- 11 ก.ค. 2560
ติดตามเรื่องราวดีๆ อีกมากมายได้ที่ http://www.tnews.co.th
พระอาจารย์อารยวังโส คือ “พระภิกษุไทยที่ชาวพุทธในอินเดียเคารพนับถือ” เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูพุทธศาสนาในประเทศอินเดียอย่างแข็งขัน ขนาดได้รับการยกย่องว่าเป็น “Guruji” (กูรูยี) หรือ “ผู้ที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธศาสนาลงบนแผ่นดินอินเดีย” เลยทีเดียว ซึ่งนอกจากจะได้รับการยกย่องจากชาวอินเดียแล้ว สำหรับประเทศแห่งพุทธศาสนา อย่างศรีลังกาเอง ซึ่งไทยได้สานสัมพันธ์ทางพุทธศาสนากับศรีลังกามาตลอด นั่นให้ความยกย่อง พระอาจารย์อารยวังโส เช่นกัน
โดยสมเด็จพระสังฆราชามหานายก พุทธศาสนาเถรวาทนิกายแห่งสยามอุบาลีวงศ์ ได้กล่าวคำอนุโมทนาแก่พระอาจารย์อารยวังโส ดังนี้
คำอนุโมทนา โดยสมเด็จพระสังฆราชามหานายก พุทธศาสนาเถรวาทนิกายแห่งสยามอุบาลีวงศ์ ศรีลังกา
ลงวันที่ 27 มีนาคม 2556 ณ วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ศรีลังกา
บ่ายวันที่ 27 มีนาคม พุทธศักราช 2556 สมเด็จพระสังฆราชมหานายก พุทธศาสนาเถรวาทนิกายแห่งสยามอุบาลีวงศ์ ศรีลังกา ทรงประทานพระอนุญาตให้พระอาจารย์อารยวังโส และคณะศิษย์ศรัทธาจากเมืองไทย ได้เข้าเฝ้าที่พระตำหนัก ณ วัดพระเขี้ยวแก้ว (The Temple of the Sacred Tooth Relic) เมือง Kandy เพื่อถวายรายงานความคืบหน้าของโครงการความสัมพันธ์พระพุทธศาสนาลังกาวงศ์ (ไทย) กับ สยามอุบาลีวงศ์ (ศรีลังกา)
หลังจากทรงรันบทราบรายงานแล้ว สมเด็จพระสังฆราชาได้มีพระดำรัสแดสงความชื่นชม อนุโมทนาต่อคณะผู้รับผิดชอบโครงการ และโดยเฉพาะต่อพระอาจารย์อารยวังโส ข้อความส่วนหนึ่งของพระดำรัสมีดังต่อไปนี้
“หลายปีมาแล้ว เมื่อไปประเทศอินเดีย และได้พบพระอาจารย์อารยวังโส (โดยการแนะนำของพระสีวลีเถโร พระสงฆ์ชาวศรีลังกา ซึ่งมีศาสนกิจหลักและพำนักอยู่ที่เมืองสารนาถ ประเทศอินเดีย) ได้เกิดความประทับใจอย่างมากในความมุ่งมั่น ประกอบศาสนกิจต่างๆจนถึงทุกวันนี้ก็ได้มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันมา และรู้สึกประทับใจมากยิ่งขึ้น เมื่อได้มีโอกาสพบปะหารืออย่างใกล้ชิดในหลายๆ เรื่องในเวลาต่อมา ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือ การเผยแผ่พุทธศาสนาให้คนทั่วโลกมีความเข้าใจและปฏิบัติตาม
หลังจากที่ได้ไปร่วมงานมาฆบูชาโลกที่วัดเวฬุวันมหาวิหาร พระนครราชคฤห์ ซึ่งพระอาจารย์อารยวังโสริเริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรก (เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓) ก็ได้รับทราบข่าวครามวเกี่ยวกับภารกิจเผยแพร่พุทธศาสนาให้แก่ชาวโลกของพระอาจารย์อารยวังโส รวมถึงการจัดสอนการวิปัสสนาอย่างถูกต้องตามแนวคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และโดยเฉพาะความพยายามที่จะฟื้นฟูให่พระพุทธศาสนากลับมายิ่งใหญ่ในชมพูทวีปอีกครั้งหนึ่ง ก็ให้ดีใจยิ่งที่พบพระสงฆ์ที่มีจริยาวัตรถุกต้องตรงตามพระวินัยในพระพุทธศาสนาทุกประการ
สิ่งต่างๆ ที่พระอาจารย์อารยวังโสได้กระทำนั้น เป็นการระบุบ่งบอกชัดเจนถึงบทบาทความสามารถในการเป็นผู้นำและถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับพระสงฆ์ทั้งหลายในพุทธศาสนาที่จะได้ดำเนินรอยตาม
ภารกิจหนึ่งในจำนวนภารกิจมากมายของพระอาจารย์อารยวังโสที่ปรากฏเป็นรูปร่างชัดเจนขณะนี้ ก็คือ โครงการจัดตั้ง “มหาวิหารพุทธศาสนาสัมพันธ์ 260 ปี ไทยศรีลังกา” ขึ้นที่วัดป่าอารยวังสาราม (ธ) อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดังมีรายละเอียดตามรายงานที่นำเสนอโครงการดังเช้นการจัดตั้งมหาวิหารฯ ที่บางไทรนี้ ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อันสูงส่งและเด่นชัดสำหรับความสัมพันธ์ของพระพุทธศาสนาระหว่างไทยและศรีลังกาที่มีมายาวนาน
ขอขอบใจทุกคนที่นำโครงการมาเสนอรายงานให้ทราบ ขอให้พรกับทุกคนที่มีส่วนร่วมในโครงการ พระภิกษุสงฆ์ทุกรูปและศิษย์ศรัทธาจากเมืองไทยทุกคนที่มานั่งอยู่ที่นี้ ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของบริเวณอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่ในพระพุทธศาสนา คือ เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า พระบารมีแห่งพระพุทธองค์จะได้บันดาลประทานพรให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จสัมฤทธิ์ผลในเวลาอันรวดเร็ว
ขอถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงสมเด็จพระสังฆราชของราชอาณาจักรไทย ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์พร้อม ทรงมีพระชนมายิ่งยืนนาน
ขอพรแก่ทุกคน และให้พรเป็นพิเศษแก่พระอาจารย์อารยวังโส ณ บัดนี้”
ทั้งนี้ พระอาจารย์อารยวังโส ยังได้รับสมณศักดิ์พิเศษจากสังฆสภาศรีลังกา (พระธรรมปฏิปัตติ วยาปติธาราDhamapratipatti Vyaptidhara) ซึ่งสมณศักดิ์ดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาลงมติเพื่อถวายเป็นพิเศษแก่พระเถระนานาชาติที่มีคุณสมบัติดีเด่น หรือบำเพ็ญคุณประโยชน์สูงยิ่งต่อพระพุทธศาสนา โดยกรณีของพระอาจารย์อารยวังโสนั้น พระสังฆราชาฯ ทรงประทานคำตอบไว้กับสื่อ เมื่อครั้งที่พระอาจารย์ได้รับการเสนอเรื่องต่อสังฆสภาฯ ไว้ดังนี้
“ในโอกาสดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่การให้รางวัล แต่เป็นเครื่องหมายแห่งความซาบซึ้งและประทับใจ ซึ่งมีสืบเนื่องมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบปะเจรจา และตามด้วยการที่ได้รับทราบรายงานเกี่ยวกับศาสนกิจและผลงานต่างๆ ของพระอาจารย์อารยวังโสมาโดยตลอด
ในด้านความรู้สึกส่วนตัวนั้น เรียกได้ว่า รักและหวังดีต่อพระอาจารย์อารยวังโสเสมือนดั่งน้องชายคนหนึ่ง ซึ่งทำให้มีความประสงค์จะสนับสนุนพระอาจารย์อารยวังโสให้มีกำลังใจในการทำงานเผยแผ่พุทธศาสนาต่อไป และดีใจที่ได้เห็นความก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง”
