- 21 เม.ย. 2569
หมอเจดเผยอาการ “เส้นเลือดสมองตีบ” มาเงียบแต่รุนแรง ชี้คุมอาหาร นอนพอ ออกกำลังกาย ลดเสี่ยงได้จริง ลองทำตามดูได้เลย
"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
อาการมันไม่ได้มาเตือนดัง ๆ ก่อนเสมอไป บางคนยังเดิน ยังพูด ยังทำงานได้ปกติ แต่ข้างในหลอดเลือดกำลังค่อย ๆ ตีบลงทุกวัน จากไขมัน จากน้ำตาล จากความดันที่คุมไม่ดี พอถึงจุดหนึ่ง เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ก็เกิดอาการเฉียบพลัน เช่น พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือบางคนหมดสติไปเลย สิ่งที่ผมอยากให้เข้าใจคือ “มันป้องกันได้” ครับ แต่ต้องเริ่มจากสิ่งที่ทำทุกวัน ไม่ใช่รอให้มีอาการก่อน
1️⃣ คุมน้ำตาลไม่ให้แกว่ง
น้ำตาลในเลือดที่สูงบ่อย ๆ จะไปทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการอักเสบ และสะสมเป็นคราบไขมันในระยะยาว หลอดเลือดจะตีบลงโดยไม่รู้ตัว ควรลดน้ำหวาน ขนมหวาน และแป้งขัดขาว เลือกกินคาร์บเชิงซ้อน และพยายามไม่ปล่อยให้น้ำตาลพุ่งขึ้นลงทั้งวัน
2️⃣ ลดไขมันไม่ดี เพิ่มไขมันดี
ไขมัน LDL ที่สูง จะไปเกาะผนังหลอดเลือด กลายเป็นคราบ ทำให้เลือดไหลผ่านยากขึ้น เสี่ยงอุดตันได้ง่าย ควรลดของทอด ของมัน เนื้อสัตว์ติดมัน และเพิ่มไขมันดีที่มีโอเมก้า-3 เช่น ปลา ถั่ว อะโวคาโด จะช่วยลดการอักเสบและทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่นมากขึ้น
3️⃣ คุมความดันให้นิ่ง
ความดันสูงไม่ได้แค่ตัวเลขขึ้น แต่คือแรงดันที่ไปกระแทกผนังหลอดเลือดทุกวัน ทำให้หลอดเลือดแข็ง เสื่อม และแตกหรืออุดตันได้ง่าย ยิ่งปล่อยให้สูงแบบเรื้อรัง ผนังหลอดเลือดจะยิ่งหนาและตีบลงเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว ควรลดเค็ม เลี่ยงอาหารแปรรูป อ่านฉลากโซเดียม และหมั่นวัดความดันเป็นระยะ โดยเฉพาะคนที่มีประวัติครอบครัวหรือเคยมีค่าความดันสูงมาก่อน จะช่วยลดความเสี่ยงระยะยาวได้จริง
4️⃣ ขยับร่างกายทุกวัน
การนั่งนิ่งนาน ๆ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานหลายชั่วโมงติดกัน การลุกเดิน ยืดเหยียด หรือออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน วันละ 20–30 นาที จะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวดีขึ้น ลดการสะสมของไขมัน ลดน้ำตาลในเลือด และช่วยให้หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว
5️⃣ นอนให้พอ ลดการอักเสบ
การนอนน้อย นอนดึก หรือนอนหลับไม่ลึก จะทำให้ฮอร์โมนความเครียดสูงขึ้น ส่งผลให้ทั้งความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือดแย่ลงโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งยังกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวเร่งให้หลอดเลือดเสื่อมเร็วขึ้น ควรพยายามนอนให้ได้ 6–8 ชั่วโมงต่อคืน และเข้านอนให้เป็นเวลา เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูหลอดเลือดอย่างเต็มที่ในทุกคืน
6️⃣ ไม่อยากให้เสี่ยงเพิ่ม ให้สังเกตสัญญาณเตือนตามนี้ด้วยนะ
• พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง
• หน้าเบี้ยว ยิ้มไม่เท่ากัน
• แขนหรือขาอ่อนแรงข้างเดียว
• เวียนหัว เดินเซ มองเห็นภาพซ้อน
ถ้ามีอาการแบบนี้ อย่ารอดูอาการ เพราะทุกนาทีมีผลต่อสมอง ต้องไปโรงพยาบาลทันที
เส้นเลือดสมองตีบไม่ได้เกิดขึ้นวันเดียว แต่มาจากพฤติกรรมสะสมทุกวัน ยิ่งคุมอาหาร คุมความดัน ขยับร่างกาย และนอนให้ดีได้เร็วเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น อย่ารอให้มีอาการก่อน เพราะบางครั้งมันอาจไม่ให้โอกาสแก้ตัวได้ทัน






