- 11 ก.ย. 2569
ช่วงหน้าฝน นอกจากต้องระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมแล้ว อีกปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอคือ “งูเข้าบ้าน” แล้ว งูเข้าบ้านบ่อยช่วงไหน? และต้องทำอย่างไรจึงจะลดโอกาสที่งูจะเข้ามาในบ้านได้?
ทำอย่างไรไม่ให้งูเข้าบ้าน? ช่วงไหนงูเข้าบ้านบ่อย เปิดวิธีป้องกันที่ทำได้จริง ช่วงหน้าฝน นอกจากต้องระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมแล้ว อีกปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอคือ “งูเข้าบ้าน”
เมื่อสภาพอากาศชื้นและมีฝนตก งูและสัตว์มีพิษอาจเข้ามาหลบซ่อนในบริเวณบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้นที่รก มีแหล่งอาหาร หรือมีช่องทางให้สัตว์เลื้อยคลานเข้ามาได้
แล้ว งูเข้าบ้านบ่อยช่วงไหน? และต้องทำอย่างไรจึงจะลดโอกาสที่งูจะเข้ามาในบ้านได้?
ช่วงไหนงูเข้าบ้านบ่อย?
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้ถูกงูกัดในประเทศไทยพบมากในช่วง ฤดูร้อนต่อเนื่องถึงฤดูฝน ประมาณเดือนเมษายน-พฤศจิกายน โดยข้อมูลสถิติปี 2564 พบผู้ป่วยจากงูกัดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 7,107 ราย และเดือนตุลาคมมีจำนวนสูงสุดในชุดข้อมูลดังกล่าวที่ 779 ราย
ขณะที่กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่คำแนะนำในปี 2569 ว่า ช่วงฤดูฝน ควรดูแลบ้านและบริเวณโดยรอบให้สะอาดและไม่รกรุงรัง เพื่อลดความเสี่ยงจากสัตว์มีพิษ โดยเฉพาะงูที่มักอาศัยในบริเวณชื้น รก และมีแหล่งอาหาร เช่น หนู
ดังนั้น หากถามว่า “เดือนไหนต้องระวังงูเข้าบ้านเป็นพิเศษ?” คำตอบคือช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วม หรือบริเวณบ้านมีสภาพแวดล้อมเหมาะกับการหลบซ่อนของงู
ทำไมหน้าฝนงูจึงเข้าบ้าน?
สาเหตุสำคัญคือสภาพแวดล้อมรอบบ้านเปลี่ยนไป
พื้นที่ที่มีน้ำขัง ความชื้นสูง หญ้ารก กองใบไม้ หรือวัสดุที่วางกองไว้ สามารถกลายเป็นที่หลบซ่อนของสัตว์ต่าง ๆ ได้
นอกจากนี้ หากบริเวณบ้านมี หนูหรือสัตว์ขนาดเล็กจำนวนมาก ก็อาจดึงดูดงูเข้ามา เพราะเป็นแหล่งอาหาร
กรมอนามัยระบุว่า งูมักอาศัยในบริเวณที่ชื้นแฉะและรก รวมถึงพื้นที่ที่มีแหล่งอาหาร และแนะนำให้จัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกบ้านให้เหมาะสมเพื่อลดโอกาสที่งูจะเข้ามาอาศัย
7 วิธีป้องกันงูไม่ให้เข้าบ้าน
1. อย่าปล่อยให้บ้านรก
เริ่มจากบริเวณรอบบ้าน ตัดหญ้าและกำจัดวัชพืช ไม่ปล่อยให้มีพื้นที่รกจนกลายเป็นจุดหลบซ่อน
ควรเก็บกองไม้ กองวัสดุ กระถาง หรือสิ่งของที่วางทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น เพราะพื้นที่มืดและรกอาจเป็นที่ซ่อนของงูและสัตว์อื่น ๆ ได้
กรมอนามัยแนะนำให้บริเวณภายนอกบ้านโล่งเตียน ตัดแต่งต้นไม้และกำจัดเศษใบไม้ใบหญ้า ไม่ควรกองทิ้งไว้
2. กำจัดแหล่งอาหารของงู โดยเฉพาะหนู
บ้านที่มีหนูอาจมีโอกาสดึงดูดงูเข้ามาหาอาหาร
ควรเก็บเศษอาหารให้เรียบร้อย ทิ้งขยะลงในถังที่มีฝาปิด และไม่ปล่อยให้อาหารหรือขยะตกค้างรอบบ้าน
การลดจำนวนหนูจึงเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการลดสิ่งที่อาจดึงดูดงูเข้ามาในบริเวณบ้าน
3. ปิดช่องที่งูสามารถเลื้อยเข้าบ้าน
สำรวจบริเวณประตู หน้าต่าง ช่องใต้บ้าน ผนัง รั้ว และช่องว่างต่าง ๆ
หากพบช่องที่สามารถให้สัตว์เลื้อยคลานผ่านได้ ควรปิดให้เรียบร้อย
กรมประชาสัมพันธ์แนะนำให้สำรวจรอบบ้านและ ปิดช่องทางที่สัตว์เลื้อยคลานสามารถเข้ามาได้ รวมถึงตรวจสอบท่อและรอยรั่วต่าง ๆ ภายในบ้าน
4. ตรวจสอบท่อระบายน้ำ
ท่อและช่องระบายน้ำเป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้าม
ควรตรวจสอบว่าท่อมีรูแตกหรือช่องเปิดที่สามารถให้งูเข้ามาได้หรือไม่ และดำเนินการปิดหรือป้องกันตามความเหมาะสม
กรมอนามัยยังแนะนำให้ตรวจสอบระบบท่อไม่ให้มีรูรั่วหรือรอยแตก เพราะงูอาจเข้ามาตามระบบท่อได้
5. อย่าวางอาหารและขยะไว้เปิดโล่ง
เศษอาหารสามารถดึงดูดหนูและสัตว์ขนาดเล็ก เมื่อมีสัตว์เหล่านี้มากขึ้น ก็อาจเพิ่มแหล่งอาหารของงู
ดังนั้นควรเก็บอาหารในภาชนะที่ปิดสนิท และใช้ถังขยะที่มีฝาปิด
6. ตรวจรองเท้าและของที่วางกับพื้นก่อนใช้
งูและสัตว์มีพิษอาจเข้าไปหลบในพื้นที่มืดหรืออับ เช่น รองเท้าที่วางไว้ตามมุมบ้าน
กรมประชาสัมพันธ์และกรมอนามัยจึงแนะนำให้ ตรวจสอบรองเท้าก่อนสวมใส่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน
7. หากเลี้ยงสัตว์หรือทำเล้าไก่ ต้องป้องกันช่องทางเข้า
บ้านที่เลี้ยงไก่ นก หรือสัตว์ขนาดเล็กควรทำกรงหรือคอกให้มิดชิด เพราะสัตว์เหล่านี้อาจเป็นแหล่งอาหารของงู
กรมอนามัยแนะนำให้ทำกรงหรือคอกให้มิดชิดและปิดช่องที่งูสามารถเลื้อยเข้าไปได้
ถ้าเจองูในบ้านควรทำอย่างไร?
สิ่งสำคัญคือ อย่าเข้าไปจับหรือตีงูด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบว่าเป็นงูชนิดใด
ควรพาคนในบ้านออกห่างจากบริเวณนั้น ปิดกั้นพื้นที่เท่าที่ทำได้ และติดต่อผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาจัดการ
กรมประชาสัมพันธ์ระบุว่า หากพบงูภายในบ้าน สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วน 199
ถ้าถูกงูกัด ต้องทำอย่างไร?
หากถูกงูกัด ให้รีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
กรมควบคุมโรคแนะนำว่า ห้ามกรีดแผล ห้ามดูดพิษ และไม่ควรขันชะเนาะ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายเพิ่มเติมได้ ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์
หากสามารถจดจำลักษณะของงูได้อย่างปลอดภัย ควรแจ้งข้อมูลแก่บุคลากรทางการแพทย์เพื่อช่วยในการรักษา แต่ ไม่ควรเสี่ยงเข้าใกล้งูเพื่อถ่ายรูปหรือจับตัวงู
สรุป วิธีไม่ให้งูเข้าบ้าน
การป้องกันงูเข้าบ้านไม่ได้มีวิธีเดียว แต่ต้องทำหลายอย่างร่วมกัน
บ้านต้องไม่รก → กำจัดหนูและเศษอาหาร → ปิดช่องทางเข้า → ตรวจท่อและรอยรั่ว → ดูแลพื้นที่รอบบ้าน → ตรวจรองเท้าและจุดอับก่อนใช้งาน
ช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ ฤดูฝนและช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงที่สภาพแวดล้อมมีความชื้นและอาจทำให้สัตว์มีพิษเข้ามาหลบซ่อนในบริเวณบ้านได้
ที่สำคัญ หากพบงูในบ้าน อย่าเสี่ยงจับเอง และหากถูกงูกัดให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
