- 20 ส.ค. 2569
โรคหัวใจมักคืบคลานเข้ามาโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า! มาเช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงสำคัญที่ควรเข้ารับการตรวจประเมิน เพื่อรับมือและป้องกันภาวะวิกฤตก่อนที่จะสายเกินไป
หลายคนมักมองว่า โรคหัวใจ เป็นเรื่องไกลตัว และมักจะรอให้เกิดอาการผิดปกติรุนแรงก่อนจึงค่อยเดินทางไปพบแพทย์ ทว่าในความเป็นจริง โรคหัวใจหลายประเภทสามารถก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ โดยไม่แสดงสัญญาณเตือนอย่างชัดเจน การตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำจึงเป็นหัวใจสำคัญในการค้นหาความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที
หนึ่งในการตรวจประเมินระดับพื้นฐานที่ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาน้อย และไม่เจ็บ คือ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ซึ่งเป็นการบันทึกสัญญาณไฟฟ้าขณะหัวใจเต้นออกมาเป็นรูปแบบกราฟ เพื่อให้แพทย์ประเมินจังหวะการบีบตัวและค้นหาภาวะผิดปกติได้อย่างแม่นยำ
5 กลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการตรวจ EKG
แม้ EKG จะเป็นการตรวจเบื้องต้น แต่สำหรับบุคคลใน 5 กลุ่มต่อไปนี้ ถือเป็นกลุ่มที่ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพหัวใจ:
- ผู้ที่มีอาการผิดปกติชัดเจน: มีอาการใจสั่น ใจเต้นสะดุด แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติเมื่อต้องออกแรง
- ผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น: โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคน ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดจะเพิ่มสูงขึ้นตามธรรมชาติ
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ: พันธุกรรมมีผลอย่างมาก หากคนในครอบครัวเคยมีประวัติหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือหัวใจผิดปกติ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง: เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน และภาวะอ้วน ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดและหัวใจในระยะยาว
- ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง: ทั้งการสูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ทานอาหารไขมันสูง พักผ่อนน้อย หรือมีความเครียดสะสม
สัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์ทันที
- เจ็บ แน่น หรือกดทับบริเวณหน้าอก
- มีอาการใจสั่นบ่อยครั้ง หรือหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ หรือหายใจลำบาก
- เวียนศีรษะ รู้สึกหน้ามืด วูบ หรือมีอาการผิดปกติขณะออกกำลังกาย
การตรวจ EKG ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที โดยการติดแผ่นนำสัญญาณบริเวณหน้าอก แขน และขา ซึ่งไม่มีการใช้รังสีหรือเจาะเลือด จึงมีความปลอดภัยสูงมาก หากพบความผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมด้วยการทำอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) ต่อไป
แหล่งที่มาอ้างอิง
โรงพยาบาลพระรามเก้า
