ฟังจากปาก สาววัย 18 เล่าจุดเริ่มต้น ก่อนโดนโกนหัวใช้หนี้ 6 หมื่น

สาววัย 18 เปิดใจเล่าจุดเริ่มต้น หลังเที่ยวบาร์โฮสต์จนยอดพุ่งเกือบ 6 หมื่นบาท เผยเหตุผลที่ยอมโกนผมทั้งหัว แลกกับการยกหนี้ เผยเคยคิดทำร้ายตัวเอง

จากกรณีหญิงสาวรายหนึ่งเข้าใช้บริการบาร์โฮสต์ ก่อนมียอดค่าใช้จ่ายเกือบ 60,000 บาท แต่ไม่สามารถชำระเงินได้ จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่ทางร้านให้ทำสัญญาซื้อขายเส้นผม และสุดท้ายถูกโกนผมทั้งศีรษะเพื่อแลกกับการหักค่าใช้จ่าย ล่าสุดหญิงสาววัย 18 ปี ได้ออกมาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

ฟังจากปาก สาววัย 18 เล่าจุดเริ่มต้น ก่อนโดนโกนหัวใช้หนี้ 6 หมื่น

หญิงสาววัย 18 ปี เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นที่รู้จักบาร์โฮสต์มาจากการเห็นไลฟ์ของทางร้านผ่าน TikTok โดยก่อนหน้านี้รู้จักโฮสต์จากร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ก่อนที่โฮสต์จะแนะนำให้รู้จักกับบาร์โฮสต์ และเริ่มมีการดื่มออนไลน์ โดยโฮสต์จะทักมาชวนให้ช่วยซื้อดื่ม ราคาแก้วละประมาณ 250 บาท ซึ่งในช่วงแรกไม่ได้คิดว่าจะเสียเงินจำนวนมาก เพราะแต่ละครั้งที่ดื่มออนไลน์เสียเงินไม่ถึง 3,000 บาท

ต่อมาโฮสต์เริ่มชวนให้ไปที่ร้าน โดยบอกว่าอยากเจอ เมื่อได้พูดคุยกันก็รู้สึกชอบและหลง จึงตัดสินใจเดินทางไปที่ร้านแรก ซึ่งครั้งนั้นหมดเงินประมาณ 13,000 บาท แต่ยังมีเงินจ่าย และสุดท้ายสามารถเคลียร์ค่าใช้จ่ายได้ โดยโฮสต์เป็นผู้ค้ำประกันให้ว่าจะนำเงินมาจ่ายภายหลัง
ฟังจากปาก สาววัย 18 เล่าจุดเริ่มต้น ก่อนโดนโกนหัวใช้หนี้ 6 หมื่น

จากนั้นโฮสต์คนเดิมจากร้านที่ 2 ทักมาชวนให้ไปเที่ยวอีกครั้ง ถึงขั้นมารับที่หน้าบ้าน โดยร้านดังกล่าวอยู่ย่านพระราม 3 ครั้งนั้นหมดเงินประมาณ 30,000 บาท แต่ไม่มีเงินจ่าย เนื่องจากดื่มไปจำนวนมากและมีอาการเมา ทางร้านจึงยึดโทรศัพท์เอาไว้ พร้อมให้เซ็นเอกสารว่าจะคืนโทรศัพท์เมื่อมีเงินมาชำระ โดยให้เขียนทั้งรหัสหน้าจอและรหัสไอคลาวด์ รวมถึงให้เบอร์โทรศัพท์ของพ่อและแม่ไว้สำหรับติดต่อ อย่างไรก็ตาม แม่ของหญิงสาวระบุว่าไม่เคยได้รับการติดต่อจากทางร้าน

ส่วนร้านที่ 3 หญิงสาวเดินทางไปเมื่อวันที่ 24 โดยเป็นโฮสต์อีกคนที่พูดคุยกันมานาน และมีความสัมพันธ์ในลักษณะเหมือนกำลังคบหากัน เธอจึงตัดสินใจไปเที่ยวเพราะคิดว่าเป็นแฟนกันและรู้สึกรักเขา

เมื่อไปถึงร้าน เธอระบุว่าดื่มไปเรื่อย ๆ และเมื่อมีอาการเมา โฮสต์จะชวนให้เรียกเพื่อนมาดื่ม รวมถึงชวนให้ซื้อดื่มเพิ่มครั้งละหลายแก้ว กระทั่งยอดค่าใช้จ่ายพุ่งขึ้นไปประมาณ 60,000 บาท เมื่อเห็นบิลก็รู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะไม่มีเงินจ่าย

หญิงสาวพยายามโทรศัพท์หาพี่ แต่ไม่มีใครรับสาย ก่อนจะโทรหาแม่ แต่ขณะนั้นแม่ไม่ว่าง จึงให้ทางร้านพูดคุยกับแม่แทน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นเกิดมีปากเสียงกัน และหญิงสาวอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย โดยเจ้าของร้านเป็นคนดึงแขนและกระชากตัวขึ้นมา พร้อมถามว่าจะเอาอย่างไร ก่อนผลักให้นั่งบริเวณเวทีและใช้คำพูดหยาบคาย

จากนั้นหญิงสาวได้ยินคนในร้านพูดคุยกันว่า หากไม่มีเงินให้ใช้วิธีซื้อขายเส้นผม ตอนแรกมีการเสนอให้ตัดผมเพื่อแลกกับการลดหนี้ 3,000 บาท แต่ภายหลังเปลี่ยนเป็นการโกนผมทั้งศีรษะ แลกกับการยกหนี้ประมาณ 60,000 บาท

ฟังจากปาก สาววัย 18 เล่าจุดเริ่มต้น ก่อนโดนโกนหัวใช้หนี้ 6 หมื่น

หญิงสาวระบุว่า ขณะนั้นทางร้านให้เลือก 2 ทาง ระหว่างยอมให้ทำร้ายร่างกายกับการโกนผม เธอจึงเลือกโกนผม เพราะรู้สึกกลัวและต้องการให้เรื่องจบลง โดยคิดว่าหากยอมโกนผมแล้วหนี้หมด ทุกอย่างก็น่าจะจบ

ส่วนการเซ็นเอกสารนั้น เธอยอมรับว่าเซ็นเพราะรู้ว่าจะต้องมีการตัดผม แต่ตอนแรกเข้าใจว่าจะตัดเพียงบางส่วน หรือทำให้ผมแหว่งเพื่อเป็นการลงโทษ ไม่คิดว่าจะถูกโกนจนหมดทั้งศีรษะ และเมื่อถึงตอนนั้นก็ไม่สามารถห้ามอะไรได้แล้ว โดยยอมรับว่าตัวเองก็มีส่วนผิดจากการไปเที่ยวและใช้เงินโดยไม่มีเงินจ่าย

สำหรับคลิปเหตุการณ์ที่ถูกนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ หญิงสาวระบุว่าไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีการนำคลิปตอนโกนศีรษะไปโพสต์ โดยทางร้านแจ้งเพียงว่าจะลงรูปเพื่อเตือนภัย แต่ไม่ได้บอกว่าจะเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อเห็นคลิปจึงรู้สึกตกใจและเสียใจ เพราะมองว่าเนื้อหาค่อนข้างรุนแรง

 

หลังคลิปถูกเผยแพร่ หญิงสาวเข้าไปอ่านความคิดเห็นทั้งหมด และพบว่ามีผู้คนเข้ามาต่อว่าเป็นจำนวนมาก เธอยอมรับว่าตัวเองผิดที่ไปเที่ยวและใช้เงินโดยไม่มีเงินจ่าย แต่บางข้อความมีถ้อยคำรุนแรงเกินไป จนช่วงหนึ่งรู้สึกไม่ไหวและเคยมีความคิดทำร้ายตัวเอง

ส่วนกรณีการใช้บัตรประชาชนปลอม หญิงสาวยอมรับว่าเป็นการแก้ไขปี พ.ศ. ในบัตร เพื่อให้สามารถเข้าใช้บริการได้ โดยร้าน 2 แห่งแรกมีการตรวจบัตร แต่ร้านที่ 3 ไม่ได้ตรวจสอบบัตรประชาชน

ฟังจากปาก สาววัย 18 เล่าจุดเริ่มต้น ก่อนโดนโกนหัวใช้หนี้ 6 หมื่น

หลังจากเผชิญเหตุการณ์ทั้งหมด หญิงสาวยอมรับว่าเข็ดแล้ว และยืนยันว่าจะไม่กลับไปเที่ยวบาร์โฮสต์อีก ขณะที่โฮสต์ทั้ง 3 คนก็ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว และบางคนได้บล็อกเธอไปแล้ว

เธอยังเปิดเผยถึงสาเหตุที่ตัดสินใจไปเที่ยวทั้งที่ไม่มีเงินว่า ขณะนั้นรู้สึกว่าตัวเองรักโฮสต์ และคิดว่าหากไปเที่ยวด้วยกันก็คงไม่ต้องเป็นคนจ่ายเงินเอง แต่เมื่อไปถึงร้านกลับถูกชักชวนให้ซื้อดื่มหลายครั้ง จนยอดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ในที่สุด