- 13 ส.ค. 2569
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) สกัดแก๊งลอบขนต่างด้าว ยัดเต็มคัน 16 ราย
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.)ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต. โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก.ทล., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง , พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.๑ บก.ทล. ได้สั่งการให้
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.(นครสวรรค์) นำโดย พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สวญ.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., พ.ต.ต.นราวิชญ์ เดชคง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ศดิศ รัตนวงศ์ รอง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., จ.ส.ต.จีระพัฒน์ กรันทุกพันธุ์, ส.ต.อ.นที สืบเทศ, ส.ต.อ.นารเมธ เข็มทอง, ส.ต.อ.โสรัฐ ภู่ระโหง, ส.ต.อ.เอกลักษณ์ ไชยโย ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(อยุธยา) โดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ. ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ รอง สว. ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. (ลพบุรี) โดย ว่าที่ พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิ ลี้เกษร สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.พิษณุ ทัศญาณ รอง สว.สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. สนธิกำลังกับ กก.1 บก.สส.สตม.
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหารวมจำนวน 16 ราย ดังนี้
1.นาย ชิด วิน อ่อง อายุ 32 ปี บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติ ผู้ขับขี่รถยนต์มิตซูบิชิ สเปซ แวกอน สีเทา หมายเลขทะเบียน 6ขล 1XXX กรุงเทพมหานคร ผู้ถูกจับที่ 1
2.นาย ชาลี อายุ 35 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ขับขี่รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียน 8กส 8XXX กรุงเทพมหานคร ผู้ถูกจับที่ 2
3.นาย ซา ปาย อู อายุ 27 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 3
4.นาย แย วี พิว อายุ 19 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 4
5.นาย ซอ นาย ทู อายุ 19 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 5
6.นาย อ่อง โท เล อายุ 24 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 6
7.นาย มี ไฮ ทู อายุ 19 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 7
8.นาย เน ลี ทู อายุ 19 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 8
9.นาย เซ นี ไป อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 9
10.นางสาว เม เซ ไท อายุ 24 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 10
11.นางสาว เว เว เอ อายุ 30 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 11
12.นางสาว สี อายุ 19 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 12
13.นางสาว โน๊ะ เปะ อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 13
14.นาย อ่อง ซาง เวง อายุ 38 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 14
15.นาย อ่อง โซน เล อายุ 44 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 15
16.นางสาว ฌซ นวย ยู อายุ 23 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 16
โดยกล่าวหาว่า
ผู้ถูกจับที่ 1 “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วย ประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
ผู้ถูกจับที่ 2 “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วย ประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ผู้ถูกจับที่ 3 – 16 “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่จับกุม บริเวณบนถนน ทล.11 กม.13 ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
พฤติการณ์ ตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ในการกวดขันปราบปรามขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประชาชน พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.ทล. จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเร่งสืบสวนขยายผล ติดตามเส้นทางและพฤติการณ์ของเครือข่ายผู้นำพาแรงงานต่างด้าวอย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจทางหลวงนครสวรรค์ ตำรวจทางหลวงอยุธยา และตำรวจทางหลวงลพบุรี ได้บูรณาการกำลังสืบสวน เฝ้าติดตาม และเฝ้าระวังเส้นทางลำเลียง จนสืบทราบว่าในช่วงกลางดึกวันที่ 11 สิงหาคม 2569 จะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าสู่พื้นที่ตอนในผ่านทางหลวงหมายเลข 11 จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณทางหลวงหมายเลข 11 ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ กระทั่งเวลา 01.10 น. พบรถยนต์เป้าหมาย 2 คัน ขับขี่ต่อเนื่องกันมาด้วยความเร็วสูงและมีลักษณะน้ำหนักรถผิดสังเกต เจ้าหน้าที่จึงเข้าสกัด พร้อมขับติดตาม เปิดสัญญาณไฟวับวาบ และใช้เครื่องขยายเสียงสั่งให้หยุด ก่อนรถทั้งสองคันยอมหยุดบริเวณทางหลวงหมายเลข 11 กม.13 ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
จากการตรวจสอบพบรถยนต์คันแรกเป็นรถมิตซูบิชิ สเปซ แวกอน สีเทา ทะเบียน 6ขล 1XXXกรุงเทพมหานคร มีนายชิด วิน อ่อง อายุ 32 ปี ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เป็นผู้ขับขี่ พร้อมบุคคลโดยสาร 11 คน ส่วนรถคันที่สองเป็นรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน 8กส 8XXX กรุงเทพมหานคร มีนายชาลี อายุ 35 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ พร้อมบุคคลโดยสารอีก 3 คน รวมแรงงานต่างด้าวทั้งหมด 14 คน เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งหมดไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ สภ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ผลการตรวจสอบพบว่าผู้โดยสารทั้ง 14 รายเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา และไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ โดยผู้ขับขี่รถยนต์ทั้งสองรายให้การเบื้องต้นว่าได้รับว่าจ้างให้ลำเลียงแรงงานต่างด้าว คิดค่าจ้างรายละ 900–1,500 บาท รวมประมาณ 15,000 บาท โดยรับตัวแรงงานบริเวณป่าริมทางหลวงหมายเลข 11 ในพื้นที่ จังหวัดภาคกลางตอนบน ก่อนนำไปส่งยังพื้นที่ จังหวัดภาคกลางตอนล่าง ขณะที่แรงงานต่างด้าวทั้งหมดให้การผ่านล่ามว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ จังหวัดภาคตะวันตก
ก่อนมีผู้นำพาออกมาขึ้นรถเพื่อเดินทางไปหางานทำในพื้นที่ตอนใน โดยเสียค่าใช้จ่ายประมาณรายละ 20,000 บาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายชิด วิน อ่อง ผู้ขับขี่รถคันที่ 1 ในความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ขณะที่นายชาลี ผู้ขับขี่รถคันที่ 2 ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 14 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวผู้ถูกจับทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องในขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างให้ลำเลียงแรงงานต่างด้าวไปส่งยังพื้นที่ตอนใน โดยได้รับค่าจ้างประมาณ 900–1,500 บาทต่อคน รวมประมาณ 15,000 บาท ขณะที่แรงงานต่างด้าวให้การว่า ลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ก่อนมีผู้นำพามาขึ้นรถเพื่อเดินทางไปหางานทำ และเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000 บาทต่อคน
เตือนภัย ตำรวจทางหลวงนครสวรรค์ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ร่วมเป็นหูเป็นตา และขอเน้นย้ำว่าการสนับสนุนขบวนการแรงงานเถื่อนไม่เพียงแต่ผิดกฎหมาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ หากพบเห็นเบาะแสความผิดปกติบนทางหลวง สามารถแจ้งสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
