รวบสาวแก๊งสแกมเมอร์ หลอกโอนเงินซื้อสินค้าผ่านแอป สุดท้ายเงียบหาย

คอมมานโด สาวแก๊งสแกมเมอร์ หลอกโอนเงินซื้อสินค้าผ่านในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อหาซื้อโทรศัพท์มือถือมือสอง สุดท้ายเงียบหายไม่ส่งของ

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. โดย พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นางสาวเกษศิริ หรือจู อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ587/2567 ลงวันที่ 23 เมษายน 2567 ความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู้ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมได้ที่ บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 
  รวบสาวแก๊งสแกมเมอร์ หลอกโอนเงินซื้อสินค้าผ่านแอป สุดท้ายเงียบหาย

สืบเนื่องจาดเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ผู้เสียหายได้เข้าไปในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อหาซื้อโทรศัพท์มือถือมือสอง กระทั่งพบแอพพลิเคชั่นขายดี “Kaidee.com” ประกาศขายโทรศัพท์มือถือในราคาจำนวน 19,500 บาท ต่อมาได้มีการติดต่อพูดคุยและตกลงซื้อขายกับผู้ที่อ้างตัวเป็นผู้ขายผ่านช่องทางดังกล่าว หลังจากตกลงซื้อขายกันแล้ว ผู้เสียหายได้โอนเงินค่าสินค้าเต็มจำนวน 19,500 บาท ไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายได้ให้ไว้ ซึ่งภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นบัญชีม้าที่ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินของกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ ผู้เสียหายได้พยายามติดต่อผู้ขายเพื่อติดตามการจัดส่งสินค้า แต่ผู้ขายกลับไม่ตอบข้อความ และขาดการติดต่อไป ทำให้ผู้เสียหายเกิดความสงสัยและเชื่อว่าตนเองถูกหลอกลวงเนื่องจากไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงซื้อขายไว้ จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งพนักงานาอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ

รวบสาวแก๊งสแกมเมอร์ หลอกโอนเงินซื้อสินค้าผ่านแอป สุดท้ายเงียบหาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่านางสาวเกษศิริ หรือจู อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว ได้หลบหนีมาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และกำลังจะเดินทางไปยังภาคใต้  จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนนำกำลังลงพื้นที่สืบสวนและเฝ้าสังเกตุการ จนพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนางสาวเกษศิริ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง 
 
จากการสอบถามเบื้องต้นให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขายบัญชีธนาคารไปให้เพื่อนแถวบ้านในราคา 300 บาท เพื่อนำไปใช้สมัครเล่นเกมส์ออนไลน์ โดยได้เปิดบัญชีพร้อมบัตรเอทีเอ็มให้ไป ไม่ได้สแกนใบหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือแต่อย่างใด และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกขายสิ้นค้าดังกล่าว จากคำให้การของผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพฤติการณ์กับคำให้การยังขัดแย้งกันอยู่

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป