นั่นไง รู้แล้ว "อาการคัน" แบบไหน ที่เป็นจุดเริ่มต้นของ โรคมะเร็ง

คันอย่าคิดว่าเรื่องเล็ก! หมอหมู รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี เตือนอาการคันเรื้อรังอาจโยงมะเร็ง 4 ชนิด หากมีสัญญาณร่วมต้องรีบเช็กก่อนสาย

อาการคัน…อาจเป็นสัญญาณของมะเร็ง? ล่าสุด "หมอหมู" รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอหมู วีระศักดิ์ ว่า

อาการคันผิวหนังเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย
และส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุทั่วไป เช่น

- ผิวแห้ง
- ภูมิแพ้
- การระคายเคืองผิวหนัง

แต่ในบางกรณี
อาการคันที่ เรื้อรังและหาสาเหตุไม่ได้
อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง
รวมถึง โรคมะเร็งบางชนิด
.
มะเร็ง 4 ชนิดที่อาจมี “อาการคัน” เป็นสัญญาณ

1. มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin lymphoma)
- คันทั่วตัวโดยไม่มีผื่น
- มักคันมากตอนกลางคืน
- อาจมีอาการร่วม เช่น ไข้ เหงื่อออกกลางคืน น้ำหนักลด มีก้อนที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ

2. มะเร็งผิวหนังชนิด T-cell lymphoma
- ผื่นแบน ๆ คล้าย eczema
- คันเรื้อรัง
- ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป

3. มะเร็งเลือดชนิด Polycythemia vera
- คันมากหลังอาบน้ำอุ่น (ลักษณะเฉพาะ)
- อาจมีอาการร่วม เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ผิวแดง เหนื่อยง่าย

4. มะเร็งตับอ่อน / ถุงน้ำดี
- คันทั่วตัวจากการสะสมของเกลือน้ำดี
- อาจมีอาการร่วม เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้อง น้ำหนักลด
.

ทำไมมะเร็งถึงทำให้เกิดอาการคัน

กลไกทางการแพทย์อธิบายว่า
- สารอักเสบจากมะเร็ง (cytokines)
- การสะสมของสารในเลือด
- การทำงานผิดปกติของตับและระบบน้ำดี
สามารถกระตุ้นเส้นประสาทที่ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคันได้
.
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
ควรระวังเป็นพิเศษ หากมีอาการ
- คันเรื้อรังนานหลายสัปดาห์
- คันโดยไม่มีผื่น
- คันมากตอนกลางคืน
- ไม่ดีขึ้นแม้ใช้ยา
- มีอาการร่วม เช่น น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย มีก้อน
.
ข้อคิดจากหมอหมู
ในทางนิติเวช
เรามักพบว่า อาการเล็ก ๆ ที่ถูกมองข้าม
อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคร้ายแรง
ร่างกายมนุษย์ มักไม่เงียบ
มันจะส่งสัญญาณเตือนเสมอ
คำถามคือ เราฟังมันหรือไม่
.
อ้างอิงข้อมูลจาก:
1. Yosipovitch G et al. Chronic pruritus in systemic diseases. Journal of the American Academy of Dermatology.
2. National Cancer Institute. Paraneoplastic pruritus and malignancy.
3. Weisshaar E et al. Pruritus: pathophysiology and clinical management. Lancet.
.
เรียบเรียงโดย: รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี #หมอหมูวีระศักดิ์ #ตีแผ่ทุกความจริงด้วยวิทยาศาสตร์
.
ปล. ข้อมูลทั้งหมดที่ผมนำเสนอมีการอ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจน และผมได้พยายามอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ แต่บางครั้งอาจมีการโต้แย้งในข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องปกติในแวดวงวิชาการ ดังนั้นจึงขอเรียนทุกท่านว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความของผม และควรหาข้อมูลเพื่มเติมเพื่อความถูกต้องอีกครั้ง ด้วยนะครับ