- 28 มี.ค. 2569
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ เตือน “โควิดสายพันธุ์ Cicada” ต้องเฝ้าระวัง แม้ยังไม่รุนแรงขึ้น แต่แพร่เร็ว-หลบภูมิได้ ตอบชัด ติดผ่านทาง จักจั่น-จิ้งหรีด จริงหรือไม่
"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
7 เรื่องต้องรู้! โควิด Cicada รู้ทันอาการก่อนเสี่ยงหนัก!
ช่วงนี้มีข่าวโควิด สาพันธุ์ “Cicada” ถูกพูดถึงมากขึ้น จนหลายคนเริ่มกังวลว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายขึ้นหรือไม่ ล่าสุด World Health Organization ให้ข้อมูลว่ายังต้อง “เฝ้าระวัง” เพราะมีจุดที่น่าจับตาหลายอย่าง แม้ยังไม่มีหลักฐานว่ารุนแรงขึ้นชัดเจน แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ วันนี้ผมจะพามาทำความเข้าใจกับโควิด Cicada กันครับ
1️⃣ โควิด Cicada คืออะไร? ทำไมทั่วโลกถึงกังวล
Cicada เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนที่มีการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้นหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะในส่วนของ spike protein ที่ใช้จับเซลล์มนุษย์ จุดที่ทำให้กังวลคืออาจ “แพร่ได้เร็วขึ้น” และ “หลบภูมิได้ดีขึ้น” แม้ยังไม่มีข้อมูลชัดว่าทำให้ป่วยหนักขึ้น แต่ถ้าการติดเพิ่มเร็ว จะทำให้จำนวนผู้ป่วยรวมพุ่งและกระทบระบบสาธารณสุขได้เหมือนในอดีต
.
2️⃣ เกี่ยวกับ “จิ้งหรีด หรือจักจั่น” จริงไหม?
ไม่เกี่ยวข้องครับ ชื่อ Cicada เป็นเพียงชื่อเรียกสายพันธุ์เพื่อให้จำง่าย ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับแมลงหรือสัตว์ใด ๆ การแพร่เชื้อยังคงเป็นแบบ “คนสู่คน” ผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือพูดคุยใกล้ชิดเหมือนเดิม ไม่มีหลักฐานว่ามีสัตว์เป็นพาหะในสายพันธุ์นี้
.
3️⃣ “แพร่เร็ว” คือความเสี่ยงที่แท้จริง
หลายคนโฟกัสแต่ว่าไวรัสสายพันธุ์นี้รุนแรงไหม แต่ความจริงแล้วสิ่งที่น่ากลัวคือ “การแพร่เร็ว” เพราะถ้าคนติดพร้อมกันจำนวนมาก แม้ส่วนใหญ่จะอาการไม่หนัก แต่จะทำให้มีผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน และอาจกระทบระบบสาธารณสุขได้ ดังนั้นอย่าประมาทแม้จะยังไม่มีหลักฐานว่ารุนแรงขึ้นก็ตามครับ
.
4️⃣ สายพันธุ์ “Cicada” ต่างจากสายพันธุ์เดิมอย่างไร
• มีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่งมากกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้า
• มีแนวโน้มติดซ้ำได้ แม้เคยติดหรือฉีดวัคซีน
• อาการคล้ายโอมิครอน แต่บางรายมีอาการทางเดินหายใจชัดขึ้น
• อาจมีอาการยืดเยื้อ เช่น ไอเรื้อรัง หรืออ่อนเพลียนาน
• ศักยภาพการแพร่เชื้ออาจสูงขึ้น ทำให้ติดเป็นกลุ่มได้ง่าย
ความต่างหลักไม่ใช่แค่ “อาการ” แต่คือ “พฤติกรรมของไวรัส” ที่อาจกระจายได้เร็วขึ้นครับ
.
5️⃣ สถานการณ์การระบาดต่างประเทศ และในไทย
มีรายงานพบสายพันธุ์นี้แล้วในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และบางประเทศในยุโรปและเอเชีย โดยบางพื้นที่เริ่มมีสัดส่วนผู้ติดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ยังไม่ใช่สายพันธุ์หลักทั่วโลก ส่วนในประเทศไทย ปัจจุบันยัง “ไม่พบการระบาดเป็นวงกว้าง” และยังอยู่ในขั้นเฝ้าระวังจากหน่วยงานสาธารณสุข ดังนั้นยังไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข้อมูลใกล้ชิดครับ
.
6️⃣ ใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
กลุ่มเสี่ยงยังคงเป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เพราะแม้สายพันธุ์นี้อาจไม่ได้รุนแรงขึ้นมาก แต่ถ้าติดในกลุ่มนี้ โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หรืออาการทรุดเร็ว ยังสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
.
7️⃣ การป้องกันและการรับมือ ตอนนี้ควรทำยังไง
ในด้านการแพทย์ ปัจจุบันยังใช้วัคซีนเดิมในการ “ลดความรุนแรงของโรค” ได้ และมีระบบเฝ้าระวังสายพันธุ์ (genomic surveillance) เพื่อติดตามการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีแนวทางรักษาที่ปรับตามสายพันธุ์ เช่น ยาต้านไวรัสที่ยังคงใช้ได้ในกลุ่มเสี่ยง
• ใส่หน้ากากในที่แออัด หรือพื้นที่ปิด
• ล้างมือสม่ำเสมอ ลดโอกาสรับเชื้อ
• เลี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย หรือคนที่มีอาการทางเดินหายใจ
• ฉีดวัคซีนกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง
• พักผ่อนให้พอ เสริมภูมิให้ร่างกายพร้อมรับมือ
• หากมีอาการ ควรตรวจและแยกตัวทันที
การรับมือที่ดีที่สุดตอนนี้คือ “ลดโอกาสติด และลดโอกาสป่วยหนัก” ครับ
โควิด Cicada เป็นสายพันธุ์ที่ต้อง “เฝ้าระวัง” เพราะมีแนวโน้มแพร่ได้ดีขึ้นและหลบภูมิได้บางส่วน แต่ยังไม่มีหลักฐานว่ารุนแรงขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะในไทยที่ยังไม่พบการระบาดเป็นวงกว้าง สิ่งสำคัญคือไม่ตื่นตระหนก แต่ต้องไม่ชะล่าใจ ดูแลตัวเองให้ดีเพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางครับ






