- 26 ส.ค. 2569
"หมอเจด" เผยเอง 7 ผักไทย ช่วยบำรุงกระดูก ไม่ดื่มนมก็ได้แคลเซียม พร้อมแนะนำวิธีกิน ทำอย่างไรให้ได้รับแคลเซียมพอ
วันที่ 26 ส.ค. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เผย 7 ผักไทย ที่ช่วยเสริมกระดูก ไม่ดื่มนมก็ได้แคลเซียม โดยระบุว่า เวลาเราพูดถึงแคลเซียม หลายคนจะนึกถึง "นม" ก่อนเลย แล้วคนที่ไม่ดื่มนมก็มักถามผมว่า "งั้นกระดูกจะพรุนไหมหมอ?", "ต้องกินแคลเซียมเม็ดอย่างเดียวหรือเปล่า?"
จริง ๆ ไม่จำเป็น ผักหลายอย่างที่เราเจอในตลาดไทยก็มีแคลเซียม โดยเฉพาะผักใบเขียวบางชนิด เพียงแต่ต้องเข้าใจนิดหนึ่งว่า มีแคลเซียมเยอะ ไม่ได้แปลว่าร่างกายดูดซึมได้ทั้งหมด ผักบางชนิดมีสารอย่างออกซาเลต (oxalate) ที่จับกับแคลเซียม ทำให้ดูดซึมได้น้อยลงด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้ผมไม่ได้จะพาไปหา "ผักที่แคลเซียมสูงที่สุด" อย่างเดียว แต่จะดูด้วยว่า เอามากินในชีวิตจริงยังไงให้ช่วยเรื่องกระดูกได้
1. คะน้า
ตัวธรรมดาที่ผมว่าอย่ามองข้าม คะน้าเป็นผักที่หาไม่ยากเลย ราดหน้า ผัดคะน้า ข้าวผัด ต้มจับฉ่าย มีหมด คะน้าให้ทั้งแคลเซียม วิตามินเค วิตามินซี และสารจากพืชหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกระดูก ข้อดีอีกอย่าง คือผักตระกูลกะหล่ำอย่างคะน้ามีแคลเซียมที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับผักบางชนิดที่มีออกซาเลตสูงมาก
ถ้าจะกิน ผมชอบแบบลวก ผัดน้ำมันไม่เยอะ หรือต้ม ไม่จำเป็นต้องจบที่ "คะน้าหมูกรอบ" ทุกครั้งนะ เดี๋ยวได้แคลเซียมมานิดหนึ่ง แต่ไขมันอิ่มตัวกับพลังงานเดินตามมาเป็นขบวน
2. ตำลึง
ผักริมรั้วที่ได้มากกว่าแค่ใยอาหาร ตำลึงเป็นอีกตัวที่คนไทยคุ้นมาก แกงจืดตำลึง ตำลึงใส่ไข่ ลวกกินกับน้ำพริก นอกจากแคลเซียมแล้ว ยังมีเบตาแคโรทีน วิตามิน และใยอาหารด้วย
ผมชอบตรงที่เอาไปใส่มื้ออาหารได้ง่ายมาก สมมติเช้าวันนี้มีข้าวกับไข่ เพิ่มแกงจืดตำลึงอีกหนึ่งถ้วย ก็ได้ทั้งผัก น้ำ และแร่ธาตุเพิ่มขึ้นโดยแทบไม่ต้องเปลี่ยนชีวิตเลยครับ
การเสริมกระดูกบางทีมันไม่ต้องเริ่มจากอาหารพิเศษ แค่เพิ่มผักที่เรากินอยู่แล้วให้ถี่ขึ้นก็เริ่มได้ครับ
3. ผักกวางตุ้ง
กินง่าย และแคลเซียมดูดซึมได้ค่อนข้างดี ผักกวางตุ้งเป็นอีกตัวที่ผมอยากให้คนไม่ดื่มนมจำไว้ เพราะอยู่ในกลุ่มผักใบเขียวที่มีแคลเซียม และมีออกซาเลตไม่สูงเท่าผักบางชนิด จึงเป็นแหล่งแคลเซียมจากพืชที่น่าสนใจ กินได้ทั้งผัด ลวก ต้ม ใส่สุกี้ ใส่ก๋วยเตี๋ยว
ถ้าใครกินข้าวนอกบ้านบ่อย วิธีง่ายมากครับ จากเดิมสั่ง "ก๋วยเตี๋ยวธรรมดา" เปลี่ยนเป็น "เพิ่มผักด้วย" อย่างน้อยจานเดิมก็มีสารอาหารมากขึ้น
4. ชะอม
มีแคลเซียม แต่ขอให้ดูว่าเอาไปทำอะไรต่อ ชะอมเป็นผักไทยที่มีแคลเซียมอยู่พอสมควร
แต่เวลาพูดคำว่า "ชะอม" เมนูที่ตามมามักเป็น "ชะอมชุบไข่ทอด" ซึ่งอร่อย ผมไม่เถียง แต่ถ้าเป้าหมายคือกินเพื่อสุขภาพกระดูก ไม่จำเป็นต้องทอดน้ำมันท่วมทุกครั้ง
จะเอาชะอมไป ใส่แกง ใส่ไข่แล้วใช้น้ำมันน้อย ลวกกินกับน้ำพริกก็ได้นะ ตรงนี้ผมอยากให้จำไว้เลยว่า อาหารหนึ่งอย่างจะดีแค่ไหน ต้องดูวิธีปรุงด้วย ผักมีแคลเซียม แต่ถ้าเราทอดจนดูดน้ำมันเต็มจาน คุณภาพของมื้อก็เปลี่ยน
5. ใบยอ
ตัวนี้คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยกิน แต่สารอาหารไม่ธรรมดา ใบยอเป็นผักพื้นบ้านที่มีแคลเซียมค่อนข้างสูง คนสมัยก่อนเอาไปทำแกง อ่อม หรือลวกกินกับน้ำพริก แต่ปัจจุบันหลายบ้านแทบไม่ได้แตะแล้ว
นอกจากแคลเซียม ใบยอยังมีวิตามินและสารจากพืชหลายชนิดครับ ข้อเสีย คือ รสและกลิ่นค่อนข้างเฉพาะตัว ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องฝืนครับ
ผมไม่ได้อยากให้เรื่องกระดูกกลายเป็นการแข่งขันว่าใครกินผักแปลกที่สุด มีคะน้า กวางตุ้ง ตำลึงอยู่แล้ว ก็กินพวกนั้นให้สม่ำเสมอก่อน
6. ใบชะพลู
แคลเซียมสูงจริง แต่ไม่ใช่ยิ่งกินเยอะยิ่งดี ใบชะพลูเป็นอีกตัวที่มีแคลเซียมสูงครับ แต่ตัวนี้ผมอยากอธิบายเพิ่ม เพราะเป็นตัวอย่างที่ดีมากว่า "ตัวเลขแคลเซียมสูง" ไม่เท่ากับ "ดูดซึมได้ทั้งหมด"
ใบชะพลูมีออกซาเลตอยู่ด้วย ซึ่งสามารถจับกับแคลเซียมในลำไส้ ทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมบางส่วนได้น้อยลงครับ เพราะฉะนั้นกินได้ เอาไปทำแกง ห่อเมี่ยงคำ กินเป็นผักแนม ได้หมด
แต่ไม่ต้องคิดว่า "ใบชะพลูแคลเซียมเยอะ งั้นกินแทนนมทุกอย่างไปเลย" โภชนาการไม่ค่อยมีอะไรตรงขนาดนั้น เราต้องกระจายแหล่งอาหารหลาย ๆ อย่าง
7.ผักกาดเขียวและผักตระกูลกะหล่ำ เอาเข้ามาหมุนในมื้อได้บ่อย ๆ
กลุ่มผักกาดเขียว ผักกาดขาว รวมถึงผักตระกูลกะหล่ำหลายชนิด เป็นอีกกลุ่มที่ช่วยเติมแคลเซียมในอาหารได้ บางชนิดอาจไม่ได้มีตัวเลขแคลเซียมสูงที่สุดในตลาด แต่ข้อดี คือ เรากินได้เป็นปริมาณเยอะและกินได้บ่อย นี่สำคัญมากครับ อาหารที่มีแคลเซียมสูงแต่เรากินปีละสองครั้ง กับอาหารที่แคลเซียมปานกลางแต่กินได้สัปดาห์ละ 4–5 วัน ในชีวิตจริง ตัวหลังอาจช่วยเราได้มากกว่าครับ ต้มจับฉ่าย สุกี้ แกงจืด ผัดผัก เอาไปหมุนได้หมด
แล้วผักโขมล่ะ? เห็นคนบอกแคลเซียมสูง มีแคลเซียมจริงครับ แต่ผักโขมเป็นตัวอย่างชัดมากว่า ดูเฉพาะตัวเลขไม่ได้ เพราะมีออกซาเลตสูง ทำให้แคลเซียมส่วนหนึ่งจับอยู่กับออกซาเลตและถูกดูดซึมได้น้อยลง
ดังนั้น ถ้าจะเลือกผักเพื่อหวังเรื่องแคลเซียมด้วย ผมจะไม่ฝากความหวังไว้กับผักโขมตัวเดียว สลับกินคะน้า กวางตุ้ง ผักตระกูลกะหล่ำ ตำลึง และอาหารแคลเซียมชนิดอื่นร่วมกันดีกว่า
ถ้าไม่ดื่มนม ผักอย่างเดียวพอไหม? อันนี้ผมอยากตอบตรง ๆ ครับ บางคนทำได้ แต่สำหรับหลายคน การเอาแคลเซียมให้ถึงความต้องการจากผักอย่างเดียวค่อนข้างยาก
โดยทั่วไปต้องการแคลเซียมประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน และผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือนหรือผู้สูงอายุบางกลุ่มอาจต้องการมากขึ้นตามคำแนะนำที่เหมาะสม
ดังนั้น ถ้าไม่ดื่มนม ผมไม่ได้ให้กินคะน้าสามกิโล ให้กระจายแหล่งแคลเซียม เช่น
- เต้าหู้ที่ผลิตโดยใช้เกลือแคลเซียม
- ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูก เช่น ปลาเล็กปลาน้อยหรือซาร์ดีนบางชนิด
- งาและถั่วในปริมาณพอดี
- นมถั่วเหลืองหรือเครื่องดื่มจากพืชที่ "เสริมแคลเซียม"
- ผักใบเขียวหลายชนิดสลับกัน
ตรงนี้ถึงจะเหมือนต่อจิ๊กซอว์ ไม่ต้องให้ชิ้นเดียวรับผิดชอบทั้งภาพ และกระดูกไม่ได้ต้องการแค่แคลเซียม อันนี้สำคัญมาก ต่อให้กินแคลเซียมถึง แต่ถ้าเรามีวิตามินดีต่ำ กินโปรตีนไม่พอ ไม่เคยใช้กล้าม ไม่ออกแรงลงน้ำหนักบนกระดูก สูบบุหรี่ ดื่มแอลหนัก กระดูกก็ยังไม่ได้แข็งแรงเต็มที่
ผมอยากให้ดูพร้อมกัน 4 เรื่อง แคลเซียม เป็นวัตถุดิบ วิตามินดี ช่วยเรื่องการดูดซึมและสมดุลแคลเซียม โปรตีน เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกระดูกและช่วยรักษากล้าม และการออกแรงต้านหรือออกกำลังกายลงน้ำหนัก เป็นเหมือนสัญญาณบอกกระดูกว่า "ยังต้องแข็งแรงอยู่นะ" จะเดิน ขึ้นบันได สควอท หรือเวทก็ได้ครับ พวกนี้ช่วยเรื่องกระดูกมากกว่านั่งกินแคลเซียมแล้วไม่ขยับ
ถ้าอายุ 40+ ผมอยากให้เริ่มแบบนี้
- ให้มีผักใบเขียวอย่างน้อย 1–2 มื้อในแต่ละวัน
- สลับคะน้า กวางตุ้ง ตำลึง ชะอม และผักพื้นบ้าน ไม่ต้องกินตัวเดียวทุกวัน
- ถ้าไม่ดื่มนม ลองเพิ่มเต้าหู้ ปลาเล็กกินทั้งกระดูก หรือเครื่องดื่มจากพืชที่เสริมแคลเซียม
- มีโปรตีนให้พอ
- เช็กวิตามินดีถ้ามีความเสี่ยงหรือเคยตรวจต่ำ
- ฝึกกล้ามเนื้อประมาณ 2–3 วันต่อสัปดาห์ และมีกิจกรรมลงน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ
และถ้าเป็นผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน เคยกระดูกหักง่าย ตัวเล็กมาก ใช้สเตียรอยด์นาน หรือมีประวัติกระดูกพรุนในครอบครัว ผมจะไม่ดูเรื่องอาหารอย่างเดียว ควรประเมินความเสี่ยงกระดูกพรุนและพิจารณาตรวจมวลกระดูกตามความเหมาะสมด้วย
ไม่ดื่มนม ก็ยังได้แคลเซียม ผักอย่างคะน้า ตำลึง กวางตุ้ง ชะอม ใบยอ ใบชะพลู และผักตระกูลกะหล่ำ สามารถช่วยเติมแคลเซียมให้มื้ออาหารได้
แต่ผมไม่อยากให้จำแค่ "ผักตัวไหนแคลเซียมสูงสุด" เพราะสิ่งสำคัญกว่า คือ ร่างกายดูดซึมได้แค่ไหน เรากินได้สม่ำเสมอไหม และทั้งวันมีแหล่งแคลเซียมอื่นร่วมด้วยหรือเปล่า
กระดูกแข็งแรงไม่ได้สร้างจากนมหนึ่งแก้ว หรือผักหนึ่งจานครับ มันสร้างจาก แคลเซียม + วิตามินดี + โปรตีน + กล้ามเนื้อที่ได้ใช้งาน ทำงานด้วยกันทุกวัน
ขอบคุณ FB : หมอเจด
