- 27 เม.ย. 2569
"หมอเจด" เผย "อะโวคาโด" เป็นอาหารที่ดี แต่ไม่ใช่กินเท่าไหร่ก็ได้ ระวังเผลอกินมากเกินไปมีผลเสียดังนี้ พร้อมแนะกินยังไงให้ได้ประโยชน์
วันที่ 27 เม.ย. 2569 หมอเจด นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ทางด้านสุขภาพ เผย "อะโวคาโด" กินเยอะ ระวังแบบนี้ โดยระบุว่าหลายคนมองว่าอะโวคาโดเป็น "ไขมันดี กินเท่าไหร่ก็ได้" เลยเผลอกินทุกวัน บางวันครึ่งลูก บางวันทั้งลูก ใส่เพิ่มในหลายมื้อ เพราะคิดว่าดีต่อหัวใจ
แต่ความจริงคือ "ของดี ถ้ามากเกินไป ก็มีผลเสียได้เหมือนกัน" โดยเฉพาะถ้ากินแบบไม่รู้ปริมาณ หรือกินร่วมกับอาหารอื่นแบบไม่ระวัง
1. แคลอรีสูง กินเพลิน น้ำหนักขึ้นไม่รู้ตัว
อะโวคาโดมีไขมันดีจริง แต่ก็ให้พลังงานสูงมาก ครึ่งลูกก็เกิน 100–150 แคลอรีแล้ว ถ้ากินเพิ่มจากมื้อปกติ เช่น ใส่ในข้าว ใส่ในสลัด หรือกินคู่ขนมปัง โดยไม่ได้ลดอาหารอย่างอื่นลง พลังงานรวมจะเกินทันที น้ำหนักจึงค่อย ๆ ขึ้นแบบไม่รู้ตัว และยิ่งน้ำหนักขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังตามมา
2. ไขมันดี…แต่ไม่ได้แปลว่ากินไม่จำกัด
ไขมันในอะโวคาโดเป็นไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งช่วยลดการอักเสบและดีต่อหลอดเลือด แต่ถ้ากินมากเกินไป ร่างกายก็ยังได้รับ “ไขมันรวม” สูงอยู่ดี ซึ่งอาจทำให้ไขมันในเลือดเพิ่มขึ้นในบางคน โดยเฉพาะถ้ากินร่วมกับอาหารมันอื่น ๆ เช่น ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน หรือครีมต่าง ๆ
3. กินแทนผักทั้งหมด ไม่สมดุล
บางคนกินอะโวคาโดแทนผักไปเลย เพราะคิดว่าเฮลตี้ แต่จริง ๆ แล้วผักใบเขียวหรือผักหลากสีให้ไฟเบอร์ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระที่ต่างออกไป ถ้ากินอะโวคาโดอย่างเดียว โดยไม่กินผักอื่นร่วมด้วย จะทำให้โภชนาการไม่สมดุล และอาจพลาดสารอาหารสำคัญที่ช่วยลดการอักเสบ
4. ระบบย่อยบางคนรับไม่ไหว
อะโวคาโดมีไขมันและไฟเบอร์ค่อนข้างสูง บางคนที่ลำไส้ไว หรือมีปัญหาท้องอืดอยู่แล้ว อาจรู้สึกแน่นท้อง อึดอัด หรือถ่ายเหลวได้ โดยเฉพาะถ้ากินในปริมาณมาก หรือกินตอนท้องว่าง การเริ่มจากปริมาณน้อย ๆ แล้วค่อยเพิ่ม จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีกว่า
5. กินกับของหวาน ยิ่งพัง
เมนูยอดฮิตอย่างอะโวคาโดปั่น นม อะโวคาโดใส่น้ำตาล หรือของหวานต่าง ๆ ถึงจะดูเฮลตี้ แต่จริง ๆ คือได้ทั้งไขมัน + น้ำตาลในปริมาณสูง ทำให้พลังงานพุ่ง น้ำตาลแกว่ง และกระตุ้นการอักเสบมากขึ้น กลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดีโดยไม่รู้ตัว
6. แล้วกินยังไงให้ได้ประโยชน์ ไม่เสี่ยง
- กินประมาณวันละ 1/4–1/2 ลูก ก็เพียงพอ
- ใช้แทนไขมันไม่ดี เช่น แทนมายองเนส หรือของทอด
- กินคู่ผักหลากสี และโปรตีน จะช่วยให้สมดุลมากขึ้น
- เลี่ยงเมนูหวาน ลดน้ำตาลแฝง
- สังเกตร่างกายตัวเอง ถ้ากินแล้วแน่นท้อง ให้ลดปริมาณลง
อะโวคาโดเป็นอาหารที่ดี แต่ไม่ใช่กินเท่าไหร่ก็ได้ จุดสำคัญคือ "ปริมาณและวิธีกิน" ถ้ากินพอดี จะช่วยลดอักเสบ ดีต่อหัวใจ แต่ถ้ากินเกิน หรือกินผิดรูปแบบ ก็อาจกลายเป็นเพิ่มน้ำหนัก เพิ่มไขมัน และเพิ่มความเสี่ยงโรคได้เหมือนกัน
ขอบคุณ FB : หมอเจด






