เจ้าอาวาสวัดป่าผวา หวั่นถูกแบล็กเมล์ หญิงปริศนาเคาะเรียกตี 4

พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ไม่กลัวถูกทำร้ายแต่ผวาถูกแบล็กเมล์ เผยเคยมีหญิงปริศนาเคาะประตูเรียกตี 4

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานที่วัดป่าอดุลยาราม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น นางนัดดา พี่สาวแท้ๆ ของหลวงพ่ออดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม พร้อมนายเรียง สามี เดินทางมารอพบหลวงพ่อ หลังทราบข่าวความขัดแย้งเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินของวัดกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง โดยแสดงความเป็นห่วงทั้งสุขภาพและความปลอดภัยของน้องชาย

 

เจ้าอาวาสวัดป่าผวา หวั่นถูกแบล็กเมล์ หญิงปริศนาเคาะเรียกตี 4
 

เจ้าอาวาสวัดป่าผวา หวั่นถูกแบล็กเมล์ หญิงปริศนาเคาะเรียกตี 4

 

นางนัดดาเดินทางมาถึงวัดประมาณ 15.30 น. และนั่งรออยู่บริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส ขณะนั้นหลวงพ่ออดุลสารนิเทศอยู่ระหว่างเดินทางไปฟอกไตตามนัดที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น โดยระหว่างรอพบ นางนัดดามีสีหน้าเป็นกังวลและสอบถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง

นางนัดดา เปิดเผยว่า ตนเป็นพี่สาวของหลวงพ่อ โดยครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 15 คน หลวงพ่อเป็นลูกคนที่ 10 ก่อนบวชมีชื่อว่านายสุภัต โพธิ์นาง และบวชเป็นพระตั้งแต่เรียนจบสายอาชีพที่ผ่านมา ตนมีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมน้องชายเป็นระยะ ขณะที่หลวงพ่อก็เคยรับกิจนิมนต์ไปฉันเพลที่บ้านใน ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น

ส่วนเรื่องข้อพิพาทที่ดิน นางนัดดากล่าวว่า รับรู้เรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ครั้งที่มีการนำคดีขึ้นสู่ศาลในช่วงแรก และไม่คิดว่าจะกลับมาเกิดปัญหากันอีกครั้ง กระทั่งเห็นข่าวทางโทรทัศน์ว่ามีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นที่วัด จึงตัดสินใจให้สามีพามาเยี่ยมน้องชาย เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย

นางนัดดาอยากให้หลวงพ่อพิจารณาปล่อยวางเรื่องข้อพิพาทของวัด และให้บุคคลอื่นเข้ามาเป็นกำลังหลักในการต่อสู้คดี เนื่องจากหลวงพ่อมีอายุมากแล้วและมีโรคประจำตัว โดยมองว่าหากลดภาระลงได้ก็น่าจะช่วยให้หลวงพ่อมีความปลอดภัยและไม่ต้องเผชิญความเครียดจากปัญหาที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม นางนัดดายอมรับว่า การตัดสินใจทั้งหมดขึ้นอยู่กับหลวงพ่อ เพราะที่ผ่านมาเคยพูดคุยในลักษณะนี้มาแล้ว แต่หลวงพ่อยังยืนยันว่าจะอยู่ดูแลวัดต่อไป เพื่อให้เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านสามารถเข้ามาพึ่งพาอาศัยได้
 

เจ้าอาวาสวัดป่าผวา หวั่นถูกแบล็กเมล์ หญิงปริศนาเคาะเรียกตี 4

 

ขณะที่ชาวบ้านที่เดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัดเป็นประจำ กล่าวว่า หลวงพ่อเป็นพระที่มีเมตตาและมักให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่เข้ามาขอพึ่งพา จึงรู้สึกเป็นห่วงเมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้น โดยหลวงพ่อยังบอกกับชาวบ้านอยู่เสมอว่า ไม่ต้องกังวล เพราะที่ดินที่ใช้สร้างวัดได้รับมอบจากเจ้าของที่ดินอย่างถูกต้อง

ต่อมาประมาณ 17.30 น. หลวงพ่ออดุลสารนิเทศเดินทางกลับถึงวัด หลังเข้ารับการฟอกไตตามนัด โดยมีญาติโยมช่วยกันประคองหลวงพ่อเดินเข้ากุฏิ เนื่องจากเพิ่งกลับจากโรงพยาบาล ก่อนที่นางนัดดาจะเดินเข้าไปพูดคุยกับน้องชายภายในกุฏิ พร้อมด้วยญาติโยมและสื่อมวลชน

หลังนั่งพักบนเก้าอี้ นางนัดดาได้สอบถามอาการเจ็บป่วย พร้อมแสดงความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ขณะที่หลวงพ่ออดุลสารนิเทศพยายามสร้างความมั่นใจให้พี่สาวว่า ไม่ต้องกังวล เนื่องจากขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความเรียบร้อย และในช่วงที่ไม่มีตำรวจ ก็ยังมีโยมอุปัฏฐากคอยดูแลอยู่ใกล้ชิด

หลวงพ่อยังเล่าว่า ตัวเองระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างดี หากมีญาติโยมเข้าพบจะต้องมีคนของวัดอยู่ด้วย และหากต้องเดินทางไปรับกิจนิมนต์นอกวัดก็จะไม่ไปเพียงลำพัง เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด

นอกจากนี้ หลวงพ่อเปิดเผยด้วยว่า ก่อนหน้านี้เคยมีผู้หญิงที่ไม่รู้จักมาเรียกอยู่บริเวณหน้าประตูในช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. แต่ไม่ได้เปิดประตูออกไปพบ เพราะเห็นว่าเป็นช่วงเวลาผิดปกติ พร้อมระบุว่า ส่วนตัวไม่ได้หวาดกลัวว่าจะถูกทำร้าย แต่กังวลเรื่องการถูกแบล็กเมล์หรือการนำเรื่องไปทำให้เสียชื่อเสียงมากกว่า

หลวงพ่ออดุลสารนิเทศยังกล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐว่า ต้องการให้ทุกฝ่ายวางตัวเป็นกลาง และไม่เอนเอียงไปปฏิบัติตามคำสั่งของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมากเกินไป โดยยกกรณีที่ฝ่ายทายาทเคยแจ้งให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาตรวจปัสสาวะพระภายในวัด โดยระบุว่าแจ้ง 4 ครั้ง เจ้าหน้าที่ก็มาตรวจทั้ง 4 ครั้ง พร้อมยอมรับว่าเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเมื่อมีการร้องเรียนก็จำเป็นต้องเข้ามาตรวจสอบ

 

เจ้าอาวาสวัดป่าผวา หวั่นถูกแบล็กเมล์ หญิงปริศนาเคาะเรียกตี 4

 

อย่างไรก็ตาม หลวงพ่ออดุลสารนิเทศยืนยันว่า ไม่ได้หวาดกลัวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังคงยืนยันว่าจะอยู่ดูแลวัดป่าอดุลยารามต่อไป ไม่คิดย้ายออกจากวัด

หลังจากพูดคุยและให้กำลังใจกันเป็นเวลาสั้นๆ นางนัดดาและนายเรียงจึงเดินทางกลับ โดยนางนัดดายังคงฝากความห่วงใยถึงน้องชาย และต้องการให้มีผู้ช่วยดูแลเรื่องข้อพิพาทและความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด