ยึดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์เถื่อนกว่า 1 พันชิ้น มูลค่า 3 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) ทลายรังยาเสริมความงามเถื่อน ซุกคอนโดย่านวังทองหลาง ยึดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์เถื่อน กว่า 1 พันชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์  เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ  สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ  แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ 
พล.ต.ต.คงกฤช  เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์  รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ  นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง  
อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์  ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์  คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และยาออนไลน์ พื้นที่เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลาง จำนวน 35 รายการ รวมกว่า 1,291 ชิ้น มูลค่ากว่า 3,000,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.พีรดนย์  คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 
กก.4 บก.ปคบ.

ยึดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์เถื่อนกว่า 1 พันชิ้น มูลค่า 3 ล้านบาท

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบแหล่งจำหน่ายยาไม่มีทะเบียนสำหรับฉีดเสริมความงามให้กับคลินิกเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ซึ่งหากมีการนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกายโดยเฉพาะใบหน้าอาจทำให้ไม่ได้ผลตามที่ต้องการ อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือเป็นอันตรายต่อผู้รับบริการได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนจนทราบว่า มีคอนโดแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ถูกใช้เป็นสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยมในคลินิกเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ วิตามิน ปากกาลดน้ำหนัก ฯลฯ
ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นำหมายศาลอาญา เข้าตรวจค้นคอนโดแห่งหนึ่ง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พบ นาย ศิวะ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์และยา ซึ่งนิยมใช้ในคลินิกเสริมความงาม ดังนี้

ยึดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์เถื่อนกว่า 1 พันชิ้น มูลค่า 3 ล้านบาท

เครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ฟิลเลอร์กลุ่มสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid - H ดังนี้
Juvederm ULTRA 3     จำนวน 18 กล่อง
Juvederm ULTRA 4     จำนวน 18 กล่อง
Juvederm VOLUMA WITH LIDOCAINE   จำนวน  7 กล่อง
RESTYLANE KYSSE     จำนวน 24 กล่อง
RESTYLANE EYELIGHT     จำนวน 40 กล่อง
RESTYLANE VOLYME     จำนวน 40 กล่อง
RESTYLANE SKINBOOSTERS   จำนวน 20 กล่อง
Neuramis DEEP     จำนวน  8 กล่อง
Neuramis VOLUME    จำนวน 34 กล่อง
ELASTY D plus     จำนวน 14 กล่อง
ELASTY G plus     จำนวน 20 กล่อง
ELASTY F plus     จำนวน 50 กล่อง
เครื่องมือแพทย์ฟิลเลอร์ กลุ่มบำรุงและฟื้นฟูผิว ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ดังนี้
    2.1 REJURAN Rejuvenation with PN  จำนวน 23 กล่อง
 2.2 NAHYCO IBSA PROFHILO   จำนวน 46 กล่อง
FILLMED NCTF 135 HA    จำนวน 34 กล่อง
 เครื่องมือแพทย์ฟิลเลอร์ กลุ่มฟื้นฟู บำรุง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ดังนี้
 3.1 Sculptra poly-L-lactic acid    จำนวน 40 กล่อง
 3.2 GALDERMA SCULPTRA Poly-L-lactic acid  จำนวน 30 กล่อง
          4. ผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน กลุ่มเมโสแฟต/แฟตสลายไขมัน ดังนี้
 4.1 AQUALYX COSMETIC marllor     จำนวน 17 กล่อง
     4.2 LEMONBOTTLE AMPOULE SOLUTION FOR FACE & BODY  จำนวน 13 กล่อง
 5. ผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน กลุ่มชีววัตถุ สารลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ดังนี้
     5.1 BOTOX (Allergan) 100 UNITE      จำนวน   30 กล่อง
     5.2 Dysport Clostridium Botulinum Type A 500 units   จำนวน   40 กล่อง
              5.3 NABOTA BOTULINUM TOXIN TYPE A 200 UNITS    จำนวน   20 กล่อง
    5.4 NABOTA BOTULINUM TOXIN TYPE A 100 UNITS   จำนวน 148 กล่อง
       5.5 Botulax Botulinum Toxin Type A 100 UNITS    จำนวน   12 กล่อง
              5.6 MEDITOXIN Purified Botulinum Toxin Type A Complex 200 units  จำนวน   25 กล่อง
     5.7 MEDITOXIN Purified Botulinum Toxin Type A Complex 100 units  จำนวน   40 กล่อง
     5.8 Neuronox Purified Botulinum Toxin Type A Complex 100 units  จำนวน   40 กล่อง
              5.9 HUTOX INJ. Clostridium Botulinum Toxin Type A 100 UNITS  จำนวน 100 กล่อง
     5.10 WonderTox Inj. Clostridium Botulinum Toxin Type A 100 UNITS  จำนวน   25 กล่อง
6. ผลิตภัณฑ์ยาควบคุมพิเศษที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน(ออกฤทธิ์ต่อระบบฮอร์โมน) ดังนี้
    6.1 COSMOS Tirzepatide     จำนวน 190 กล่อง
              6.2 Mounjaro Tanabe Pharma Corporation  จำนวน 125 กล่อง
รวมตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำนวน 466 กล่อง, ยาควบคุมพิเศษที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำนวน 825 ชิ้น รวมจำนวน 1,291 ชิ้น มูลค่ากว่า 3,000,000 บาท
จากการสืบสวนขยายผล พบว่า สินค้าดังกล่าวนำเข้ามาจากต่างประเทศ จากนั้นนำมาจัดเก็บในคอนโดดังกล่าวเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และง่ายต่อการกระจายสินค้า โดย นายศิวะฯ จะเป็นผู้แพ็คและจัดสิ่งสินค้าตามคำสั่งของเจ้าของชาวเวียดนาม และทำมาแล้วประมาณ 2 เดือน

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม
1. พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510
 - ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
 - ฐาน “ขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551และที่แก้ไขเพิ่มเติม
 - ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 - ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนใบอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์  เชานาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาและเครื่องมือแพทย์เถื่อนที่พยายามแทรกซึมเข้าสู่ธุรกิจความงาม ซึ่งสถานที่ดังกล่าวไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิหรือมาตรฐานในการเก็บรักษาเวชภัณฑ์ตามกฎหมาย เมื่อถูกนำไปใช้กับประชาชนอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควรเนื่องจากผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพ หรืออาจก่อให้เกิดการแพ้รุนแรง เสียโฉม หรืออันตรายถึงชีวิตได้
ขอฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน ให้เลือกรับบริการจากคลินิกเสริมความงามที่ได้รับอนุญาตและมีความน่าเชื่อถือเท่านั้น โดยควรตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ก่อนรับบริการทุกครั้ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดอาการแพ้รุนแรง หรืออันตรายต่อชีวิตได้โดยเฉพาะเมื่อใช้กับผิวพรรณซึ่งเป็นส่วนที่ละเอียดอ่อน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงามทุกแห่ง อย่าเห็นแก่ของถูกหรือสั่งยาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเพียงเพื่อลดต้นทุน เพราะท่านกำลังนำชีวิตคนไข้มาเสี่ยง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกวดขันจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยทางสุขภาพให้กับสังคม โดยประชาชนทั่วไปหากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค