- 17 ก.พ. 2569
"หมอเจด" เปิดสัญญาณ 5 อาการนิ่วในถุงน้ำดี ที่หลายคนคิดว่าอาหารไม่ย่อย ใครมีอาการแน่นท้อง จุกเสียดหลังอาหาร เช็กด่วนก่อนสายเกินแก้
วันที่ 17 ก.พ. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เผย 5 อาการนิ่วในถุงน้ำดี ที่คิดว่าอาหารไม่ย่อย โดยระบุว่า ช่วงนี้ใครที่มีอาการแน่นท้อง จุกเสียด หลังอาหาร แล้วก็คิดว่า "สงสัยกินเร็วไป" หรือ "กรดไหลย้อนแน่ ๆ"
แต่ความจริงคืออาการแบบนี้อาจเป็นสัญญาณของ "นิ่วในถุงน้ำดี" ได้เลยครับ เพราะถุงน้ำดีทำหน้าที่เก็บน้ำดีเพื่อย่อยไขมัน ถ้ามีนิ่วไปอุดทางเดินน้ำดี จะปวดแบบเฉียบ ๆ และมักถูกเข้าใจผิดว่าอาหารไม่ย่อย มาลองเช็กเลยนะครับว่าใครมีอาการพวกนี้บ้าง
สาเหตุที่ทำให้มีโอกาสเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
นิ่วถุงน้ำดี มักเกิดจากน้ำดีที่มีคอเลสเตอรอลสูงเกินไป จนตกผลึกเป็นก้อนนิ่วได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่น้ำหนักขึ้นเร็ว ลดน้ำหนักเร็ว กินอาหารมันจัด ไม่ค่อยกินผัก หรือมีภาวะดื้ออินซูลิน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง รวมถึงคนที่อายุมากขึ้น ถุงน้ำดีบีบตัวได้น้อยลง น้ำดีค้างนาน โอกาสเกิดนิ่วก็สูงขึ้นแบบเงียบ ๆ
1. จุกแน่นชายโครงขวา หลังอาหารมัน ๆ
อาการคลาสสิกที่สุดคือปวดหรือแน่นบริเวณใต้ชายโครงขวา โดยเฉพาะหลังมื้อที่มีของทอด ของมัน หมูกระทะ ชานม หรืออาหารหนัก ๆ เพราะถุงน้ำดีต้องบีบตัวปล่อยน้ำดีมาย่อยไขมัน แต่นิ่วไปขวางไว้ ทำให้ปวดจุกแบบลึก ๆ หลายคนคิดว่าแค่ท้องอืด แต่จริง ๆ คือถุงน้ำดีกำลังถูกกระตุ้น
2. ปวดร้าวขึ้นไหล่ขวา หรือสะบักด้านหลัง
นิ่วถุงน้ำดีไม่ได้ปวดแค่ท้องนะครับ บางคนปวดร้าวไปไหล่ขวา หลัง หรือสะบัก เหมือนกล้ามเนื้ออักเสบ จนไปนวดก็ไม่หาย เพราะเส้นประสาทบริเวณถุงน้ำดีเชื่อมกับไหล่ ทำให้ปวดหลอกตำแหน่งได้ เป็นสัญญาณที่หลายคนไม่รู้มาก่อน
3. คลื่นไส้ อาเจียน หลังอาหาร โดยเฉพาะมื้อหนัก
ถ้ากินเสร็จแล้วคลื่นไส้เหมือนอาหารไม่ย่อย จุกจนอยากอาเจียน โดยเฉพาะหลังของมัน ๆ หรือกินเยอะผิดปกติ ต้องระวังนิ่วถุงน้ำดี เพราะน้ำดีไหลไม่ออก ระบบย่อยไขมันรวน ทำให้ท้องปั่นป่วนแบบเฉียบ ๆ ไม่ใช่แค่กรดไหลย้อนธรรมดา
4. ปวดเป็นพัก ๆ แล้วหายเอง (Biliary colic)
อาการนิ่วมักมาเป็นรอบครับ ปวดตื้อ ๆ หรือปวดบิดอย่างรุนแรง และมักจะปวดนิ่ง ๆ ไม่ขยับตามท่าทาง (ต่างจากปวดกล้ามเนื้อที่บิดตัวแล้วจะปวดกว่าเดิม) อยู่ 30 นาที–2 ชั่วโมง แล้วค่อยทุเลา พออีกหลายวันกลับมาใหม่ คนเลยชะล่าใจคิดว่า "เดี๋ยวก็หาย" แต่จริง ๆ คือถุงน้ำดีกำลังบีบตัวชนก้อนนิ่วซ้ำ ๆ ถ้าปล่อยไว้อาจอักเสบหนักจนต้องผ่าตัดฉุกเฉินได้
5. ตัวเหลือง ตาเหลือง ไข้ หนาวสั่น = อันตรายต้องรีบไปโรงพยาบาล
ถ้านิ่วหลุดไปอุดท่อน้ำดีหลัก จะทำให้น้ำดีคั่ง เกิดดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเข้ม อุจจาระสีซีด สีเหมือนดินพอกหน้าหรือสีเทา และอาจมีไข้ร่วมด้วย นี่ไม่ใช่อาหารไม่ย่อยแล้วครับ แต่เป็นภาวะฉุกเฉิน เสี่ยงติดเชื้อในท่อน้ำดี ต้องรีบพบแพทย์ทันที
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง (สูตร 4F)
แพทย์มักจำง่าย ๆ ว่าคนที่เสี่ยงนิ่วถุงน้ำดีคือ "4F"
- Fat = น้ำหนักเกินหรืออ้วน
- Female = เพศหญิง (โดยเฉพาะหลังมีบุตรหรือฮอร์โมนเปลี่ยน)
- Forty = อายุเกิน 40 ปี
- Fertile = เคยตั้งครรภ์ หรือมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง
- ถ้าเข้าเกณฑ์นี้ร่วมกับกินมันบ่อย หรือมีเบาหวาน ไขมันสูง โอกาสเป็นนิ่วจะมากขึ้น
ลดเสี่ยงนิ่วได้ตั้งแต่วันนี้
- ลดของทอด ของมันจัด ไม่กระตุ้นถุงน้ำดีบีบตัวแรง
- คุมน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าลดฮวบเร็วเกิน
- เพิ่มผัก ไฟเบอร์ โพรไบโอติก และดื่มน้ำให้พอดี ลดการตกผลึกของน้ำดี
- ขยับร่างกายทุกวัน เดินหลังอาหารช่วยให้น้ำดีไหลดีขึ้น
- ถ้ามีอาการปวดซ้ำ ๆ หรือเข้าเกณฑ์ 4F → ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนไว้ก่อนปลอดภัยที่สุด
สรุปคือ นิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคที่ชอบปลอมตัวเป็น "อาหารไม่ย่อย" แต่ถ้าปวดชายโครงขวาหลังของมัน ปวดร้าวไหล่ คลื่นไส้อาเจียนเป็นรอบ ๆ อย่าชะล่าใจ เพราะถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลันอันตรายกว่าที่คิด ตรวจเร็ว รักษาง่ายกว่าปล่อยจนฉุกเฉิน
ขอบคุณ FB : หมอเจด






