- 01 ก.ย. 2569
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) รวบ 2 พี่น้องตัวเป้ง เครือข่ายยานรกข้ามชาติ ผงะซุกยา 2.4 ตัน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล, พ.ต.ท.วชิระ ศุภพิสิฐกุล, พ.ต.ท.ทินกร มณีรัตน์, พ.ต.ท.กิติภูมิ ศรีแผ้ว รอง ผกก.6 บก.ป. และ พ.ต.ท.นรบดี ดวงจิตต์ รอง ผกก.6 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม
1.นายปริวัฒน์ฯ อายุ 43 ปี ชาว จ.ระยอง
ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 646/2569 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยทั่วไปและร่วมกันพยายามส่งยาเสพติดให้ไทษประเภทที่ 1 (ไอซ์)
ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทนต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้าน ม.8 ต.ท้องเนียน อ.ขนอม จว.นครศรีธรรมราช
2.นายปิติฯ อายุ 46 ปี ชาว จ.ระยอง
ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 647/2569 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยทั่วไปและร่วมกันพยายามส่งยาเสพติดให้ไทษประมาทที่ 1 (ไอซ์)
ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทนต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
สถานที่จับกุม บริเวณทะเลอ่าวขนอม เขตอำเภอขนอม จว.นครศรีธรรมราช (พิกัดทางทะเล 9°13.7822' N, 99°56.0037' E) บนเรือประมง “ป.โชคจันทา 399”
พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง
พฤติการณ์ ด้วยเมื่อประมาณเดือน มิ.ย.68 หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สนธิกำลังกองทัพเรือ และป.ป.ส. ทลายเครือข่ายยึดของกลางยาไอซ์ 2,399 กก. (ประมาณ 2.4 ตัน) ที่อาศัยเรือท่องเที่ยว
เป็นพาหนะตบตา ตามข้อมูลยาเสพติดลอดดังกล่าว มีเป้าหมายใช้น่านน้ำไทย บริเวณปากน้ำประแส
ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง จ.ระยอง เป็นจุดเริ่มต้นส่งต่อพื้นที่ภาคใต้ ไปประเทศปลายทาง ต่อมาเจ้าหน้าที่
กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ขยายผล พบลุ่มบุคคลผู้รับจ้างเดิน “เรือยนต์ท่องเที่ยว” ประเภท 90 ตันกรอส
มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากปากน้ำประแส จ.ระยอง และชลบุรี เตรียมล่องลงอ่าวไทย ส่งต่อไป อ.สิชล อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้เรือใหญ่มารับถ่ายโอนเตรียมส่งปลายทางประเทศที่สาม ตามการข่าวคือ ประเทศออสเตรเลีย ต่อมาเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้แกะรอยเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับบัญชีต้องสงสัย ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล การแบ่งหน้าที่จากเงินค่าจ้าง การติดต่อทางโทรศัพท์ และพิสูจน์ความเป็นเจ้าของพาหนะที่ใช้ลำเลียง ซึ่งคาดว่าเชื่อมโยงเครือข่ายข้ามชาติรายใหญ่ที่มีฐานบัญชาการในประเทศเพื่อนบ้าน และพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายรายจึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา และ จากการสืบสวนพบว่า
1.นายปรีวัฒน์ฯ ผู้ต้องหา เป็นผู้มีหน้าที่สั่งการลูกเรือ และ ควบคุมการลำเลียงยาเสพติด 2.นายปิติฯ ทำหน้าที่ประสานงานลูกเรือ บริหารการเงิน และ จัดหาเครื่องSTARLINK ให้กับเรือในเครือข่าย ซึ่งทั้งสองคนได้ทำอาชีพประมงในพื้นที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช บังหน้า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ประสานงานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.4 กก.6 บก.รน.(ตำรวจน้ำขนอม) เพื่อร่วมสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหา
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่านายปรีวัฒน์ฯ ได้ใช้รถเก๋ง สีแดง ป้ายทะเบียนจังหวัดระยอง จึงได้ร่วมกันวางแผนเข้าตรวจสอบ จนกระทั่งเมื่อพบรถต้องสงสัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ชุดจับกุมกำลังสะกดรอย คนร้ายได้ไหวตัวทันและขับรถหลบหนี และโยนสิ่งของบางอย่างทิ้งออกนอกรถ
แต่เจ้าหน้าที่สามารถสกัดรถไว้ได้ เมื่อตรวจสอบพบว่าคนขับคือนายปรีวัฒน์ฯ และตรวจสอบสิ่งของที่ทิ้ง
ออกจากรถพบว่าเป็นโทรศัพท์มือถือของนายปรีวัฒน์ฯ ต่อเจ้าหน้าที่ได้สอบถามถึงนายปิติฯ นายปรรวัฒน์ฯ แจ้งว่าได้ออกเรือไปประมาณ 5-6 วันแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อจึงตรวจสอบการเดินเรือพบว่า เรือซึ่ง
นายปิติฯ ใช้ทำประมงได้ออกจากท่าเรือไปประมาณ 20 นาที จึงได้แจ้งหัวหน้าสถานีตำรวจน้ำขนอมเพื่อขอ
อนุญาตนำเรือออกตรวจสอบ จากนั้นเมื่อตรวจสอบเรดาร์พบเรือต้องสงสัยลักษณะตรงกับเรือซึ่งนายปิติฯ ใช้ จึงได้แจ้งให้หยุดเรือเพื่อทำการตรวจสอบบุคคลภายในเรือ พบว่าไต๋เรือ หรือผู้ควบคุมเรือคือนายปิติฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับ จากนั้นจึงได้แจ้งรายละเอียดตามหมายจับ และสิทธิผู้ต้องหาให้ทราบ และได้ควบคุมตัวนายปิติฯ ไปเพื่อจัดทำบันทึกจับกุมที่ สถานีตำรวจน้ำขนอม และ ได้นำผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อไป
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ว่าที่ พ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี สว. กก.6 บก.ป. โทร.092-5529165
