- 02 มี.ค. 2560
รู้จริง... รู้แจ้ง... ทุกเรื่องราวพระอริยสงฆ์ http://panyayan.tnews.co.th
น้อมรำลึกครบ ๑๒๐ ปีชาตะกาล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน)
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช มีพระนามเดิมว่า”มัทรี นิลประภา” ภายหลังเปลี่ยนพระนามเป็น “วาสน์” ประสูติเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ เวลา ๑๙.๓๓ น. ตรงกับวันพุธ ขึ้น ๑๑ ค่่า เดือน ๔ ปีระกา ที่ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรคนโตของพระชนกผาดและพระชนนีบาง นิลประภา อาชีพดังเดิมของครอบครัวมีอาชีพทำนา สมัยเยาว์วัย ทรงเล่าเรียนหนังสือไทยที่วัดโพธิ์ทอง ต่อมาได้เข้ามาเป็นศิษย์ของพระญาณดิลก แต่เมื่อยังเป็น พระมหารอด วราสโย วัดเสนาสนาราม ในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาจนสอบไล่ได้เทียบชั้นมัธยมปีที่ ๒ จึงได้ย้ายเข้ามาอยู่วัดราชบพิธ โดยเป็น ศิษย์ของ พระอมรโมลีแต่เมื่อยังเป็น พระมหาทวี ธรมธัช ป.ธ. ๙
เพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวเนื่องกัน : "ท่านจบเพียงเปรียญธรรม 6 ประโยค แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือท่านเป็นพระสายปฏิบัติ" พระสังฆราชองค์ที่ 20 ศิษย์หลวงปู่ฝั้น สาธุๆๆ!!!
“สมัยเป็นนักเรียนอายุประมาณ ๑๔-๑๕ ปี เป็นศิษย์อยู่ในปกครองของพระมหารอด วราสโย (ภายหลังเป็น พระราชาคณะที่พระญาณดิลก) เจ้าอาวาสวัดเสนาสนาราม ต่อมาได้มีญาติผู้ใหญ่แนะน่าว่า ให้พิจารณาเลือกลูกหลานแถว ย่านบ้านบ่อโพง ถ้าเห็นคนไหนที่มีนิสัยดี ฉลาดเฉลียว ก็ให้นำมาอยู่ด้วยที่วัดราชบพิตรฯ เพื่อจะได้เป็นเชื้อสายอยู่ในวัดราชบพิธฯ นี้สืบไป เราคนหนึ่งที่ญาติผู้ใหญ่นั้นเห็นว่า ควรส่งให้มาอยู่กับพระผู้เป็นญาติได้จึงบอกกะพ่อแม่ให้ทราบถึงความก้าวหน้าของลูก แม่เต็มใจอนุญาต เพราะมีความตั้งใจอยู่แล้วว่า มีลูกชายคนเดียวจะพยายามส่งเสียไม่ต้องให้มาทำนากินเหมือนพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่ก็เห็นชอบ ญาติผู้ใหญ่จึงได้กำหนดวันนำมาบางกอก โดยพ่อแม่กำลังติดการเกี่ยวข้าวอยู่ (ประมาณเดือนธันวาคม)จึงไม่ได้มาส่งด้วยตนเอง"
เมื่อได้พบพระผู้เป็นญาติแล้ว ตกลงจะให้บวชเป็นสามเณร ตอนนี้รู้สึกผิดหวัง เพราะนึกว่าจะต้องมาเรียนหนังสือไทยต่อ แต่เมื่อผู้ใหญ่ก็อนุโลมตาม การที่ได้รับการพิจารณาเลือกว่า เป็นผู้มีแววสมควรให้จากบ้านมาอยู่วัดราชบพิธฯได้ ประมาณ ๒ เดือนเศษ ก็เตรียมการท่องบ่นวิธีบรรพชา มีเรื่องขำของเด็กบ้านนอก คือเป็นระเบียบของวัด ใครจะบรรพชาอุปสมบท ผู้ปกครองจะต้องนำขึ้นเฝ้าถวายตัวต่อเจ้าอาวาส คือกรมหมื่นชินวรสิริรวัฒน์(หม่อมเจ้าภุชงค์ ชุมพูนุท) ในตำหนักที่ประทับ ตามระเบียบการเฝ้าเจ้านาย ฆราวาสจะต้องใช้กิริยาหมอบ แต่เราไม่ได้รับ การแนะน่าฝึกหัดไว้ก่อน เมื่อถวายดอกไม้ธูปเทียนแล้ว คงถอยออกมานั่งพับเพียบตัวตรงอยู่ แม้ผู้ปกครองจะถลึงตาเป็นเชิงให้หมอบก็หารู้ความประสงค์ไม่ จนถึงเวลาทูลลากลับ ถูกผู้ปกครองดุเมื่อตอนกลับจากตำหนักเอา ว่า “อ้ายเซ่อ ไม่รู้จักระเบียบ”
ข่าวเกี่ยวเนื่อง : ๑๒ ก.พ.นี้ เสียงหอระฆังวัดพระแก้วดังอีกครา!!! ติดตามเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาของเมืองไทย
ครั้นปีพุทธศักราช ๒๔๖๑ พระชนมายุครบอุปสมบทจึงทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธ โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า (หม่อมเจ้าภุชงค์ ชุมพูนุท สิริวฑฺฒโน) วัดราชบพิธ เป็นพระอุป๎ชฌาย์และ พระวินัยมุนี(แปลก วุฑฺฒิญาโณ) วัดราชบพิธ พระญาณดิลก (รอด วราสโย) วัดเสนาสนารามพระนครศรีอยุธยา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระ อนุสาวนาจารย์ ตามล่าดับ เมื่อปีมะเมีย วันที่ ๒ กรกฏาคม พุทธศักราช ๒๔๖๑ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เมื่อทรงอุปสมบทแล้ว ได้ทรงศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมต่อไป
เจ้าพระคุณสมเด็จฯ เป็นที่ทรงโปรดปรานของเสด็จพระอุป๎ชฌาย์ เป็นพิเศษกว่าภิกษุสามเณรที่ถวายงานรับใช้อื่นๆ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะโดยพื้นพระอัธยาศัยทรงเป็นผู้เรียบร้อยละเมียดละไมการรับสนองงานถวายสมเด็จพระอุป๎ชฌาย์นั้น ได้เริ่มตามโอกาสเช่นการพิมพ์หนังสือ ทำงานทันพระทัยเสมอ ครั้งหนึ่งทรงมีรับสั่งว่า “คิดจะสึกหรือยัง” เจ้าพระคุณสมเด็จฯ นึกในใจขณะนั้นว่าต้องทูลแบบศรีธนญชัยว่า “เวลานี้ (คือขณะที่เฝ้าอยู่) ยังไม่ได้คิด (ตามความจริง)” จึงรับสั่งให้ตามเสด็จเข้าภายในตำหนักที่ประทับ (พระที่นั่งสีตลาภิรมย์) ทรงมอบซองหนังสือ ๑ ซอง รับสั่งให้อ่านดู ใจความที่ทรงเป็นลายพระหัตถ์ด้วยดินสอ แสดงถึงครุภัณฑ์สิ่งไรเป็นของสงฆ์ สิ่งไรเป็นของส่วนพระองค์ได้ประทานบริขารส่วนพระองค์ได้เราทั้งหมด พร้อมทั้งจตุปัจจัยบางส่วน เมื่อจบแล้ว รับสั่งถามว่า “เป็นการปลงบริขารไหม”ทูลตอบว่า เป็นการปลงบริขารตามหลักพระวินัยแล้ว จึงประทานให้เก็บรักษาไว้ จนถึงวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๐ พระมหาดเล็กได้มาแจ้งตอนเวลาเช้ามืดประมาณ ๐๕.๓๐ น. ว่าเสด็จรับสั่งหา ทั้งนี้ เนื่องด้วย ประชวร แต่พระอาการยังไม่เป็นที่น่าวิตกอย่างใด ครั้นรับสั่งหาในเวลาในยามวิกาลเช่นนี้ รู้สึกพระองค์เมื่อลืมพระเนตรพบแล้วรับสั่งว่า นำหนังสือ (หมายถึงเรื่องปลงบริขาร) มาด้วยหรือ เปล่า รีบทูลว่า ยังไม่ได้นำมา แล้วทูลลารีบมานำหนังสือ ในระหว่างทางได้แจ้งแก่พระเณรที่ตื่นแล้ว ว่าให้รีบ แจ้งแก่พระเณรในวัดให้ทราบว่า เสด็จประชวรหนักให้รีบมาเฝ้า เมื่อนำหนังสือปลงพระบริขารนั้นมาทูลให้ ทรงทราบแล้ว รับสั่งให้แก้จำนวนเงินที่ประทานแก่มหาดเล็กบางคนเสียใหม่ ต่อหน้าพระภิกษุสามเณรที่กำลัง รุมเฝ้าอยู่มากรูป ในการปฏิบัติพระศพ จึงต้องรับภาระเป็นกำลังจัดการ จนประดิษฐานพระโกศทองน้อย ภายในตำหนักอรุณชั้นบนเรียบร้อย
การเป็นผู้จัดการพระศพ สำเร็จลงด้วยความเรียบร้อยสมพระเกียรติทุกอย่างถึงกับได้รับการยกย่องจาก พระสาสนโสภณ (ภา ภาณโก) ว่า “เรายอมแพ้ คุณในการจัดการพระศพครั้งนี้ล้วนเหมาะสมพระเกียรติทุกอย่าง ตลอดจนเครื่องไทยทาน จ านวนพระที่ร่วมในพิธีงาน”
การที่ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ถวายงาน และถวายการอุป๎ฏฐาก ใกล้ชิดแด่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ มาแต่พรรษายุกาลยังน้อยนั้น นับว่าเป็นคุณประโยชน์แก่พระองค์เองอย่างมหาศาล เพราะเท่ากับได้เข้าโรงเรียนการปกครองมาตั้งแต่ พระชนมายุยังน้อย เป็นการเตรียมพระองค์เพื่ออนาคตโดยมิได้ทรงคาดคิด การถวายปฏิบัติรับใช้สมเด็จ พระสังฆราชเจ้าฯ พระองค์นั้น เป็นโอกาสให้พระองค์ได้ทรงเรียนรู้การคณะ การพระศาสนา และการปกครอง มาเป็นเวลายาวนานเกือบ ๒๐ ปี กอปรกับพระองค์เองก็ทรงมีพระ อัธยาศัยช่างคิดช่างสังเกต จึงได้ทรงเรียนรู้และซึมซับเอาแนวพระด่าริและแบบแผนต่างๆ จากสมเด็จพระสังฆราช เจ้าฯ พระองค์นั้นไว้ได้เป็นอันมาก นับเป็นทุนและเป็นฐานะที่สำคัญแห่งความเจริญก้าวหน้าในพระสมณศักดิ์และ พระภาระหน้าที่ของพระองค์ในเวลาต่อมา
ต่อมาวันที่ ๒ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระพุทธโฆษา จารย์ (วาสน์ วาสโน) ขึ้นเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ขณะมีพระชนมายุได้ ๗๗ พรรษา และสิ้นพระชนม์เมื่อ วันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ มีพระชนมายุ ๙๑ พระชันษา
ที่มา : http://www.watsanawet.m-society.go.th พระประวัติและปฏิปทา สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ข่าวโดย : กิตติ ทีนิวส์ / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์
