- 24 ก.ค. 2569
ถึงบางอ้อ หมอเผยเหตุผล ทำไมแพทย์ถึงแนะนำให้กินยาลดไขมันแต่เนิ่นๆ ชี้ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เพจ "หมอเวร" ได้เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับประเด็นการใช้ยาลดไขมัน โดยอ้างอิงจากคำพูดของ "หนุ่ม กรรชัย" ในรายการโหนกระแส พร้อมให้ข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์ของยากลุ่ม Statin และความสำคัญของการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงตามคำแนะนำของแพทย์
โดยระบุว่า วันก่อน พี่หนุ่มกรรชัย ได้พูดเอาไว้ในรายการโหนกระแส ว่าแกเองก็ทานยาลดไขมันอยู่ แล้วทานมานานแล้วด้วย เพราะมีภาวะไขมันในเลือดสูงจากกรรมพันธุ์
- แน่นอนว่าประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่ายาลดไขมันเป็นยาวิเศษ
- ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องไปหาซื้อมากินเอง
- แต่ประโยคนี้อาจช่วยลดความกลัวที่คนจำนวนมากมีต่อยาลดไขมันได้บ้าง
เพราะประโยคคลาสสิคของคนไข้ที่มีภาวะไขมันสูงคือ “การไม่ยอมรับความจริงว่าเอ็งหน่ะไขมันสูงไปแล้ว” จากที่เคยคุยกับอาจารย์แผนกหัวใจที่รพ.รามคำแหง คนไข้กลุ่มนี้มักบอกกับหมอด้วยประโยคเท่ ๆ ว่าขอคุมอาหารเองก่อน ตอนกลับบ้านไปก็ไปเม้าท์กันฉ่ำ ๆ ต่อ ว่าหมอคนนี้แม่มรับตังจากดีเทลยามาเพื่อเชียร์ให้คนไข้กินยากลุ่ม Statin แน่นอน
คือเฮ้ย อยากจะบอกก่อนว่ามันไม่ใช่อย่างงั้น ที่อยากให้กินเพราะว่ามันดี ยามันช่วยเรื่องไขมันในเลือดได้ ทำไมต้องรอให้เส้นเลือดหัวใจตีบก่อน , ทำไมต้องรอให้ทำบอลลูน หรือใส่ขดลวดก่อนถึงจะยอมกินยากันได้ ซึ่งถ้าเป็นโรคหัวใจแล้วทีนี้มันจะไม่ใช่การกินยาแค่ตัวเดียว แต่มันจะมาเป็นคอมโบ้เซ็ทชุดแฮปปี้มีลเลย มาทั้ง ยาต้านเกล็ดเลือด ยาลดไขมัน ยาความดัน ยาควบคุมชีพจร และยาอื่น ๆ ตามสภาพของแต่ละคน ทั้ง ๆ ที่ความจริงแก้ง่าย ๆ ได้แต่แรก...แต่ไม่เอา
บางรวยซวยหนัก ไอ้เส้นที่ใส่ขดลวดไปแล้วดันตันเพิ่ม ทีนี้ต้องมาผ่าบายพาสแก้อีกเส้น ชีวิตรุงรังหนักกว่าเดิม ทั้ง ๆ ที่กินยาแต่แรกก็ช่วยได้เยอะมากแล้ว คือรู้แหละ ว่ามีความเชื่อกัน ว่ายามันอาจไปทำให้ตับอักเสบ กลัวปวดกล้ามเนื้อ หรือกลัวว่าถ้าเริ่มกินแล้วจะต้องกินไปตลอดชีวิต
ความจริงคือ statin มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้เหมือนยาทุกชนิด แต่คนส่วนใหญ่สามารถกินได้โดยไม่มีปัญหาร้ายแรง ข้อมูลจาก American Heart Association ระบุว่า ภาวะกล้ามเนื้อเสียหายรุนแรงจาก statin พบต่ำกว่า 0.1% และภาวะตับเสียหายรุนแรงพบประมาณ 0.001% หากกินแล้วปวดกล้ามเนื้อหรืออ่อนแรงผิดปกติ ก็ไม่ได้แปลว่าต้องทนต่อหรือหยุดยาเอง เพราะแพทย์สามารถประเมินสาเหตุ ปรับขนาด เปลี่ยนชนิดยา หรือใช้วิธีอื่นร่วมได้
ในอีกด้านหนึ่งคนไข้ที่ LDL สูง มันไม่เคยสูงแบบตะโกน แต่มันจะนั่งเป็นอินโทรเวิร์สเงียบ ๆ ในมุมมืดของห้อง มันไม่โวยวาย ไม่เคยแสดงอาการเจ็บหน้าอกมาก่อน จนความเสี่ยงจะค่อย ๆ สะสมไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยระเบิดบรึ้มเป็นโกโก้ครั้นช์ในวันที่มันฟาร์มเวลมาเต็มที่ ซึ่งวันนั้นถ้ามาถึงจริงเราก็คงเตรียมกลับจุดเซฟไปแล้วถูกมั้ย
มีงานวิจัยขนาดใหญ่พบว่า ทุกครั้งที่ลด LDL ได้ประมาณ 1 mmol/L หรือราว 39 mg/dL ความเสี่ยงของเหตุการณ์ทางหลอดเลือดสำคัญจะลดลงโดยเฉลี่ยประมาณ 20–22% ประโยชน์นี้ไม่ได้เกิดจากการกินยาเม็ดเดียวแล้วไขมันในหลอดเลือดละลายหายไป แต่เกิดจากการควบคุม LDL อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
หลายคนคิดว่า ถ้าวันหนึ่งหลอดเลือดหัวใจอุดตันขึ้นมา ซื้อประกันไว้แล้ว ยังไงแค่เอาตัวไปโรงพยาบาล แล้วให้หมอสวนหัวใจใส่ขดลวดก็จบ แต่ชีวิตจริงไม่ได้เปิดโอกาสให้เราเลือกฉากเกิดเหตุได้ขนาดนั้น
เหตุการณ์ฉุกเฉินพวกนี้ มันอาจเกิดขึ้นตอนกำลังหลับ และคนในบ้านมารู้ตัวอีกครั้งตอนเช้า แม้การเสียชีวิตกะทันหันขณะหลับจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่หลอดเลือดหัวใจทุกกรณี แต่โรคหัวใจขาดเลือดและหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงก็เป็นสาเหตุสำคัญที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวได้
มันอาจเกิดตอนกำลังดำน้ำ เดินป่า ปีนเขา ขับรถอยู่ต่างจังหวัด หรืออยู่ในสถานที่ซึ่งรถพยาบาลเข้าไปถึงได้ยาก ต่อให้มีวงเงินประกันหลายสิบล้านบาท เงินก็ไม่สามารถเสกทีมกู้ชีพ เครื่องกระตุกหัวใจ และห้องสวนหัวใจให้มาตั้งอยู่ข้างตัวเราได้ทันที
หรือเหตุการณ์อาจเกิดตอนเข้าห้องน้ำคนเดียว ประตูล็อกอยู่ ไม่มีใครเห็นจังหวะที่ล้มลง หรืออาจเกิดในร้านอาหารซึ่งมีคนช่วยเรียกรถพยาบาลได้ทัน แต่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดไม่มีห้องสวนหัวใจ ต้องให้ยารักษาเบื้องต้นแล้วประสานส่งต่อ ทุกนาทีที่เสียไปคือกล้ามเนื้อหัวใจที่อาจเสียหายเพิ่มขึ้น และต่อให้เปิดหลอดเลือดได้สำเร็จ ก็ไม่ได้แปลว่าหัวใจจะกลับมาเหมือนเดิมทุกคน
หัวใจวายกับหัวใจหยุดเต้นไม่ใช่ภาวะเดียวกัน หัวใจวายเกิดจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ ส่วนหัวใจหยุดเต้นคือหัวใจหยุดสูบฉีดเลือดอย่างกะทันหัน แต่หัวใจวายสามารถกระตุ้นให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะจนหัวใจหยุดเต้นตามมาได้ หากเกิดนอกโรงพยาบาล สิ่งที่จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดคือมีคนเห็นเหตุการณ์ เริ่มกดหน้าอกทันที มีเครื่อง AED อยู่ใกล้ และระบบฉุกเฉินเข้าถึงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าพระเจ้าจะเตรียมทุกอย่างไว้ให้คุณพร้อมตามใบจดแต้มบุญที่คุณสั่งสมมาในวันที่เกิดเหตุ
เพราะฉะนั้น การกินยาลดไขมันไม่ได้เป็นการแข่งขันว่าใครอ่อนแอกว่าใคร และไม่ได้แปลว่าเราพ่ายแพ้ต่อการควบคุมอาหาร มันคือการลดความเสี่ยงในส่วนที่เรายังควบคุมได้ ก่อนจะไปเจอสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งเราควบคุมอะไรแทบไม่ได้เลย
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่มีไขมันสูงจะต้องกินยาเหมือนกันหมด บางคนอาจเริ่มจากควบคุมอาหาร ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย งดบุหรี่ และติดตามผลเลือด แต่ในคนที่แพทย์ประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงสูง หรือมี LDL สูงมาก การกินยาไม่ใช่เรื่องที่ควรเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่น แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยแนะนำว่า ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 21 ปีที่มี LDL ตั้งแต่ 190 mg/dL ขึ้นไป ควรตั้งเป้าให้ LDL ต่ำกว่า 100 และลดลงจากเดิมอย่างน้อย 50%
ยาลดไขมันก็ไม่ใช่ใบอนุญาตให้กินของทอดได้ทุกวันแล้วฝากชีวิตไว้กับยา การควบคุมน้ำหนัก อาหาร ความดัน เบาหวาน บุหรี่ และการออกกำลังกายยังสำคัญเหมือนเดิม
แต่ถ้าหมอประเมินแล้วว่าควรกินยา อย่าหยุด อย่าลดขนาด และอย่าเปลี่ยนยาตามกระแสด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยหรือมีอาการผิดปกติ ให้กลับไปคุยกับแพทย์เพื่อหาวิธีที่เหมาะกับตัวเรา “ประกันสุขภาพอาจช่วยจ่ายค่าห้องสวนหัวใจได้ แต่ไม่มีประกันฉบับไหนซื้อเวลาที่เสียไปกลับคืนมาได้” ฉะนั้นคนที่มีภาวะไขมันสูง จะยอมกินยาลดไขมันวันนี้ หรือจะรอสวนหัวใจวันหน้า โชคชะตาอยู่ในมือตัวเองแล้ว ลองเลือกดูเอา
ขอบคุณ หมอเวร
