หญิงวัย 77 เล่าพฤติกรรม ตา ก่อนป่วย "ทนายแก้ว" กาง กม. ใครต้องดูแล

ยิ่งพีกเลย หญิงวัย 77 เล่าพฤติกรรม ตาป่วยติดเตียง ก่อนปฏิเสธ ไม่รับดูแลที่บ้าน 'ทนายแก้ว' กางข้อกฎหมายชัด แล้วใครต้องดูแล

จากเรื่องราวที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ย้อย พันธ์ดนตรี” เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู โพสต์คลิปพร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ หลังได้รับผู้ป่วยติดเตียงรายหนึ่งส่งโรงพยาบาล ก่อนจะได้รับการประสานให้นำตัวกลับบ้าน แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับพบว่าญาติไม่ประสงค์รับผู้ป่วยกลับเข้าบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจนำตัวกลับมายังโรงพยาบาลอีกครั้ง

 

หญิงวัย 77 เล่าพฤติกรรม ตา ก่อนป่วย "ทนายแก้ว" กาง กม. ใครต้องดูแล

 

ล่าสุด นางมะ หญิงวัย 77 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่ปฏิเสธรับนายดำริ ชายสูงวัยวัย 79 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงและมีแผลกดทับ กลับเข้าบ้าน มาดูแล ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไร สุดท้ายต้องนำตัวกลับไปโรงพยาบาล และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ 

 


โดย นางมะ ได้ออกมาชี้แจงในรายการโหนกระแสว่า ในอดีตตนกับนายดำริเคยใช้ชีวิตคู่กัน โดยแต่งงานตามประเพณีเมื่อปี 2528 แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และไม่มีบุตรด้วยกัน ก่อนจะแยกทางกันในปี 2551

 

นางมะ เล่าว่า ก่อนเลิกรากัน นายดำริเคยข่มขู่และบังคับจะนำรถกระบะซึ่งเป็นชื่อของตนไปใช้เป็นสินสอดแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ นอกจากนี้ยังนำเงินสดจำนวน 100,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ทั้งคู่ร่วมกันทำมาหากินไปด้วย ทำให้หลังจากนั้นทั้งสองคนแยกทางกันอย่างเด็ดขาด

 

ประเด็นสำคัญของเรื่องถูกนำมาพูดคุยในรายการ โดย “ทนายแก้ว” ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล อธิบายข้อกฎหมายว่า ใครกันแน่ที่มีหน้าที่ต้องดูแลนายดำริ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่านางมะปฏิเสธการรับผู้ป่วยติดเตียงกลับบ้าน

 

ทนายแก้วอธิบายว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1461 กำหนดให้สามีและภรรยามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูกัน แต่ในกรณีของ นางมะกับนายดำริ ทั้งคู่แต่งงานกันเพียงตามประเพณี ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีบุตรด้วยกัน และแยกทางกันอย่างเด็ดขาดมาตั้งแต่ปี 2551 ดังนั้น ในทางกฎหมาย นางมะจึงไม่ได้มีสถานะเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูนายดำริ
 

หญิงวัย 77 เล่าพฤติกรรม ตา ก่อนป่วย "ทนายแก้ว" กาง กม. ใครต้องดูแล

 

ส่วนประเด็นเรื่องการทอดทิ้งผู้ป่วย ทนายแก้วกล่าวถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 307 ซึ่งกำหนดโทษสำหรับผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญาในการดูแลบุคคลที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่กลับทอดทิ้งบุคคลดังกล่าว โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท

 

อย่างไรก็ตาม ทนายแก้วระบุว่า นางมะ ไม่มีความผิดตามมาตราดังกล่าว เนื่องจากไม่มีพันธะหน้าที่ตามกฎหมายหรือสัญญาในการดูแลนายดำริ แม้ในอดีตทั้งคู่จะเคยใช้ชีวิตร่วมกันก็ตาม

 

หนุ่ม กรรชัย ยังยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า หากเราอนุญาตให้เพื่อนเข้ามาพักอาศัยในบ้านด้วยความสงสาร แต่ต่อมาเพื่อนมีพฤติกรรมที่ไม่ดี จึงตัดสินใจให้ย้ายออก แม้ภายหลังเพื่อนจะเจ็บป่วย เราจะมีความผิดหรือไม่ ซึ่งทนายแก้วตอบว่า หากไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายต่อกัน ก็ไม่มีความผิดในการปฏิเสธไม่รับดูแล เพราะไม่ได้มีพันธะหน้าที่ตามกฎหมาย

 

หญิงวัย 77 เล่าพฤติกรรม ตา ก่อนป่วย "ทนายแก้ว" กาง กม. ใครต้องดูแล

เมื่อบุคคลในครอบครัวหรือผู้พักอาศัยไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการดูแลแล้ว ทนายแก้วอธิบายว่า ภารกิจช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแลสามารถประสานหน่วยงานภาครัฐเข้ามาดำเนินการได้ โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 กำหนดหลักการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือบุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ขณะที่พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เป็นอีกกลไกสำคัญในการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้สูงอายุ โดยสามารถประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. เข้ามาประเมินและจัดการช่วยเหลือได้

 

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด โรงพยาบาลลาดบัวหลวงได้รับการประสานจากบ้านพักคนชราแล้ว โดยมีแผนนำตัวนายดำริไปเข้ารับการดูแลในช่วงบ่ายของวันถัดไป เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมต่อไป

 

ทนายแก้วยังอธิบายถึงสิทธิประโยชน์ที่นายดำริอาจได้รับจากภาครัฐ โดยระบุว่าผู้สูงอายุสามารถได้รับเงินช่วยเหลือผ่าน พม. จำนวน 3,000 บาท ทุก 3 เดือน ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลที่บ้านพักคนชราได้ นอกจากนี้ หากได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้พิการเพิ่มเติม ก็อาจได้รับเบี้ยความพิการตามสิทธิอีกส่วนหนึ่ง

 

ด้าน นางมะ ยังเปิดเผยเรื่องราวครอบครัวของนายดำริว่า ก่อนหน้านี้นายดำริเคยมีภรรยาหลายคน โดยภรรยาคนแรกมีบุตรด้วยกัน 2 คน ส่วน นางมะ เป็นภรรยาคนที่สอง แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จากนั้นนายดำริมีภรรยาคนที่สาม ซึ่งมีการจดทะเบียนสมรสและมีบุตรด้วยกัน ก่อนจะมีภรรยาคนที่สี่ตามมา และปัจจุบันต่างแยกทางกันหมดแล้ว

 

 

ส่วนกระแสข่าวว่าครอบครัวของนายดำริจะส่งเงินมาช่วยเหลือ นางมะ ยืนยันว่าไม่มีและไม่เคยมี โดยมีเพียงภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับนายดำริเท่านั้นที่เคยพูดว่า หากนายดำริเป็นอะไรไป จะรับตัวไปจัดพิธีตามประเพณี และมีเงินบางส่วนที่จะได้รับ ซึ่ง นางมะ ระบุว่าเป็นสิทธิของอีกฝ่ายและตนไม่ได้ติดใจอะไร

 


ทั้งนี้ ทนายแก้วชี้ว่า หากบุคคลใดมีสถานะเป็นภรรยาหรือสามีโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็ย่อมมีหน้าที่ตามกฎหมายในการอุปการะเลี้ยงดูกัน หากมีหน้าที่ตามกฎหมายแล้วกลับทอดทิ้งบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายได้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและรายละเอียดของแต่ละกรณี

 

หญิงวัย 77 เล่าพฤติกรรม ตา ก่อนป่วย "ทนายแก้ว" กาง กม. ใครต้องดูแล