- 26 ก.พ. 2569
เบื้องลึกที่รู้แล้วใจหาย "อ.สกล" พูดถึงเรื่องเงิน หลังโดนเปิดว่า อมไป 7 ล้าน แจงให้ฟังทุกบาท กับฉากหลังที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน
ยังกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก หลังมีกระแสข่าวลือว่า อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ อดีตโค้ชโรงเรียนหมอนทองวิทยา มีรายได้จากการพาทีมออกงานและกิจกรรมต่าง ๆ สูงถึง 7 ล้านบาท ก่อนเจ้าตัวออกมาเปิดใจโต้ชัด ยืนยันไม่เป็นความจริง พร้อมแจงที่มาที่ไปของเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างละเอียด
อ.สกล เปิดเผยระหว่างงานแถลงข่าวภาพยนตร์ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” ที่ VELA STUDIO รามอินทราซอย 5 หลังจากตกเป็นประเด็นถูก “ชมรมฟุตบอลศิษย์โรงเรียนหมอนทอง” ยื่นคำขาดให้ออก จากกรณีคลิปเสียงหลุดคำพูด “ไม่อยากให้ใครทำนาบนหลังคน” โดยย้ำว่า สาเหตุสำคัญที่ถูกจับตาไม่ใช่แค่คลิป แต่คือ ประเด็นเรื่องเงิน ที่ถูกโยงจนกลายเป็นความเข้าใจผิดในสังคม
อ.สกล ชี้แจงว่า การทำทีมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีการอมเงิน หรือหาผลประโยชน์ส่วนตัว ตนเองเปรียบการทำงานเหมือน “เช่าบ้าน เช่าสนาม” ทำทีมให้โรงเรียน โดยเงินที่ใช้จริงมาจากผู้ปกครองเป็นหลัก ไม่ใช่เงินของโรงเรียน พร้อมยืนยันว่า เงินเดือนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตรวจสอบได้ทั้งหมด
“เจ้าของสถานที่เหมือนบ้านเช่า วันหนึ่งเขาบอกว่าเราทำบ้านเขาสกปรก เลอะเทอะ เปรอะเปื้อน คุณไปได้แล้ว โอเค เราก็ต้องไป”
เมื่อถูกถามถึงข่าวลือเรื่องรายได้ 7 ล้านบาทจากการออกงาน อ.สกล ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า แม้แต่ค่าจ้างงานบางครั้งยังไม่ได้รับครบตามที่ตกลง โดยยกกรณีคืนวันที่ 24 ก.พ. ที่เจ้าภาพแจ้งว่าจะให้ค่าตอบแทน 30,000 บาท แต่สุดท้ายกลับไม่มีเงินสด ต้องเปิดกล่องบริจาคนำธนบัตรใบละ 20 บาท แจกให้ทีมงานแทน
อ.สกล ระบุว่า รายได้ที่เป็นรูปธรรมจริง ๆ หลังจบการแข่งขันบอล 7 HD มาจากแฟนคลับที่ร่วมกันให้กำลังใจ รวมแล้ว เกือบ 1 ล้านบาท เท่านั้น ซึ่งเงินจำนวนนี้ถูกนำไปใช้เพื่อทีมทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อตนเอง โดยแบ่งเป็นการซื้อรถ 2 คัน ได้แก่ รถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ ราคา 5.5 แสนบาท เพื่อทดแทนรถขนฝันที่ชำรุด และรถตู้ราคา 4.5 แสนบาท รวมเป็นเงินราว 1 ล้านบาท เพื่อให้นักกีฬาเดินทางได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
“ใครมาให้เรา เราก็แจกทีมงาน มีคนพูดว่าอาจารย์สกลเก็บเงินคนเดียว ไม่มีหรอกครับ” อ.สกล กล่าว
ขณะเดียวกัน ชมรมฟุตบอลศิษย์โรงเรียนหมอนทอง ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การแยกทางเกิดจากผลกระทบด้านการเรียนของนักเรียน เนื่องจากทีมต้องเดินสายบ่อย นักเตะบางส่วนไม่ได้ซ้อม และทีมรุ่นอื่นขาดโค้ชดูแล จึงเห็นว่าการยุติบทบาทเป็นทางออกที่เหมาะสม
ด้าน อ.สกล ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า ตนไม่เคยทิ้งเด็ก มีผู้ช่วยโค้ชดูแลตลอด และแม้กลับมาดึกก็ยังเรียกนักเตะมาซ้อมและพูดคุย พร้อมยกผลงานทีมรุ่น 14 ปี ที่เพิ่งคว้าแชมป์ฟุตซอลภาคตะวันออกเป็นเครื่องยืนยัน
อ.สกล ทิ้งท้ายว่า ประเด็นเงินที่ถูกพูดถึงจนบานปลาย สะท้อน “โรคอิจฉา” ในสังคมไทย พร้อมย้ำว่าตนเองยังรักหมอนทอง และการจากลาครั้งนี้ ย่อมมีหลายครอบครัวที่รู้สึกสะเทือนใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อ.สกล ให้สัมภาษณ์ว่า "บางคนบอก อ.สกล อมเงิน ไปภาคใต้ ได้ 7 ล้าน ผมมีแน่ 1 ล้านคือ หัวผม ฉะนั้นไม่มีหรอกครับ เขามีนะ จะจ้างผมไปแล้วให้ค่าน้ำมัน 3 หมื่น สุดท้ายคนจัดงานบอกไม่มีตังค์ ผมต้องไปแกะกล่องที่เขาบริจาค แล้วนับเหรียญบาท แบงค์ 20 บ้าง เด็กนักบอลได้แบงค์กันหมดเลย ผมเอาแบงค์ 20 เป็นปึก ให้เด็กๆ ปึกละ 1,000 บาท เจ้าหน้าที่ไปเกือบ 30 เด็กเกือบ 20 แบ่งไป บางคนได้เงินไปเต็มกระเป๋า เพราะเป็นแบงค์ 20 ทั้งนั้น เราจะแจกให้เขาเห็น เด็กก็รู้ว่าเราได้เงินมา"
“ทำไมเด็กหมอนทองถึงเล่นบอลชนะ เพราะเขามีเงินอัดฉีดเขา เด็กก็มาถามว่าเมื่อไรจะมีแข่งอีก เพราะเขาได้เงินไง มีหลายท่านพูดนะอาจารย์สกลเก็บเงินไว้คนเดียว หลังจากจบ 7 สี มีคนบริจาคเงินมาเกือบ 1 ล้าน ก็ไปซื้อรถ 6 ล้อใหม่ 5.5 แสน และอีกคันนึงซื้อรถตู้ 4.5 แสน รวม 2 คัน 1 ล้านบาท ทุกวันนี้ลูกทุกคนได้นั่งรถอย่างดี วันนี้สื่ออยู่รอบตัวเราหมด เราจะไปเก็บยังไง คนรอบตัวเราเลยโกรธ อยากกู้ภัย คนดูแลเรา ไปดูเงินในบัญชีผม มีใครโอนให้ผมบ้าง”






