- 23 มิ.ย. 2569
ถึงว่าชอบกิน สาววัย 40 เคี้ยวกระดาษทิชชู่มานานกว่า 1 ปี ก่อนเข้าตรวจร่างกายและพบความผิดปกติรุนแรง ค่าเลือดต่ำจนน่าตกใจ แพทย์ต้องให้เลือด่วน
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เพจให้ความรู้ทางการแพทย์ "Tensia" ได้เผยแพร่เรื่องราวของหญิงวัย 40 ปีรายหนึ่ง ที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรงอย่างมาก โดยตรวจพบค่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin หรือ Hb) เหลือเพียง 1.6 g/dL ซึ่งถือเป็นหนึ่งในค่าที่ต่ำที่สุดที่ยังมีรายงานว่าผู้ป่วยสามารถมีชีวิตอยู่ได้
โดยปกติค่าฮีโมโกลบินของคนทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 14-15 g/dL หากต่ำกว่า 12-13 g/dL จะเริ่มเข้าสู่ภาวะโลหิตจาง ส่วนระดับ 6-7 g/dL ถือว่าต่ำมากแล้ว แต่กรณีนี้กลับพบว่าผู้ป่วยมีค่าเพียง 1.6 g/dL เท่านั้น
ตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา หญิงรายนี้มีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม กลืนอาหารลำบาก และอาเจียนเป็นครั้งคราว แต่เธอเข้าใจว่าเป็นผลกระทบจากการติดเชื้อโควิด-19 เมื่อราวปีครึ่งก่อน จึงไม่ได้เข้ารับการตรวจรักษาอย่างจริงจัง
อีกหนึ่งพฤติกรรมที่น่าสนใจคือ เธอมีนิสัยกินกระดาษทิชชู่มาเป็นเวลานาน โดยจะค่อย ๆ ฉีกกระดาษออกมาเคี้ยวและกลืนลงไป หนึ่งม้วนใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ และไม่เคยบอกใคร เพราะทราบดีว่าอาจถูกตำหนิ ทั้งยังรู้สึกว่าการทำเช่นนี้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด
ภายหลังการซักประวัติอย่างละเอียด แพทย์พบว่าเมื่อประมาณปีครึ่งก่อน ผู้ป่วยมีประจำเดือนมามากผิดปกติ โดยในช่วง 3 วันแรกของรอบเดือนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 20 นาที บางครั้งเลือดซึมทะลุเสื้อผ้า และต้องใช้ผ้าขนหนูรองบนเตียงขณะนอนหลับ แต่เธอคิดว่าเป็นเรื่องปกติ จึงไม่ได้ไปพบแพทย์
จากการตรวจร่างกาย แพทย์พบว่าผู้ป่วยมีอาการซีดอย่างชัดเจน เล็บมือเว้าคล้ายช้อน หรือที่เรียกว่า Koilonychia ซึ่งเป็นสัญญาณของการขาดสารอาหารบางชนิด นอกจากนี้ยังพบเสียงฟู่ของการไหลเวียนเลือดผิดปกติจากภาวะหัวใจต้องทำงานหนักเพื่อชดเชยการขาดออกซิเจน
ผลตรวจเลือดยืนยันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอย่างรุนแรง โดยพบว่าเม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็ก สีจาง และมีรูปร่างผิดปกติจำนวนมาก ขณะที่ผลตรวจระดับธาตุเหล็กพบว่าแทบไม่เหลือธาตุเหล็กสำรองในร่างกายแล้ว
แพทย์จึงต้องให้การรักษาอย่างเร่งด่วน ด้วยการให้เลือดชนิด Packed Red Blood Cells จำนวน 6 ยูนิต ร่วมกับการให้ธาตุเหล็กทางหลอดเลือดและธาตุเหล็กชนิดรับประทาน ส่งผลให้ระดับฮีโมโกลบินเพิ่มขึ้นเป็น 7.3 g/dL และอาการต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างชัดเจน
ต่อมามีการตรวจหาสาเหตุของการเสียเลือดเรื้อรัง จนพบก้อนขนาด 9.6 เซนติเมตรในมดลูก ซึ่งวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกกล้ามเนื้อเรียบของมดลูก (Uterine Leiomyoma) แม้จะไม่ใช่มะเร็ง แต่สามารถรบกวนกระบวนการห้ามเลือดในช่วงมีประจำเดือน จนทำให้เกิดการเสียเลือดปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ แพทย์ยังพบว่าพฤติกรรมการกินกระดาษทิชชู่ของผู้ป่วยค่อย ๆ หายไปหลังระดับธาตุเหล็กในร่างกายกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งสอดคล้องกับภาวะ Pica หรือการกินสิ่งแปลกปลอม ที่มักพบร่วมกับภาวะขาดธาตุเหล็ก แม้ปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกที่แน่ชัดก็ตาม
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสังเกตความผิดปกติของร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่มีประจำเดือนมามากผิดปกติ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ หากมีอาการผิดปกติควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร็วที่สุด
ขอบคุณ Tensia
