้ำในตับอ่อน ต้องไปติดตามตามนัด
• รู้ประวัติมะเร็งในครอบครัวของตัวเอง ไม่ใช่รอให้ป่วยแล้วค่อยถาม
• ถ้ามีตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเข้ม อุจจาระซีด ปวดท้องร้าวไปหลัง เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ ให้ไปตรวจครับ
ผมไม่ได้อยากให้ทุกคนอ่านแล้วกลัวมะเร็งตับอ่อนนะครับ แต่อยากให้รู้ว่าโรคนี้ไม่ค่อยรอส่งอาการเตือนชัด ๆ ให้เราเตรียมตัว สิ่งที่เราทำได้จึงต้องเริ่มก่อน ทั้งหยุดบุหรี่ ลดการดื่ม ดูแลรอบเอว คุมน้ำตาล และไม่ปล่อยตับอ่อนอักเสบหรือถุงน้ำให้ขาดการติดตาม เพราะบางครั้งการดูแลตัวเองไม่ได้แปลว่าต้องทำอะไรใหญ่โต แค่หยุดพฤติกรรมที่ทำร้ายซ้ำ ๆ และไปตามนัดให้ครบ ก็อาจทำให้เราเจอความผิดปกติได้เร็วขึ้นมากครับ

"คน7กลุ่ม" ดังนี้ ไปตรวจมะเร็งตับอ่อนด่วน หมอเผย เจอช้ารอดยาก