- 26 ม.ค. 2569
ไม่ใช่เรื่องเล็ก! "หมอเจด" เตือน 5 อาการ ขับถ่ายผิดปกติ เสี่ยงมะเร็งลำไส้ เช็กอาการแบบไหนบ้างที่เราไม่ควรชะล่าใจ
วันที่ 26 ม.ค. 2569 "หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผย 5 อาการ ขับถ่ายผิดปกติ เสี่ยงมะเร็งลำไส้ โดยระบุว่า หลายคนคิดว่าเรื่องขับถ่ายเป็นเรื่องเล็ก แค่ท้องผูกบ้าง ท้องเสียบ้าง เดี๋ยวก็หาย
แต่ในความเป็นจริง มะเร็งลำไส้จำนวนมากเริ่มจากสัญญาณเล็ก ๆ ในห้องน้ำ ที่ถูกมองข้ามนานหลายเดือนหรือหลายปี กว่าจะรู้ตัวก็เข้าสู่ระยะที่รักษายาก มาดูกันว่าอาการแบบไหนบ้างที่เรา "ไม่ควรชะล่าใจ"
1. ถ่ายเป็นเลือดซ้ำ ๆ ไม่หาย
ไม่ว่าจะเป็นเลือดสด เลือดคล้ำ หรือเลือดปนมากับอุจจาระ ถ้าเกิดซ้ำบ่อย ๆ ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นริดสีดวงอย่างเดียว เพราะมะเร็งลำไส้ระยะต้นก็ทำให้ถ่ายเป็นเลือดได้ โดยเฉพาะถ้าไม่มีอาการปวดรุนแรง แต่เลือดออกเรื้อรัง ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่สุดข้อหนึ่ง
2. ถ่ายไม่สุด เหมือนยังมีอะไรค้างในลำไส้
รู้สึกอยากถ่ายบ่อย แต่ถ่ายออกนิดเดียว หรือถ่ายแล้วไม่โล่ง ต้องเข้าห้องน้ำซ้ำ ๆ อาการนี้อาจเกิดจากก้อนเนื้อหรือผนังลำไส้หนาตัว ทำให้ทางเดินอุจจาระแคบลง เป็นสัญญาณที่พบได้บ่อยในมะเร็งลำไส้ตรงและลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย
3. ลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไปชัดเจน
จากที่เคยเป็นแท่ง กลายเป็นเส้นเล็ก แบน หรือแตกเป็นก้อนเล็ก ๆ ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แสดงว่าทางเดินอุจจาระอาจตีบแคบผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากก้อนเนื้อ ผนังลำไส้อักเสบ หรือรอยโรคภายในลำไส้ ไม่ใช่เรื่องระบบขับถ่ายธรรมดา
4. ท้องผูก–ท้องเสียสลับกันเรื้อรัง
ระบบขับถ่ายที่แปรปรวนผิดปกติ สลับท้องผูก ท้องเสีย แน่นท้อง ท้องอืด โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาจบ่งบอกความผิดปกติของลำไส้ ไม่ใช่แค่ลำไส้แปรปรวนธรรมดา โดยเฉพาะถ้าเป็นต่อเนื่องหลายเดือน
5. น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย โลหิตจาง โดยไม่รู้สาเหตุ
แม้จะไม่ได้โฟกัสเรื่องขับถ่ายโดยตรง แต่ถ้ามีอาการถ่ายผิดปกติร่วมกับน้ำหนักลด เหนื่อยง่าย หน้ามืด ซีด หรือโลหิตจาง อาจเกิดจากเลือดออกในลำไส้แบบเรื้อรัง ซึ่งเป็นสัญญาณอ้อม ๆ ของมะเร็งลำไส้ที่มักถูกมองข้าม
ควรเริ่มส่องกล้องลำไส้อายุเท่าไรดี?
- คนทั่วไปที่ไม่มีอาการผิดปกติ → ควรเริ่ม อายุ 45 ปี และตรวจซ้ำทุก 5–10 ปี (ตามผลตรวจ)
- คนที่มีอาการเตือน เช่น ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายไม่สุด ท้องผูก–ท้องเสียเรื้อรัง น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย → ควรตรวจทันที ไม่ต้องรออายุ
- คนที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ → ควรเริ่มตรวจ เร็วกว่าอายุที่ญาติเป็น 10 ปี เช่น ญาติเป็นตอนอายุ 50 → ควรเริ่มตรวจตอนอายุ 40
เพราะมะเร็งลำไส้ระยะต้นมัก "ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่แสดงอาการชัด" แต่ถ้าตรวจเจอเร็ว โอกาสรักษาหายสูงมาก และไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ครับ
วิธีลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ในชีวิตประจำวัน
1. เพิ่มใยอาหารจากผักสุก ผลไม้ไม่หวานจัด และธัญพืชไม่ขัดสี → ช่วยพาของเสียออกจากลำไส้เร็ว ลดเวลาที่สารก่อมะเร็งสัมผัสผนังลำไส้
2. ลดเนื้อแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม หมูยอ ของรมควัน → กลุ่มนี้เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ชัดเจน
3. ดื่มน้ำให้พอ → ลดท้องผูก ลดการระคายผนังลำไส้
4. ขยับร่างกายทุกวัน → การเดิน ช่วยให้ลำไส้บีบตัวดี ของเสียไม่ค้าง
5. ลดหวาน–แป้งขัดสี → ลดการอักเสบในลำไส้
6. ดูแลลำไส้ให้สมดุล → ไม่ใช้ยาถ่าย/ยาระบายพร่ำเพรื่อ เติมจุลินทรียดีในลำไส้ (Probiotic) และดูแลจุลินทรีย์ดีในลำไส้ ด้วยอาหารจากธรรมชาติ เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ผักดองที่รสไม่จัด หรือจะเลือกกินเสริมก็ช่วยได้เช่นกันนะ เพราะ "ลำไส้ที่ไม่อักเสบเรื้อรัง" คือเกราะป้องกันมะเร็งลำไส้ที่ดีที่สุดแบบไม่ต้องพึ่งยา
ถ้าใครมีอาการขับถ่ายผิดปกติ ถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วนะครับ และไม่ควรรอให้ปวดหรือหนักก่อนค่อยตรวจ การเริ่มส่องกล้องให้ถูกเวลา + การดูแลลำไส้ในชีวิตประจำวัน คือกุญแจสำคัญที่สุดในการป้องกันมะเร็งลำไส้ เพราะมะเร็งลำไส้ไม่ได้น่ากลัวที่สุดตอนเป็น แต่ "น่ากลัวที่สุดตอนมาช้า"
ขอบคุณ FB : หมอเจด






