- 27 ก.ค. 2569
บทสรุป พ่อเดินเท้าจากภาคใต้มาหา ลูกชายที่ จังหวัดราชบุรี สุดท้ายโดนเพจดังแฉเบื้องลึก ทำชาวเน็ตเสียงแตกสนั่น
กลายเป็นคลิปไวรัลที่ทำเอาหลายคนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลังมีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ของชายคนหนึ่งที่เดินทางจากภาคใต้มายังจังหวัดราชบุรี เพื่อตามหาลูกชายที่ไม่ได้พบหน้ามานานหลายเดือน ก่อนจะได้โผเข้าสวมกอดลูกอย่างสุดซึ้ง ท่ามกลางความคิดถึงของทั้งสองฝ่าย
คลิปดังกล่าวเผยให้เห็นชายรายหนึ่งเดินเท้าเปล่าจากสถานีรถไฟราชบุรี มุ่งหน้าไปยังวัดใหม่สี่หมื่น อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เพื่อพบลูกชาย โดยระหว่างทางมีพลเมืองดีพบเห็นจึงเข้าไปสอบถาม ก่อนซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนม และน้ำดื่มให้ พร้อมอาสาขับรถพาไปส่งถึงวัด
เมื่อเดินทางถึงวัด ภาพที่สร้างความประทับใจคือช่วงเวลาที่เด็กชายตะโกนเรียก "พ่อ!" ตั้งแต่เห็นกันในระยะไกล ก่อนรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดพ่อพร้อมร้องไห้ออกมาด้วยความคิดถึง ขณะที่ผู้เป็นพ่อก็โผกอดลูกแน่น ท่ามกลางบรรยากาศที่ทำให้ผู้พบเห็นต่างซาบซึ้งใจ
ต่อมาเจ้าของคลิป ซึ่งเล่าว่า วันเกิดเหตุตนพบชายคนดังกล่าวเดินถามทางไปอำเภอดำเนินสะดวก แต่ผ่านไปนานหลายชั่วโมงก็ยังเห็นเดินอยู่ด้วยความเหนื่อยล้า จึงซื้ออาหารและน้ำให้ พร้อมสอบถามว่าทำไมไม่โทรให้ญาติมารับ
ชายคนดังกล่าวตอบว่า ไม่มีโทรศัพท์และไม่มีเงิน พร้อมบอกเพียงว่า "เดี๋ยวผมเดินไปครับ" ด้วยความสงสาร เจ้าของคลิปจึงกลับไปปรึกษาแฟน ก่อนตัดสินใจขับรถไปส่งถึงวัด
เมื่อถึงที่หมาย ชายคนดังกล่าวถึงกับก้มลงกราบผู้มีพระคุณทั้งน้ำตา ทำให้เจ้าของคลิปและครอบครัวต่างซาบซึ้งจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ด้านพ่อของเด็ก เปิดใจว่า ก่อนหน้านี้มีปัญหากับพ่อเลี้ยงจนต้องออกจากบ้านไปทำงานรับจ้างในไร่สับปะรด และขาดการติดต่อกับลูกชายนานเกือบ 5 เดือน กระทั่งสืบทราบว่าลูกพักอาศัยอยู่ที่วัดแห่งนี้ จึงตัดสินใจเดินทางมาตามหา
เขาเล่าว่า มีเงินติดตัวเพียงกว่า 50 บาท จึงนั่งรถไฟจากสถานีปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาลงที่สถานีรถไฟราชบุรี ก่อนเดินเท้าต่อมายังวัด โดยเหลือเงินเพียงพอซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำไว้ประทังชีวิต จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากพลเมืองดี
พ่อของเด็กยอมรับว่า อดีตเคยต้องโทษคดียาเสพติด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ครอบครัวแตกแยกและต้องพลัดพรากจากลูก แต่ยืนยันว่าปัจจุบันเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว และตั้งใจกลับตัวเป็นคนดี
อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่ายังไม่พร้อมรับลูกกลับไปเลี้ยงดู เนื่องจากยังไม่มีความพร้อมทั้งเรื่องที่พักอาศัยและฐานะ จึงเห็นว่าการให้ลูกอยู่ในความดูแลของหลวงพ่อที่วัด จะทำให้เด็กได้รับการศึกษา การดูแล และมีอนาคตที่ดีกว่า
ขณะที่ พระครูโสภณจันทรังสี เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น เปิดเผยว่า เด็กชายถูกคุณย่านำมาฝากไว้กับทางวัดเมื่อประมาณ 7-8 เดือนก่อน โดยช่วงแรกเด็กมีพัฒนาการค่อนข้างช้า แต่หลังจากได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านที่พัก อาหาร และการศึกษา ปัจจุบันเด็กมีพัฒนาการดีขึ้น ร่าเริง สดใส และมีสุขภาพแข็งแรง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังคลิปดังกล่าวกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ เพจ "เจ๊ม้อย v+" ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนผู้ที่ต้องการให้ความช่วยเหลือ โดยระบุว่า หากประสงค์จะช่วยเหลือเด็ก ควรส่งความช่วยเหลือผ่านทางหลวงพ่อหรือทางวัดโดยตรง ไม่ควรมอบเงินให้พ่อของเด็ก
เพจยังอ้างข้อมูลจากญาติและอดีตนายจ้างของชายรายดังกล่าวว่า ในอดีตเคยได้รับโอกาสเข้าทำงานและมีผู้ช่วยเหลือทั้งเรื่องที่พัก อาหาร และของใช้สำหรับลูก แต่ภายหลังกลับนำเงินไปเล่นการพนัน ซื้อยาเสพติด และขายทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้ ก่อนหลบหนีไปหลายครั้ง
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ภายหลังพ้นโทษจำคุก อดีตภรรยาได้แยกทางและนำลูกคนเล็กไปฝากญาติ ส่วนลูกชายคนโตมาอยู่ในความดูแลของวัด โดยญาติแสดงความกังวลว่า หากได้รับตัวเด็กกลับไป อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอดีต จึงขอให้ประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือ มอบสิ่งของหรือเงินสนับสนุนผ่านทางวัด เพื่อให้ถึงตัวเด็กโดยตรง
ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของพ่อเด็กที่ถูกเผยแพร่ผ่านเพจดังกล่าว เป็นคำกล่าวอ้างจากญาติและอดีตนายจ้าง ซึ่งยังไม่ได้รับการชี้แจงจากพ่อของเด็กเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว
ภายหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตมีความคิดเห็นแตกออกเป็นหลายมุม บางส่วนยอมรับว่ารู้สึกสะเทือนใจจากคลิปแรก แต่เมื่อทราบข้อมูลอีกด้านก็รู้สึกผิดหวัง พร้อมมองว่าการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นเรื่องดี แต่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
ขณะที่อีกกลุ่มเห็นว่าทุกคนย่อมเคยผิดพลาด และไม่ควรตัดสินใครจากอดีตเพียงอย่างเดียว เพราะการเดินทางมาตามหาลูกอาจสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ส่วนอีกมุมมองหนึ่งระบุว่า การที่มีผู้เคยรู้จักออกมาให้ข้อมูลก็เป็นประโยชน์ เพื่อให้สังคมใช้วิจารณญาณก่อนตัดสินใจให้ความช่วยเหลือ ซึ่งท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบุคคล
