เฝ้าระวังภัยพิบัติ!! ย้อนรอย.. เหตุการณ์ ภูเขาไฟระเบิดจากทั่วโลก ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก คร่าชีวิตคนนับหมื่น !!

Publish 2017-12-08 08:50:02



            จากกรณีที่ในช่วงนี้อยู่ในช่วงที่ต้องเฝ้าระวัง จับตาภูเขาไฟอากุงบนเกาะบาหลีว่าจะระเบิดเมื่อไหร่ และตอนนี้ข่าวล่ามาแรงกลับเป็นที่รัสเซีย โดยนักธรณีวิทยาของ Russian Academy of Science ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทคัมชัทกาได้ยืนยันการปะทุขนาดยักษ์ที่ภูเขาไฟ Shiveluch ซึ่งกินเวลามากกว่า 20 นาทีและพ่นเถ้าถ่านขึ้นไปในอากาศสูงถึง 10 กิโลเมตร หรือ 6 ไมล์(มากกว่าที่ภูเขาไฟอากุงที่พ่นเถ้าถ่านเมื่อการปะทุเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมาซึ่งสูงแค่ 3 กิโลเมตร)  หัวหน้าของสถานีภูเขาไฟ  Yuri Demyanchuk กล่าวว่า มันเป็นการระเบิดที่ทรงพลัง ถึงแม้ว่าจะไม่สิ้นสุดด้วย  pyroclastic flows (สายธารแมกม่า) และมันยังมีสายฟ้าจำนวนมากในกลุ่มเมฆเถ้าถ่าน ภูเขาไฟลูกนี้มันเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังมีพลังในรัสเซียและเเริ่มก่อตัวเมื่อ 60,000-70,000 ปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้มีการปะทุเมื่อเดือน ก.พ.2015 ซึ่งพ่นเถ้าถ่านไปในอากาศสูง 30,000 ฟุตพาดผ่านทะเลแบริ่งและเข้าไปในอลาสกานั้น วันนี้จะพาไปย้อนดูเหตุการณ์ ภูเขาไฟระเบิดที่รุนแรงมากที่สุดในโลก ถือเป็นครั้งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์โลก ว่ามีที่ไหนกันบ้าง



1. การระเบิดของภูเขาไฟแทมโบรา เกาะซัมบาวา ประเทศอินโดนิเซีย ความรุนแรงระดับ 7

         เข้ามาเป็นที่หนึ่งด้วยสภาพความเสียหายชนิดที่เรียกว่าอภิมหาพินาศก็ว่าได้ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วสารทิศ ว่ากันว่าดังไกลไปถึงเกาะสุมาตรา ที่อยู่ไกลออกไป 1,930 กม. เถ้าถ่านหมอกปกคลุมทั่วท้องฟ้าจนมืดมิดอยู่นานสองวัน แน่นอนว่า มีการประเมินกันว่า การระเบิดของแทมโบราเทียบเท่ากับระเบิดปรมาณู 6,000 ลูก ระเบิดพร้อมกัน สภาวอากาศทั่วโลกแปรปรวนอย่างหนักยิ่งกว่าครั้งใด ยุโรป อเมริกาเหนือต้องตกอยู่ในสภาพไร้แสงแดดนานเป็นสัปดาห์ อังกฤษฝนตกทุกวัน กว่าที่ฝุ่นละอองจากแรงระเบิดนี้กว่าจะจางหายไปหมด ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะตกลงสู่พื้น นอกจากสภาพแวดล้อมที่เสียหายแล้ว การสูญเสียชีวิตของมนุษย์ถึง 70,000 คนก็เป็นเครื่องการันตีได้แล้วว่า การระเบิดของแทมโบรานี้สมควรได้รับตำแหน่งสุดยอดการระเบิดของภูเขาไฟที่ต้องจดบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์

 

2. การระเบิดของภูเขาฉางไป๋ซาน พรมแดนจีน-เกาหลีเหนือ ความรุนแรงระดับ 7

          ภูเขาฉางไป๋ซานเป็นพรมแดนทางธรรมชาติที่กั้นเขตแดนระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ ในปี ค.ศ. 1,000 ภูเขาไฟลูกนี้ได้เกิดปะทุขึ้น ว่ากันว่าความรุนแรงในครั้งนั้น หินภูเขาไฟกระเด็นไปตกถึงทางตอนเหนือของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ซึ่งเป็นระยะทางไม่ใกล้เลย 1,200 กม. หลุมที่เกิดจากการปะทุใหญ่เกือบ 3 ไมล์ และเมื่อลาวลาไหลออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟจนหมด ปากปล่องก็กลายเป็นแอ่งกระทะ และกลายเป็นทะเลสาบเทียนฉือ ส่วนหินลาวาที่กระเด็นกระดอนกระจัดกระจายโดยรอบก็กลายเป็นภูเขาเรียงราย สวยงามจนกลายสภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในปัจจุบัน

 

3. การระเบิดภูเขาไฟธีรา เกาะซานโตรินี กรีซ (1610 ก่อนคริสกาล) ความรุนแรงระดับ 7

           เกาะซานโตรินี เป็น 1 ใน 3 เกาะที่เกิดจากระเบิดของภูเขาไฟที่รุนแรงในช่วง 1610 ปีก่อนคริสตกาล ว่ากันว่าเสียงระเบิดนี้ได้ยินไปไกลถึง 3,000 กม. ฝุ่น เขม่าและเถ้าควันไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ฟุ้งกระจาย ส่งผลต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป อุณหภูมิลดต่ำลง เกิดคลื่นยักษ์สึนามิความสูง 100 เมตรซัดเข้าฝั่ง สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

 

4. การระเบิดของภูเขาไฟคาปาร์ราวติเก ประเทศเอลซัลวาดอร์ ความรุนแรงระดับ 6+

           ภูเขาไฟบนดินแดนที่เรียกว่า “ดินแดนแห่งภูเขาไฟ” ที่ผ่านมาในรอบ 500 ปี ภูเขาไฟลูกนี้ระเบิดมาแล้ว 26 ครั้ง แสดงพลังอำนาจออกมาล่าสุดเมื่อปลายปี 2556 ยังโชคดีที่อพยพได้ทัน แต่เมืองทั้งเมืองก็ต้องได้รับความเสียหายจากเถ้าถ่านที่พ่นออกมา

 

5. การระเบิดของภูเขาไฟบนเกาะแอมบริด ประเทศวานัวตู ความรุนแรงระดับ 6+

           เกาะเล็กๆ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิกมีภูเขาไฟที่ยังไม่ดับอยู่หลายลูก นับรวมๆ ปะทุแล้วกว่า 50 ครั้ง ที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เมื่อการปะทุครั้งหนึ่งเกิดเถ้าและลาวาไหลลงจากภูเขา เป็นวงกว้างกว่า 7.5 ไมล์ ยังไม่นับการปะทุอีกหลายครั้งที่ตามมาอีก ที่มีผู้เสียชีวิต 6 คน เสียชีวิตในลาวาอีก 4 และ เกิดฝนกรดทีมีฤทธิ์กัดกร่อนอย่างรุนแรง

 

6. การระเบิดของภูเขาไฟปินาตูโบ เกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ ความรุนแรงระดับ 6

           แรงระเบิดพ่นเอาเถ้าถ่านพวยพุงขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศสูงถึง 35 กม. รับรู้ได้ถึงแรงระเบิดในรัศมี 20 กม. และถูกปกคลุมด้วยเถ้าจากภูเขาไฟจนมืดมิดทันที บ้านเรือน อาคารหลายหลังต้องถล่มลงมาเพราะรับน้ำหนักของเถ้าและเศษหินที่พ่นออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์และก๊าซอื่นๆ กว่า 20 ล้านตัน พื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร เสียหายเกือบ 1,000 ตร.กม.กระจายฟุ้งออกไปทั่วโลก คาดกันว่าปกคลุมและหมุนรอบโลกไปได้ถึง 5 ปี และทำให้อุณหภูมิโลกลดลงไปประมาณ 0.5 องศาเซลเซียสในปีถัดมา

 

 

7. การระเบิดของภูเขาไฟโนวารัปตา อลาสกา เพนนินซูล่า ระดับความรุนแรง 6

           เป็นภูเขาไฟที่มีพลัง ปะทุแรงที่สุดในศตวรรษที่ 20 รุนแรงขนาดที่ว่า คนที่อยู่ห่างจากภูเขาไฟลูกนี้ไกลถึง 750 ไมล์ ยังได้ยินเสียงระเบิดนานนับชั่วโมง ในอีก 60 ชั่วโมงต่อมา เมฆเถ้าถ่านขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า หลังเหตุปะทุสงบลง พื้นที่เสียหายไปกว่า 30 ลูกบาศก์กิโลเมตร ระดับความรุนแรงน่ากลัวจริงๆ



8. การระเบิดของภูเขาไฟ ซานตา มาเรีย ประเทศกัวเตมาลา ความรุนแรงระดับ 6

           ภูเขาไฟลูกนี้สงบนิ่งมานานกว่า 50 ปี  ภูเขาซานต้า มาเรีย ก็เกิดปะทุ พ่นเถ้าถ่าน ฟุ้งกระจายออกมาจากปากปล่องขนาดใหญ่  นับจาก ปี ค.ศ 1902  ซานตา มาเรียก็ยังคงปะทุอยู่เรื่อยๆ จนกระทั้งในปี  1922  ซานตา มาเรีย ได้เกิดระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ลาวาจากปากปล่องภูเขาไฟไหลลงมาอย่างรวดเร็ว คาดกันว่าในครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไปมากถึง 5,000 คน

 

9. การระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัว ประเทศอินโดนีเซีย ความรุนแรงระดับ 6

           เป็นการระเบิดแบบมาราธอนจนต้องจดไว้บนหน้าประวัติศาสตร์โลกเลยก็ว่าได้ โดยเริ่มระเบิด พ่นเถ้าถ่าน เศษหินพวยพุ่งขึ้นมา จนกระทั่งเดือนส.ค. ได้เกิดการระเบิดขึ้นยาวนาน ข้ามวันข้ามคืน เถ้าถ่านพวยพุ่งสูงไปถึงชั้นบรรยากาศเป็นระยะทางถึง 80 กม. เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง เศษหินเศษดิน กระจายไปโดยรอบรัศมี 750,000  ตร.กม. หมอก ควันที่ปกคลุมอากาศจนมืดมิด ตามมาด้วยคลื่นยักษ์สึนามิสูงถึง 40 เมตร คร่าชีวิตมนุษย์ไป 34,000 คนเลยทีเดียว

 

10. การระเบิดของภูเขาไฟฮวนนา ปูติน่า ประเทศเปรู ความรุนแรงระดับ 6

          เหตุภูเขาไฟปะทุที่รุนแรงที่สุดในอเมริกาใต้ ฝุ่นควันฟุ้งทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นวงกว้าง 120 กม. ฝุ่นควันที่พวยพุ่งขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศ หนาจนแสงแดดที่ส่องลงมายังโลกได้ยากลำบากขึ้น ทำให้บางพื้นที่มีอากาศหนาวเย็น เรียกว่าหนาวสุดในรอบ 500 ปี ทำเอาสภาวอากาศของหลายๆ ประเทศในยุโรปแปรปรวนวิปริตไปด้วย

 

 

 

           ทั้งนี้ภูเขาเกิดจากการเปลี่ยนแปลงลักษณะของเปลือกโลก ซึ่งแผ่นธรณีทวีปดันกันทำให้ชั้นหินคดโค้ง (Fold) เป็นรูปประทุนคว่ำและประทุนหงายสลับกัน ภูเขาที่มียอดแบนราบอาจเกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกตามบริเวณรอยเลื่อน (Fault) แต่ภูเขาไฟ (Volcano) มีกำเนิดแตกต่างจากภูเขาทั่วไป ภูเขาไฟเกิดจากการยกตัวของแมกมาใต้เปลือกโลกนั่นเอง

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.undubzapp.com


เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ


Suggess News

Recommend News