นศ.สาวกินยาต้าน HIV นานนับปี โดนเพื่อนรังแกจนต้องลาออก ก่อนความจริงเปิดเผย

นศ.สาวทนทุกข์นานกว่าปี หลังตรวจพบเชื้อ HIV โดนเพื่อนรังแกจนต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยความจริงเฉลย ทำเสียใจยิ่งกว่าเดิม

นศ.สาวกินยาต้าน HIV นานนับปี โดนเพื่อนรังแกจนต้องลาออก ก่อนความจริงเปิดเผย ขึ้นชื่อว่าโรคร้ายก็ไม่มีใครอยากเป็น แต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องทนรับความจริง ทว่าเมื่อคนรอบข้างเห็นเราใช้ชีวิตแล้วอาจจะรับไม่ได้ เช่นเดียวกับเรื่องราวของหญิงสาวรายนี้ ที่ตอนแรกหมอตรวจพบเชื้อ HIV ทำให้เธอต้องกินยานานกว่าปี ก่อนมารู้ความจริงว่า แพทย์วินิจฉัยพลาด

 

นศ.สาวปี 2 ทนทุกข์นานกว่าปี หมอบอกพบเชื้อ HIV โดนเพื่อนรังแกจนต้องต้องลาออก

เรื่องราวดังกล่าวเป็นของ นักศึกษามหาวิทยาลัยปี 2 ในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน ที่เธอไปโรงพยาบาลเมื่อปีที่แล้วเพื่อตรวจร่างกาย เนื่องจากเธอรู้สึกไม่ค่อยสบาย จากผลตรวจร่างกายเบื้องต้น แพทย์สงสัยว่าเธออาจติดเชื้อเอชไอวี (HIV) หรือเอดส์ จึงขอให้เธอเข้ารับการตรวจที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคอีกครั้ง


กระทั่ง แพทย์ของศูนย์ฯ วินิจฉัยยืนยันว่าเธอเป็นโรคเอดส์จริงๆ เธอถูกบังคับให้แจ้งเรื่องดังกล่าวกับสถานศึกษา นับจากนั้นเธอก็เริ่มถูกรังแกด้วยวิธีต่างๆ จนสุดท้ายทนไม่ไหวและต้องออกจากมหาวิทยาลัยในที่สุด


แต่หลังจากเธอกินยารักษาโรคเอดส์มาเป็นเวลาหนึ่งปี กลับเจอความจริงสุดช็อก เมื่อไม่นานมานี้  โรงพยาบาลกลับเปิดเผยว่าการวินิจฉัยของเธอนั้นผิดพลาด เธอไม่ได้เป็นโรคเอดส์ หรือ ติดเชื้อ HIV

นศ.สาวปี 2 ทนทุกข์นานกว่าปี หมอบอกพบเชื้อ HIV โดนเพื่อนรังแกจนต้องต้องลาออก
 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันหนึ่ง หลังจากเธอไปที่โรงพยาบาลในเครือของมหาวิทยาลัยหนานชาง เพื่อตรวจสุขภาพโดยรวมตามปกติ แต่ผลการตรวจกลับพบว่าเธอไม่มีเชื้อเอดส์ เมื่อได้รับผลดังกล่าว พ่อจึงพาเธอไปที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคทันที เพื่อขอคำชี้แจงสำหรับการตรวจพบเชื้อ HIV ในครั้งแรก 


เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผย พ่อของเธอกล่าวว่า ชีวิตของลูกสาวเปลี่ยนไปมากตั้งแต่เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเอดส์ เธอร้องไห้วันแล้ววันเล่า ฝันร้ายบ่อยในตอนกลางคืน และทำให้น้ำหนักขึ้น 4-5 กิโล เพราะเรื่องนี้


และเพราะพ่อของเธอรู้สึกโกรธมาก เขาจึงตัดสินใจฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกสาว แต่จากข้อมูลของผู้รับผิดชอบห้องปฏิบัติการของศูนย์ฯ ระบุว่าในขณะที่ตรวจหาเชื้อ HIV ลูกสาวของเขากำลังตั้งครรภ์อยู่ แต่เธอไม่ได้บอกความจริง ซึ่งส่งผลต่อผลการทดสอบ จึงเกิดเป็น "ผลบวกลวง" ไวรัสเอชไอวี

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวนี้ยังไม่จบลง ซึ่งมีรายงานเพิ่มเติมว่า ประเด็นข้อพิพาทระหว่างทั้งสองฝ่าย ยังคงอยู่ในกระบวนการตัดสินของศาล

นศ.สาวปี 2 ทนทุกข์นานกว่าปี หมอบอกพบเชื้อ HIV โดนเพื่อนรังแกจนต้องต้องลาออก

ข้อมูลจาก saostar
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainewsonline