บุกจับ "ลอบค้าสัตว์ป่า" ลูกเสือโคร่ง-นกเงือกหลายตัวต้องพรากจากอกแม่

บุกจับ "ลอบค้าสัตว์ป่า" ลูกเสือโคร่ง-นกเงือกหลายตัวต้องพรากจากอกแม่ จากนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลและเก็บรักษาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2565 มีรายงานเจ้าหน้าที่จับกุมชายลักลอบค้าสัตว์ป่า พบของกลางเป็นลูกเสือ 2 ตัวและนกเงือกหลายตัว หลังส่งตัวดำเนินคดี  สัตว์ป่าของกลางทั้งหมด จากนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลและเก็บรักษาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

เพจ ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานข่าวบุกจับชายลักลอบค้าสัตว์ป่า รายละเอียดดังต่อไปนี้

 

บุกจับ "ลอบค้าสัตว์ป่า" ลูกเสือโคร่ง-นกเงือกหลายตัวต้องพรากจากอกแม่

 

วันที่ 13 พ.ค. 65 เวลา 10.30 น. คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) ชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสถานีตำรวจภูธรโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันวางแผนจับกุม 

 

บุกจับ "ลอบค้าสัตว์ป่า" ลูกเสือโคร่ง-นกเงือกหลายตัวต้องพรากจากอกแม่

เมื่อคณะเจ้าหน้าที่เดินทางมายังสถานที่ดังกล่าวข้างต้น พบบุคคลเป็นชาย จำนวน 1 คน ทราบชื่อภายหลังคือ นายเคียง (ขอสงวนนามสกุล) รับเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น และนายเคียงฯ ได้ยินยอมด้วยความสมัครใจและเป็นผู้นำตรวจค้น

จากการตรวจสอบยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวนพวกนก ได้แก่ นกกาฮัง จำนวน 6 ตัว นกเงือกกรามช้าง จำนวน 2 ตัว และตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ ลูกเสือโคร่ง จำนวน 2 ตัว (รวม 3 ชนิด 10 ตัว) 

affaliate-2

นายเคียง (ขอสงวนนามสกุล) ให้ถ้อยคำว่า สัตว์ป่าคุ้มครองของกลาง ได้ซื้อมาจากบุคคล ซึ่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร โดยนกกาฮัง ซื้อมาตัวละ 6,000 บาท นกเงือกกรามช้าง ซื้อมาตัวละ 8,000 บาท และลูกเสือโคร่ง ในราคาตัวละ 150,000 และได้นำมาส่งให้กับตนยังสถานที่เกิดเหตุ และตนได้นำมาขายต่อให้กับคณะเจ้าหน้าที่ (สายลับ)

 

บุกจับ "ลอบค้าสัตว์ป่า" ลูกเสือโคร่ง-นกเงือกหลายตัวต้องพรากจากอกแม่


การกระทำดังกล่าวของเคียง (ขอสงวนนามสกุล) กรณีมีการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ดังกล่าว พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด โดยไม่มีหลักฐานการอนุญาตให้ค้า ครอบครอง และเพาะพันธุ์ ของทางราชการ มีความผิด ดังนี้

มาตรา 17 ฐาน "มีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี" มีอัตราโทษตามมาตรา 92 จำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 29 ฐาน "ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" มีอัตราโทษตามมาตรา 89 จำคุกไม่เกินสิบปี ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประกอบมาตรา 112 และ มาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 

 

บุกจับ "ลอบค้าสัตว์ป่า" ลูกเสือโคร่ง-นกเงือกหลายตัวต้องพรากจากอกแม่

 

จึงควบคุมตัวนายเคียง ฯ เป็นผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวข้างต้น พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

โดยสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดนกกาฮัง จำนวน 6 ตัว นกเงือกกรามช้าง จำนวน 2 ตัว และลูกเสือโคร่ง จำนวน 2 ตัว พร้อมอุปกรณ์การกระทำความผิดดังกล่าว ขออนุมัติพนักงานสอบสวนรับไปส่งมอบให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลและเก็บรักษาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

 

บุกจับ "ลอบค้าสัตว์ป่า" ลูกเสือโคร่ง-นกเงือกหลายตัวต้องพรากจากอกแม่

ขณะที่หลายๆคนต่างเข้ามาประนามพวกลักลอบค้าสัตว์และยังสงสารสัตว์ป่าเหล่านี้ที่ต้องถูกพรากจากบ้านและพรากจากพ่อแม่ของมัน

 

ขอบคุณ ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช