- 03 ก.พ. 2569
วิธีรักษารอยสิวที่หลังทำได้โดยการทาผลิตภัณฑ์ลดรอยสิว ใช้ยาทาภายนอก รวมถึงการทำเลเซอร์รอยสิวที่หลัง และ Microneedling เพื่อเร่งการฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียน ดูกระจ่างใสเร็วขึ้น
สำหรับใครที่เคยเป็นสิวคงเข้าใจดีว่าแม้สิวจะหายไปแล้วแต่รอยสิวมักจะยังคงหลงเหลืออยู่ให้กังวลใจเสมอ โดยเฉพาะรอยดำจากสิวที่มักเกิดขึ้นเมื่อดูแลสิวไม่ถูกวิธีหรือบีบสิวด้วยตัวเองจนทำให้ผิวอักเสบมากขึ้น ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวันด้วย
บทความนี้จึงรวบรวม 5 วิธีรักษารอยสิวที่หลังที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดรอยดำ ฟื้นฟูผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้น และเห็นผลจริง เพื่อให้คุณเลือกแนวทางการดูแลผิวที่เหมาะสมกับตัวเองได้มากที่สุด
- 1. รับประทานวิตามินเสริม
การรับประทานวิตามินเสริมเป็นวิธีลดรอยสิวและช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอยดำ รอยแดงจากสิวที่ไม่รุนแรงมาก โดยวิตามินเสริมบางชนิดอย่างวิตามินซี, วิตามินอี, สังกะสี (Zinc) และคอลลาเจน มีส่วนช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น ลดการอักเสบ เสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนและเม็ดสีในผิวให้ทำงานอย่างสมดุล ทำให้รอยสิวจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
ข้อดี
- ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
- ลดการอักเสบและช่วยให้รอยสิวที่หน้าค่อย ๆ จางลง
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการบำรุงผิวร่วมกับการรักษาอื่น
- การรับประทานวิตามินต่อเนื่องช่วยให้ผิวโดยรวมดูกระจ่างใสและสม่ำเสมอขึ้น
ข้อเสีย
- อาจต้องใช้เวลาจึงจะเห็นผล และต้องรับประทานอย่างสม่ำเสมอ
- บางคนอาจเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองจากส่วนประกอบบางชนิด
- ต้องเลือกวิตามินที่ได้มาตรฐานและเหมาะกับสภาพผิว
- 2. ทาผลิตภัณฑ์รักษารอยสิว
การทาผลิตภัณฑ์รักษารอยสิวเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดรอยสิว รักษารอยดำ และรอยแดงจากสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอยดำ รอยแดงจากสิวอักเสบ โดยผลิตภัณฑ์รักษารอยสิวมักมีส่วนผสมจากวิตามินซี อาร์บูติน กรดผลไม้ (AHA) หรือไนอาซินาไมด์ ซึ่งช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว ลดการสร้างเม็ดสี และทำให้รอยสิวจางลงเร็วขึ้น เมื่อใช้เป็นประจำ ผิวจะค่อย ๆ เรียบเนียน สม่ำเสมอ และดูกระจ่างใสมากขึ้น
ข้อดี
- ใช้ง่ายและสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
- ช่วยรักษารอยดำ รอยแดงจากสิวได้ค่อนข้างชัดเจน
- มีส่วนผสมหลากหลาย สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้ตามสภาพผิวและปัญหาผิว
ข้อเสีย
- ต้องใช้เป็นประจำต่อเนื่องจึงจะเห็นผล
- อาจเกิดการระคายเคืองได้
- ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
- 3. ใช้ยาทาภายนอกรักษารอยสิว
การใช้ยาทาภายนอกเป็นวิธีรักษารอยสิวสำหรับผู้ที่มีรอยแดง รอยดำ หรือรอยอักเสบที่ยังไม่ลึกมาก ยาทารอยสิวมักมีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์เฉพาะ เช่น Retinoids, Azelaic Acid หรือ Glycolic Acid รวมถึงยาที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว ซึ่งการใช้ยาทาช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และลดการอักเสบ ช่วยรักษารอยสิวให้จางลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอยสิวเรื้อรังหรือผู้ที่เคยรักษาด้วยสกินแคร์ทั่วไปแล้วยังไม่เห็นผลชัดเจน
ข้อดี
- ออกฤทธิ์ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงกว่าสกินแคร์ทั่วไป
- ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและลดรอยสิวได้ดี
- ใช้ร่วมกับวิธีรักษาอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษารอยสิวได้
ข้อเสีย
- อาจทำให้ผิวแห้ง ลอก หรือระคายเคืองในช่วงแรก
- ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อความปลอดภัย
- อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
- 4. เลเซอร์รักษารอยสิว
อีกหนึ่งวิธีทําให้รอยสิวหายที่หลายคนนิยมคือการเลเซอร์รักษารอยสิว ซึ่งช่วยลดเลือนรอยดำ รอยแดง และกระตุ้นการฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับผู้ที่มีรอยสิวเข้ม ลึก หรือรอยสิวเรื้อรัง โดยเลเซอร์จะทำงานโดยการยิงพลังงานแสงลงไปยังบริเวณรอยสิว เพื่อยับยั้งการสร้างเม็ดสี กระตุ้นคอลลาเจน และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอมากขึ้น ทำให้รอยสิวจางลงเร็วยิ่งขึ้น
ข้อดี
- เห็นผลเร็วกว่าใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาทารักษารอยสิว
- ช่วยรักษารอยแดง รอยดําจากสิว และปรับผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น
- ช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนัง
ข้อเสีย
- ราคาค่อนข้างแพง
- อาจมีอาการแดง แสบ หรือบวมหลังทำ
- ต้องทำหัตถการโดยแพทย์เท่านั้น
- อาจต้องทำหลายครั้งขึ้นอยู่กับรอยสิวและสภาพผิวของแต่ละคน
- 5. ทำ Microneedling
Microneedling เป็นการรักษารอยสิวที่ใช้หลักการกระตุ้นผิวด้วยเข็มขนาดเล็กทิ่มเข้าไปซ้ำ ๆ ในบริเวณที่ต้องการ ให้เกิดบาดแผลเล็ก ๆ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินมาสมานบาดแผล ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น รอยสิวค่อย ๆ จางลง วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีรอยสิว รอยแผลตื้น ไปจนถึงหลุมสิวระดับเล็กถึงปานกลาง
ข้อดี
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียน
- ช่วยลดรอยดำ รอยแดงจากสิวได้ดี
- ช่วยรักษาแผลจากสิวอักเสบ และลดรอยแผลเป็นจากสิว
ข้อเสีย
- อาจมีรอยแดงและระคายเคืองหลังทำเล็กน้อย
- ต้องทำซ้ำหลายครั้ง
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวกำลังอักเสบรุนแรงหรือเป็นสิวเห่อ
- ต้องทำหัตถการโดยแพทย์เท่านั้น
- ง่ายกว่า! รักษารอยสิวกับหมอผิวหนังตัวจริงที่บ้าน ผ่านแอป SkinX
มีรอยสิวบนใบหน้าไม่ต้องกังวลไป! ปรึกษาหมอผิวหนังตัวจริงได้สะดวก ง่ายดายผ่าน SkinX แอปพลิเคชันพบหมอผิวหนังออนไลน์ที่รวบรวมทีมแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจากสถานพยาบาลชั้นนำ ให้คุณได้ปรึกษาทุกปัญหาผิวหน้า รวมถึงปัญหาสิวและรอยสิวที่คอยกวนใจ พร้อมรับคำแนะนำเกี่ยวกับการรักษารอยสิวหรือวิธีลดรอยดําจากสิวอย่างเหมาะสม เผยผิวหน้าเรียบเนียน กระจ่างใส เรียกความมั่นใจกลับคืนมา
อยู่ไหนก็หาหมอได้ ไม่ต้องเสียเวลาไปคลินิก! ปรึกษาหมอผ่าน SkinX รู้ค่าบริการก่อนเข้ารับการรักษา หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเกินงบ พร้อมสรุปผลการรักษาทันทีหลังปรึกษา ทั้งยังคุ้มค่ามากขึ้นด้วยบริการนัดติดตามอาการต่อเนื่อง แพทย์สั่งยาและส่งตรงถึงบ้าน พร้อมมีเภสัชกรคอยให้คำแนะนำและปรึกษาฟรี แอป SkinX พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้วทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
- รอยสิวจัดการได้! หากรักษาอย่างเหมาะสมและถูกวิธี
รอยสิวเป็นปัญหาผิวที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู หากมีวิธีรักษาที่เหมาะสมก็จะช่วยให้รอยสิวจางลงอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานวิตามิน การใช้ยาทาภายนอก หรือการทำหัตถการอย่างเลเซอร์และ Microneedling โดยควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน หากดูแลผิวอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ผิวก็สามารถกลับมาเรียบเนียน สม่ำเสมอ และดูสุขภาพดีได้อีกครั้ง
ใครกังวลกับปัญหารอยสิวอยู่ สามารถปรึกษาหมอผิวหนังออนไลน์ เพื่อรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการรักษารอยสิวและดูแลผิวอย่างเหมาะสมได้เลยที่แอป SkinX แอปพลิเคชัน ปรึกษาปัญหาและดูแลผิวโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำ ครบ จบ เคลียร์ใน 15 นาที!
- FB : SkinX พบแพทย์ผิวหนังออนไลน์
- IG : skinx.thailand
- Line : @skinx.official
- TikTok : skinxthailand
- X : @skinxthailand
- Tel : 02 038 5505
- E-mail : [email protected]






