- 12 พ.ค. 2569
สาวโพสต์เล่านาทีเฉียดตับวาย หลังป่วยหนัก ฉี่ส้ม อุจจาระเริ่มเป็นสีขาว ตาเหลือง ตัวเหลือง กินอะไรไม่ได้ ค่าตับพุ่งกว่า 2,200 รู้สาเหตุยิ่งตกใจ
เปิดประสบการณ์เฉียดตับวาย หลังจากเมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊ก "จิรวัลย์ ถนอมสิงห์" โพสต์เล่านาทีป่วยหนักสุดในชีวิต ค่าตับพุ่งกว่า 2,200 ต้องแอดมิทด่วน พร้อมเผยสาเหตุ และอาการเริ่มต้นที่หลายคนอาจมองข้าม เตือนทุกคนหันมาดูแลสุขภาพก่อนสายเกินไป
โดยเจ้าตัวระบุว่า ป่วยหนักสุดในชีวิต ฉันเป็นมินเนี่ยน
อาการเริ่มต้น ฝนท้องเสียทั้งอาทิตย์ พอหายเริ่มเจ็บซี่โครงขวาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2568 คิดว่านอนหันข้างนานจนกดทับ ก็รอคิดว่าเดี๋ยวไม่กี่วันก็หาย แต่!!!!ไม่หายเจ็บ และเริ่มมีไข้ สักพักไม่ไหว ฝนก็หาหมอที่ระยองแห่งหนึ่ง หมอก็ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร ไม่ให้นอนพัก ก็แค่จ่ายพวกพารา แก้ไอ ลดน้ำมูกตามอาการ แต่ฝนก็ย้ำกับหมอว่า“เจ็บซี่โครงมาตลอด เจ็บมาก” เค้าก็บอกไม่มีอะไรน่าสงสัย ฝนก็มีไข้ ขึ้นๆลงๆ ทุกวัน แฟนไม่ได้หลับได้นอน เพราะตอนกลางคืนไข้จะขึ้นหนัก แฟนกลัวเป็นอะไร จะปลุกกินยาทุกๆ 4 ชม. เข้าออกโรงพยาบาลระยองแห่งหนึ่ง 3 รอบรักษาไงก็ไม่หาย
กินยาเยอะมาก เพราะหมอจ่ายยาเยอะสุดดดด ให้ยามั่วไปหมด กินยาจนมาประมาณวันที่ 7 ม.ค. 69 ฝนเริ่มอ่อนเพลีย เวียนหัว ก็คิดว่านอนน้อยรึป่าว เพราะเครียดหรือเปล่า แต่ก็เปล่า!!! เริ่มกินข้าวไม่ได้ ทั้งที่เป็นคนกินแซ่บมาก แต่กินอะไรไปก็อ้วกออกหมด กินน้ำก็ยังอ้วก ร่างกายไม่รับอะไรเลย 14 ม.ค.69 ไปหาหมอระยองแห่งหนึ่งอีกรอบ เพราะไม่ไหวแล้ว และฉี่เปลี่ยนสี สีเข้มมาก “เป็นสีส้ม” หมอส่งตรวจฉี่ตรวจเลือด นั่งรอผล 2 ชม. หมอบอกว่าเลือดปกติ ค่าไตปกติ คือเค้าวินิฉัยว่าติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และจ่ายยาตามที่เค้าคิดว่าเป็น ฝนก็กินยาอีก กินยาที่นั่นรักษาที่นั่นเป็นเดือน กินยาเยอะมาก
ตื่นมาวันหนึ่ง แฟนทักว่าตัวเหลือง ตาเหลืองมาก แต่เราเองดูตัวเองไม่ออกเลยนะ และร่างกายเริ่มไม่ไหวละร่างกายทรุดกว่าเดิมมากๆ เพราะกินอะไรไม่ได้หลายวัน ไม่มีแรงทำอะไรเลย และแล้ววันที่ 18 ม.ค. 69 อุจจาระเริ่มเปลี่ยน ออกเป็นสีขาว คือไม่มีสีแล้ว ผิดปกติไปหมดแล้ว
แฟนเลยให้ทำเรื่องย้ายโรงพยาบาลเลยและตัวเหลืองมากตาเหลืองมากๆๆๆ แบบชัดเลยย้ายไปรักษาตัวที่ร.พ.พญาไทศรีราชาในช่วง 21.00 น. มาถึงหมอเห็นหน้าบอกว่า “เหลืองมาเชียวนะ” แล้วก็ส่งตรวจเลือด พอผลเลือดออก หมอสั่งแอดมิททันที เพราะค่าตับไม่ไหวแล้ว
หมอก็ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไรนะ ให้ยาทางน้ำเกลือ และจนเช้า หมอมาตรวจอีกครั้งถึงได้บอกว่า เมื่อคืนหมอกลัวโรคแทรกซ้อน และบอกว่าตรวจเจอไวรัสตับอักเสบเอนะ #ไวรัสตับอักเสบระยะที่4 ตอนมาที่นี่เกือบตับวายแล้วนะ และบวกกับกินยาพารามาเยอะหมอเลยเป็นกังวลว่าตับจะไม่ไหวแล้ว ตอนแรกหมอเค้ากลัวว่าเป็นระยะที่ 5 แล้วคือตับวายแล้ว แต่เค้าไม่บอกฝน กลัวฝนไม่สู้ แต่ดี ฝนรอดมาได้ เลยอยู่ในระยะ 4 อยู่ ยังพอไหว
หมอก็รักษาแบบประครองอาการไป นอนโรงพยาบาลเกือบอาทิตย์ เจาะเลือดตรวจค่าตับทุกวันน เปลี่ยนเส้นน้ำเกลือจนแขนบวมไปหมด จนค่าเลือดลดลงหมอก็ปล่อยกลับบ้าน แต่!!!! ลดลงคือ จากวันแรก 2200+ วันที่ได้กลับบ้าน 1200+ แต่ “ผู้หญิงปกติค่าตับ 35” ฉันได้ยินก็ทรุดนะ ขาอ่อนไปหมด รอดมาได้ไงก็งงอยู่ พออีก 2 อาทิตย์หมอก็นัดตรวจเลือดอีก ลงมา 260+ และอีก 1 เดือนนัดตรวจเลือดอีกก็ลงมา 65 และนัดติดตามดูอาการเรื่อยๆ
ผลที่ตามมา หมอบอกแต่แรกอยู่แล้วว่าตับเราทำงานไม่ไหวแล้ว เลยขับของเสียออกทางผิวหนัง เราเลยตัวเหลือง ตาเหลือง และผื่นคันขึ้น เราก็รักษาจนดีขึ้น
และรู้เลยว่าร่างกายไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ภูมิตก เหนื่อยง่าย ง่วงนอนตลอดวันเหมือนคนนอนไม่พอ แพ้ทุกอย่าง มีผื่นคันขึ้นตามร่างกายทุกส่วนนนน นอนน้อย เครียด กินแอลไม่ได้เลย ผื่นขึ้น คัน รอยแผลจากผื่นเต็มไปหมด
สิ่งที่ฝนเป็น เป็นในช่วงระบาด #ไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งฝนก็ไม่รู้ว่าไปติดมาจากไหน เพราะหมอก็บอกว่าเป็นโรคติดต่อ ต้องสัมผัสมา ซึ่งช่วงน้้นฝนใช้ชีวิตหนักหน่วง กินเหล้ากินข้าวร่วมกับคนหมู่มาก นอนน้อยเลยเป็นผลให้ภูมิตกและไวรัสเข้ามาได้ อยากขอบคุณน้อง Pornprom Tunyakul ที่ดูแลพี่ดีมากๆ ตั้งแต่วันที่พี่มีปัญหาที่จะแอดมิท ทั้งที่น้องไม่ใช่ตัวแทนประกันของฝน น้องตามเรื่องให้หมดจนเราได้แอดมิท จนวันเราออกจากโรงพยาบาล ขอบคุณน้องมิ้นมากๆๆ
รักตัวเองให้มาก แต่ก็ยังเป็นตัวเอง ก็ยังป่วย แต่ก็กลัวไม่ได้ใช้ชีวิต ทำทุกอย่างครึ่งๆรักตัวเองด้วยใช้ชีวิตด้วย แต่คิดว่าวางแผนมาดีพอควร ป่วยมาไม่มีใครลำบากแน่นอน ไม่มีใครรักและดูแลเราได้เท่ากับเรารักและดูแลตัวเอง
มาเล่าช้า แต่อยากเล่า อยากให้ทุกคนรอบตัวดูแลตัวเอง ฝนอายุขนาดนี้แล้ว คนรอบตัวก็ทยอยจากไป ฝนเองก็คิดว่าวันหนึ่งก็ต้องจากไปอยู่ดีแหละ แต่ยังอยากให้คนที่ฝนรักคนที่ฝนรู้จักยังอยู่อย่างมีความสุขและสุขภาพดี ก็แค่นั้นเลย
ขอบคุณข้อมูลจาก จิรวัลย์ ถนอมสิงห์
