เป็น "กรดไหลย้อน" แล้วมีอาการดังนี้ รีบไปตรวจด่วน ระวัง "มะเร็ง"

หมอเจดเตือนแรง! กรดไหลย้อนอย่าคิดว่าเรื่องเล็ก เคสชายวัย 34 ลุกลามกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ใครมีอาการดังนี้ รีบไปตรวจ

"หมอเจดนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

“กรดไหลย้อนแค่กินยาลดกรดช่วยก็ดีขึ้นแล้ว” มีหลายคนเลยครับที่คิดกันแบบนี้ ผมก็เลยจะมาเล่าเคสนึงให้เป็นอุทาหรณ์ครับ มีชายวัย 34 ปี คนนี้มีสุขภาพภายนอกดูแข็งแรงนะ ไม่มีโรคประจำตัวด้วย ใช้ชีวิตทำงานหนักตามปกติเลย มีแค่อาการแสบอก เรอเปรี้ยว แน่นคอเป็น ๆ หาย ๆ มาหลายปี กินยาลดกรดแล้วดีขึ้นก็หยุดยา ไม่เคยคิดว่ากรดไหลย้อนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ จนวันหนึ่งมาหาผมเพราะเริ่มกลืนลำบาก เจ็บหน้าอก และน้ำหนักลด พอตรวจก็พบว่าหลอดอาหารเปลี่ยนไปแล้วครับ

1️⃣ เป็นกรดไหลย้อนตั้งแต่อายุยังน้อย แต่คิดว่าไม่อันตราย
ผู้ชายคนนี้เริ่มมีอาการตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปี เพราะยังหนุ่ม ไม่มีโรคพื้นฐาน จึงมองว่าเป็นเรื่องเล็ก อาการแสบอกหรือเรอเปรี้ยวถูกมองว่าเกิดจากกินเผ็ด กินดึก หรือความเครียดชั่วคราว การซื้อยากินเองทำให้อาการทุเลา แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุ ทำให้กรดไหลย้อนดำเนินต่อเนื่องแบบเงียบ ๆ หลายปี

2️⃣ อาการไม่แรง แต่เป็น “เรื้อรังแทบทุกวัน”
แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่อาการรุนแรงครับ แต่คือความถี่ อาการนี้เกิดขึ้นแทบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงก่อนนอน จนร่างกายเริ่มชินจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่หลอดอาหารกำลังถูกกรดกัดซ้ำ ๆ โดยไม่มีเวลาฟื้นตัว ความเรื้อรังนี้เองที่เพิ่มความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในระยะยาวเลยครับ

3️⃣ พฤติกรรมชีวิตกระตุ้นกรดซ้ำซากโดยไม่รู้ตัว
พอถามรูทีนประจำวันก็พบว่า
- เขานอนดึกทุกวัน กินดึก
- แถมยังดื่มกาแฟวันละหลายแก้ว
- อาหารที่กินส่วนใหญ่ก็มีแต่มัน รสเผ็ด
- และมีออกไปสังสรรค์ดื่มแอลกอฮอล์กับเพื่อนเป็นประจำด้วย
จนหลัง ๆ มาน้ำหนักเริ่มลงพุง ทำให้แรงดันในช่องท้องสูง หูรูดหลอดอาหารเริ่มอ่อนแรง กรดจึงไหลย้อนง่ายขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เขาทำทุกวัน กลายเป็นตัวเร่งกรดไหลย้อนแบบไม่รู้ตัว

4️⃣ เซลล์หลอดอาหารเริ่มเปลี่ยน แต่ไม่มีสัญญาณเตือนชัด
ด้วยกรดที่ระคายหลอดอาหารซ้ำ ๆ ทำให้เยื่อบุเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นระยะก่อนมะเร็ง แต่ระยะนี้แทบไม่มีอาการใหม่ที่ชัดเจน ผู้ชายคนนี้เขายังคิดว่าเป็นแค่กรดไหลย้อนธรรมดา ก็เลยกินยาลดกรดช่วยไว้ ทำแบบนี้มาเป็นปี ๆ จนตอนหลังมานี้เริ่มมีสัญญาณเตือน เช่น กลืนติด เจ็บแน่นหน้าอก น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมักเกิดเมื่อโรคลุกลามแล้ว

5️⃣ ตรวจเจออีกที กลายเป็นมะเร็งหลอดอาหาร
เมื่อเข้ารับการส่องกล้อง พบว่าการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ลุกลามเป็นมะเร็ง ต้องเข้าสู่การรักษาจริงจัง ทั้งผ่าตัดและการรักษาเสริม ทั้งที่หากตรวจตั้งแต่ระยะกรดไหลย้อนเรื้อรัง หรือระยะเซลล์เริ่มเปลี่ยน โอกาสหยุดโรคก่อนลุกลามจะสูงกว่านี้มากเลยครับ

แนวทางหยุดกรดไหลย้อนก่อนเป็นมะเร็ง
• ต้องหยุดคิดว่าแค่กินยาลดกรดก่อนครับ ถ้ายังทำนิสัยเดิม ๆ อยู่
• ลดอาหารกระตุ้นกรด เช่น มัน เผ็ด แอลกอฮอล์ กาแฟ
• งดกินดึก นอนให้พอ
• ลดน้ำหนักรอบเอว จัดท่านอนยกหัวเตียง
• ลดแรงดันกรดและยับยั้งเชื้อ H. pylori ด้วยการเสริมโพรไบโอติกจากอาหารธรรมชาติ
• และถ้ามีอาการแบบเคสนี้บ่อยเกินสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน ไม่ปล่อยให้กรดกัดหลอดอาหารซ้ำ ๆ ครับ


เลิกคิดได้แล้วนะครับว่ากรดไหลย้อนเรื้อรังเป็นเรื่องเล็ก ๆ กินแค่ยาลดกรดเดี๋ยวก็หาย โดยเฉพาะในคนอายุน้อยที่มักชะล่าใจ อาการไม่ต้องแรงก็อันตรายได้ครับ ถ้าเป็นบ่อย เป็นนาน ใช้ยาเองแต่ยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม หรือไม่เคยตรวจจริงจัง นั่นคือความเสี่ยงที่กำลังสะสมเงียบ ๆ แค่เริ่มหยุดกรดไหลย้อนได้ตั้งแต่วันนี้ นั่นคือการหยุดมะเร็งในอนาคตครับ