หมอเปิด 7 เคล็ดลับ กินแบบนี้ 14 วัน ไขมันพอกตับลดได้จริง

"หมอเจด" เปิด 7 เคล็ดลับ กินแบบนี้ 14 วัน ไขมันพอกตับลดได้จริง ตับจะเริ่มฟื้นจริง ค่าอักเสบลด ทำต่อเนื่อ ไขมันพอกตับสามารถถอยกลับได้จริง

วันที่ 25 ม.ค. 2569 "หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผย กินแบบนี้ 14 วัน ไขมันพอกตับลดได้จริง! โดยระบุว่า หลายคนคิดว่าไขมันพอกตับต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะดีขึ้น 

 

หมอเปิด 7 เคล็ดลับ กินแบบนี้ 14 วัน ไขมันพอกตับลดได้จริง

แต่ในความจริง ถ้าปรับ "ถูกจุด" ภายใน 14 วัน ตับสามารถเริ่มฟื้นตัวได้จริง ค่าการอักเสบลด ไขมันสะสมในตับเริ่มถอย อาการแน่นชายโครงขวา อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร จุกง่าย จะดีขึ้นอย่างชัดเจน เพราะตับเป็นอวัยวะที่ฟื้นตัวเร็วมาก ถ้าไม่ถูกกระตุ้นซ้ำจากอาหารผิด ๆ ทุกวัน


หลักคิดสำคัญคือ ไม่ใช่ "อดอาหาร" แต่คือ "หยุดอาหารที่ทำให้ตับอักเสบ + เติมอาหารที่ช่วยซ่อมตับ"


1. ตัดน้ำตาลแฝง = หยุดการสร้างไขมันในตับทันที
เริ่มจากงดน้ำหวาน ชานม กาแฟหวาน ขนม เบเกอรี่ น้ำผลไม้กล่อง เพราะฟรุกโตสจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันในตับโดยตรง ต่อให้ไม่อ้วน ตับก็พอกได้ น้ำตาลแฝงคือ "ตัวเร่งไขมันพอกตับ" ที่แรงกว่าของมันหลายเท่า การตัดน้ำตาลคือการหยุดกระบวนการสร้างไขมันใหม่ในตับทันที และช่วยให้อินซูลินลดลง ตับเริ่มเผาไขมันเก่าที่สะสมอยู่ได้จริงในช่วง 14 วันแรก


2. เลือกคาร์บเชิงซ้อน = ไม่ดันอินซูลิน ไม่ป้อนตับ
เปลี่ยนจากข้าวขาว เส้นขาว ขนมปังขาว → เป็น ข้าวกล้อง มัน เผือก ธัญพืชไม่ขัดสี อินซูลินจะไม่พุ่งแรง ตับไม่ถูกสั่งให้สร้างไขมันใหม่ ระบบเผาผลาญจะเริ่มกลับมาใช้ไขมันเก่าเป็นพลังงานแทนการสะสม น้ำตาลในเลือดนิ่งขึ้น ความหิวลดลง และลดวงจรหิว–กิน–พอกตับซ้ำ ๆ แบบไม่รู้ตัว


3. โปรตีนคุณภาพ = วัตถุดิบซ่อมตับ
ตับต้องใช้กรดอะมิโนซ่อมแซมเซลล์ เลือกไข่ ปลา เต้าหู้ ไก่ไม่ติดหนัง ถั่วเหลือง โปรตีนพอ → ตับฟื้นไว การอักเสบลดเร็ว โปรตีนยังช่วยคุมอินซูลิน ลดความอยากหวาน และช่วยให้ร่างกายไม่ดึงไขมันสะสมมาใช้อย่างผิดระบบ คนที่กินโปรตีนน้อยมักตับฟื้นช้า แม้จะคุมอาหารดีแล้วก็ตาม

4. ไขมันดี = ลดการอักเสบในตับ
มีหลายอย่างเลยครับ เช่น ใช้น้ำมันมะกอก ปลาโอเมก้า 3 อะโวคาโด ถั่วเปลือกแข็ง ไขมันพวกนี้ไม่ทำให้ตับพอก แต่ช่วยลดการอักเสบในตับและหลอดเลือด ช่วยให้เซลล์ตับไวต่ออินซูลินมากขึ้น ต่างจากไขมันทรานส์ ของทอด เบเกอรี่ ไขมันอุตสาหกรรม ที่กระตุ้นการอักเสบและเร่งไขมันพอกตับโดยตรง แม้กินไม่เยอะก็พอกได้นะ


5. ผักต้านอักเสบ = ล้างพิษให้ตับจากภายใน
พวกผักสีเขียวเข้ม บรอกโคลี คะน้า ผักโขม กะหล่ำปลี มีสารกระตุ้นเอนไซม์ล้างพิษในตับ (detox enzyme) ลด oxidative stress ที่ทำให้ตับอักเสบเรื้อรัง ใยอาหารยังช่วยพาไขมันส่วนเกินออกทางลำไส้ ลดการดูดซึมกลับเข้าตับ ยิ่งกินสม่ำเสมอ ตับยิ่งฟื้นไว ระบบย่อยยิ่งสมดุล


6. เวลามื้ออาหาร = รีเซ็ตตับ
การกินเป็นเวลา ไม่กินดึก ไม่จุบจิบทั้งวันก็สำคัญเช่นกันนะครับ ตับจะมีช่วง "พักระบบอินซูลิน" เพื่อเผาไขมันเก่า ถ้ากินตลอดเวลา อินซูลินจะสูงทั้งวัน ตับไม่มีโอกาสเผาไขมันสะสมเลย การจัดเวลามื้ออาหารให้เป็นระบบจะช่วยรีเซ็ตการเผาผลาญ ทำให้ตับกลับเข้าสู่โหมดฟื้นฟู ไม่ใช่โหมดสะสมตลอดเวลา


7. ดื่มน้ำพอ = ลดภาระตับ
น้ำช่วยขับของเสีย ลดความหนืดของเลือด ลดภาระการกรองของตับ–ไต และช่วยให้กระบวนการเผาผลาญไขมันทำงานได้ดีขึ้น คนที่ดื่มน้ำน้อย ตับจะทำงานหนัก การอักเสบจะหายช้า ไขมันพอกตับลดช้ากว่าคนที่ดื่มน้ำพออย่างชัดเจน แม้จะคุมอาหารเหมือนกันก็ตาม


ตัวอย่างแนวทาง 14 วัน (แบบไม่ทรมาน)

เช้า: ไข่ต้ม/เต้าหู้ + ผัก + คาร์บเชิงซ้อนเล็กน้อย

กลางวัน: ข้าวกล้อง + ปลา/ไก่ + ผักเยอะ

เย็น: โปรตีน + ผักเป็นหลัก ลดแป้ง

  • งดน้ำหวาน น้ำผลไม้ ขนม ของทอด
  • เดินหลังอาหารวันละ 10–15 นาที
  • และนอนก่อนเที่ยงคืน


จะให้ไขมันพอกตับหายด้วยยาเพียงอย่างเดียวไม่ได้นะครับ แต่หายได้จาก "การหยุดป้อนตับด้วยอาหารอักเสบ" และ "เติมอาหารที่ช่วยซ่อมตับ" 


ถ้าทำถูกจุดภายใน 14 วัน ตับจะเริ่มฟื้นจริง ค่าอักเสบลด ไขมันสะสมเริ่มถอย อาการแน่นชายโครง อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายจะดีขึ้นอย่างชัดเจน และถ้าทำต่อเนื่อง ไขมันพอกตับจำนวนมากสามารถถอยกลับได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งยาเป็นหลัก

 

ขอบคุณ FB : หมอเจด