หมอพูดแล้ว ปมหนุ่ม "แคะฟัน" บวมเป็นมะเร็ง เผยชัดสาเหตุที่แท้จริง

"หมออ้น" นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง พูดแล้ว ปมหนุ่ม "แคะฟัน" จนปวดบวมสุดท้ายเป็นมะเร็ง เผยชัดสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวชายอายุ 31 ปี ซึ่งระบุว่าป่วยเป็นมะเร็งจากการใช้ไม้จิ้มฟันและสิ่งของต่าง ๆ แคะบริเวณฟันผุเป็นประจำ จนเกิดก้อนเนื้อนูนใหญ่บวมอักเสบทั่วใบหน้า ล่าสุด "หมออ้น" นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ศัลยแพทย์ตกแต่ง ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนผ่านทางวิดีโอส่วนตัว นพ.ฉัตรพล ระบุว่า 

 

หมอพูดแล้ว ปมหนุ่ม "แคะฟัน" บวมเป็นมะเร็ง เผยชัดสาเหตุที่แท้จริง

ในฐานะศัลยแพทย์ตกแต่งที่เคยเจอเคสลักษณะนี้มาพอสมควร ไม่คิดว่าการแคะฟันจะเป็นสาเหตุโดยตรงของการเกิดมะเร็ง โดยอธิบายว่าสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเรื่องของ "ความบังเอิญ" (Coincident) หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันพอดี กล่าวคือ มะเร็งในช่องปากของผู้ป่วยอาจจะกำลังเติบโตขึ้นในช่วงที่เขาชอบแคะฟันพอดี จึงทำให้เข้าใจผิดไปว่าการแคะฟันคือสาเหตุ ซึ่งในทางวิชาการยังไม่มีหลักฐานที่หนักแน่น (Solid evidence) ยืนยันว่าการแคะฟันทำให้เกิดมะเร็งได้

หมอพูดแล้ว ปมหนุ่ม "แคะฟัน" บวมเป็นมะเร็ง เผยชัดสาเหตุที่แท้จริง

 เปิดสาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งช่องปาก คุณหมอได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจนทางการแพทย์ ซึ่งส่งผลให้เกิดมะเร็งเยื่อบุในช่องปากและลุกลามไปยังส่วนอื่นได้ ได้แก่

  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • การสูบบุหรี่
  • เชื้อไวรัส HPV
  • สุขอนามัยในช่องปากที่ไม่สะอาด หรือปล่อยให้ช่องปากสกปรก

 

นอกจากนี้ แม้แต่กลุ่มเนื้องอกที่เกิดจากตัวฟันเอง (เช่น Odontogenic tumor) ก็ไม่มีหลักฐานว่ามีสาเหตุมาจากการแคะฟันเช่นกัน เตือนเสพข่าวอย่างมีสติ หวั่นสร้างความตื่นตระหนก คุณหมอแสดงความกังวลต่อการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวต่าง ๆ ที่ระบุว่า "แคะฟันแล้วเป็นมะเร็ง" เพราะอาจทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นและได้รับข้อมูลความรู้ที่ไม่ถูกต้อง

หมอพูดแล้ว ปมหนุ่ม "แคะฟัน" บวมเป็นมะเร็ง เผยชัดสาเหตุที่แท้จริง
 
 พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าโอกาสที่จะเกิดมะเร็งช่องปากจากการแคะฟันนั้นมี "น้อยมาก ๆ" อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่ทราบผลชิ้นเนื้อแน่ชัดว่าเป็นมะเร็งชนิดใด แต่นพ.ฉัตรพล ได้แสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยรายดังกล่าว เนื่องจากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่และลุกลามค่อนข้างมาก โดยขอให้คนไข้ได้รับการรักษาให้หายโดยเร็ววัน
 
ขอบคุณ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ,ศัลยแพทย์พลาสติกเฉพาะทาง Chatpon Kongfeangfung,MD.