- 14 ส.ค. 2569
เปิดขั้นตอนล่าสุด “วัดป่าอดุลยาราม” หลังนำโฉนดตัวจริงกว่า 21 ไร่ ยื่นคัดค้านการออกใบแทนโฉนด พร้อมขอเปลี่ยนชื่อเป็นของวัด แต่ วันนี้ยังเปลี่ยนชื่อไม่ได้
วัดป่าอดุลยารามเดินหน้าคัดค้านออกใบแทนโฉนด 21 ไร่ นำฉบับจริงยื่นสำนักงานที่ดิน
ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยมูลนิธิกองทัพธรรม เข้าช่วยเหลือวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น หลังมีกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นทายาทเจ้าของที่ดิน ยื่นขอออกใบแทนโฉนดโดยอ้างว่าโฉนดฉบับจริงสูญหาย ขณะที่ทางวัดยืนยันว่าโฉนดฉบับจริงยังอยู่กับวัด ล่าสุดนิมนต์พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัด พร้อมทนายความ เดินทางไปสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อยื่นคัดค้านการออกใบแทนโฉนด และยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อวัด โดยมีตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2569 พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือ “มหาหมี” รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม และผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เดินทางไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อยื่นคัดค้านการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินของนายเฮียง พิมพ์ศรี ผู้มอบโฉนดให้ทางราชการเพื่อใช้ในการสร้างวัดเมื่อปี 2533
การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมีกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นทายาทของนายเฮียง เข้าไปติดต่อสำนักงานที่ดินเพื่อขอออกใบแทนโฉนดดังกล่าว โดยแจ้งว่าโฉนดฉบับจริงสูญหาย แต่ทางวัดป่าอดุลยารามยืนยันว่าโฉนดฉบับจริงยังคงอยู่ที่วัด
สำหรับสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นอยู่ห่างจากวัดประมาณ 5 กิโลเมตร ทางวัดได้ร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับคณะของเจ้าอาวาส เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่พระครูอดุลสารนิเทศนำโฉนดที่ดินฉบับจริง ซึ่งทางวัดระบุว่ามีมูลค่าหลายพันล้านบาท ออกจากสถานที่เก็บรักษาที่ปลอดภัยและเป็นความลับ เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นคัดค้านการออกใบแทนโฉนด
เมื่อเดินทางถึงสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น มูลนิธิกองทัพธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงระเบียบ ขั้นตอน และวัตถุประสงค์ในการเดินทางมายื่นเรื่อง โดยมีเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ
1.ยื่นคัดค้านการออกใบแทนโฉนด
2.ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อเจ้าของโฉนด จากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น
จากนั้นพระครูอดุลสารนิเทศได้นำโฉนดที่ดินฉบับจริง ซึ่งเก็บรักษาไว้ภายในย่ามสีแดง ออกมาแสดงต่อสื่อมวลชน ก่อนที่นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น จะตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด และยืนยันว่าเป็นโฉนดที่ดินจริง เลขที่ 61945 เนื้อที่กว่า 21 ไร่ โดยยังเป็นชื่อของนายเฮียง พิมพ์ศรี
จากนั้นเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามได้ลงนามในเอกสารเพื่อดำเนินการขอรับโอนโฉนดที่ดินมาเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดป่าอดุลยาราม รวมถึงลงนามในเอกสารคัดค้านการออกใบแทนโฉนด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ด้าน ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือ “มหาหมี” รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม กล่าวถึงกรณีการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองโฉนดที่ดินจากนายเฮียง พิมพ์ศรี มาเป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามว่า ทางวัดสามารถดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องรอว่าศาลฎีกาจะรับคำร้องของทายาทเจ้าของที่ดินที่ยื่นเรื่องไว้ต่อศาลหรือไม่
ดร.ประยุทธ ระบุว่า สิทธิ์ในที่ดินเป็นของวัดป่าอดุลยารามมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นปีที่นายเฮียงมอบโฉนดที่ดินให้ทางราชการเพื่อใช้สร้างวัด และการเสียชีวิตของนายเฮียงไม่ได้ทำให้สิทธิ์ของวัดสิ้นสุดลงตามที่ทางทายาทกล่าวอ้าง
ที่ผ่านมา ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลแพ่ง เคยมีคำตัดสินวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิ์ในที่ดินว่าเป็นของวัด ทำให้ทางวัดสามารถดำเนินการขอเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองในโฉนดได้ แต่ขั้นตอนอาจต้องใช้เวลาตามกระบวนการทางราชการ โดยหากดำเนินการครบถ้วนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนาม ก็จะสามารถเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองเป็นวัดป่าอดุลยารามได้
นอกจากนี้ ดร.ประยุทธ ระบุว่า กรณีของวัดป่าอดุลยารามจะถูกนำไปเป็นกรณีศึกษาให้กับวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะวัดที่ยังไม่ได้โอนหรือเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองที่ดินอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ทราบว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะมีการสำรวจและเร่งดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อพิพาทในลักษณะเดียวกัน
จากการสำรวจพบว่า มีที่ดินของวัดหลายพันแห่งที่ยังมีสถานะลักษณะเดียวกับวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามขั้นตอนต่อไป
ขณะที่นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามนำโฉนดที่ดินเลขที่ 61945 เนื้อที่กว่า 21 ไร่ มาตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นโฉนดฉบับจริง และยังเป็นชื่อของนายเฮียง พิมพ์ศรี จากนี้จะเข้าสู่กระบวนการดำเนินการตามกฎหมาย
แม้การได้มาซึ่งสิทธิ์ในที่ดินจะเป็นไปตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือกฎหมายอื่น และศาลมีคำตัดสินให้ที่ดินเป็นของวัดแล้วก็ตาม แต่การเปลี่ยนแปลงผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนด เจ้าพนักงานที่ดินจะต้องดำเนินการโอนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับขั้นตอนต่อไปจะต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 84 ทำให้ในวันนี้ยังไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์จากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นวัดป่าอดุลยารามได้ เนื่องจากต้องดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา 84 ให้ครบถ้วน
ปัจจุบัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 84 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับมอบอำนาจแทน โดยมีระเบียบของกรมที่ดินปี 2553 กำหนดรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติ เช่น การตรวจสอบรายละเอียดของวัด แผนผัง และทรัพย์สินภายในวัด รวมถึงตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งของกุฏิและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ว่าอยู่บริเวณใดของพื้นที่วัด
จากนั้นจะส่งเรื่องไปยังที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้ตรวจสอบว่าการดำเนินการดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ติดกับวัดหรือไม่ และมีความเหมาะสมกับชุมชนหรือไม่ ตามหลักเกณฑ์และหนังสือของกระทรวงมหาดไทย ก่อนรวบรวมเอกสารทั้งหมดส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นระบุว่า จะเร่งรัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด
