- 23 ส.ค. 2569
กระจ่างทันที!" หมอเจด" ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เผยเจาะเลือดตอนเช้าต้องงดน้ำหรือไม่ ต้องเตรียมตัวยังไงก่อนตรวจ?
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เผยว่า เจาะเลือดตอนเช้าต้องงดน้ำไหม? ต้องเตรียมตัวยังไงก่อนตรวจ! โดยระบุว่า วันนี้หรือเร็ว ๆ นี้ ใครมีนัดไปตรวจสุขภาพ เจาะเลือด หรือไปหาหมอบ้าง? แล้วตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน เตรียมตัวยังไงกันบ้าง?
หลายคนยังทำแบบนี้อยู่ เมื่อคืนกินมื้อสุดท้ายตอนสองทุ่ม จากนั้นไม่กินอะไรเลย ไม่ดื่มน้ำ ไม่แตะกาแฟ บางคนกลัวผลตรวจเพี้ยนจนตื่นเช้ามาปากแห้ง คอแห้ง แต่ก็ยังฝืนไม่ดื่ม เพราะคิดว่า "จะเจาะเลือด ต้องงดทุกอย่าง"
จริง ๆ ผมอยากบอกว่า ไม่ใช่ทุกการตรวจที่ต้องอดอาหาร และถ้าหมอสั่งให้อดอาหาร ส่วนใหญ่ "น้ำเปล่า" ยังดื่มได้ บางคนอดน้ำจนร่างกายขาดน้ำ พอไปเจาะเลือดเส้นก็แฟบ เจาะยาก แถมค่าบางอย่างอาจดูเข้มขึ้นอีก ตั้งใจจะทำให้ผลแม่น แต่กลับเตรียมตัวหนักเกินไปซะงั้น
1. คำว่า "งดอาหาร" ไม่ได้แปลว่า "งดน้ำ"
อันนี้อยากให้จำไว้ก่อนเลย ถ้าใบนัดเขียนว่า งดอาหาร 8–12 ชั่วโมง ส่วนใหญ่หมายถึง ไม่กินข้าว ไม่กินขนมไม่ดื่มนม ไม่ดื่มน้ำหวาน ไม่ดื่มกาแฟ ไม่ดื่มชา แต่น้ำเปล่าโดยทั่วไปยังดื่มได้ เพราะน้ำเปล่าไม่มีน้ำตาล ไม่มีไขมัน ไม่มีพลังงานที่จะไปดันค่าน้ำตาลหรือไตรกลีเซอไรด์ขึ้น ยิ่งถ้าตื่นมาแล้วคอแห้ง ดื่มน้ำเปล่าพอประมาณได้ ไม่ต้องถึงขั้นถือขวดลิตรครึ่งกระดกก่อนตรวจนะ เอาแค่ไม่ปล่อยตัวเองแห้งจนเวียนหัวก็พอ อีกอย่างคือ ดื่มน้ำพอเหมาะ เส้นเลือดจะเห็นง่ายขึ้นด้วย คนเจาะก็ทำงานง่าย เราก็เจ็บน้อยลง วินวิน
2. ถ้าตรวจ "น้ำตาลอดอาหาร" อันนี้ต้องอดจริง
ถ้าหมอจะดูค่าน้ำตาลตอนอดอาหาร (FBS หรือ Fasting blood sugar) อันนี้โดยทั่วไปต้องงดอาหารอย่างน้อยประมาณ 8 ชั่วโมง เพราะเราต้องการดูว่าตอนที่ไม่มีอาหารเข้ามาแล้ว ร่างกายคุมน้ำตาลเองได้ดีแค่ไหน
สมมตินัดเจาะ 8 โมงเช้า เมื่อคืนกินมื้อสุดท้ายตอน 4 ทุ่ม หลังจากนั้นดื่มแต่น้ำเปล่าแบบนี้โอเค แต่ถ้าตื่นหกโมงแล้วคิดว่า "กาแฟดำไม่หวานน่าจะไม่เป็นไร" ผมไม่แนะนำ เพราะถ้าจะให้ fasting จริง ๆ เอาให้ง่ายที่สุดคือ น้ำเปล่าอย่างเดียว ส่วน HbA1c ต่างกัน ค่านี้ดูภาพรวมน้ำตาลย้อนหลังหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ไม่ได้สนใจว่ามื้อเมื่อคืนกินอะไร ถ้าตรวจ HbA1c อย่างเดียว หลายครั้งไม่ต้องอดอาหารเลย
3 ตรวจไขมัน บางครั้งต้องอด บางครั้งไม่ต้อง
อันนี้หลายคนงงมาก เพราะเมื่อก่อนเราชินกับคำว่า "จะตรวจไขมัน ต้องอด 12 ชั่วโมง" แต่ปัจจุบันหลายกรณีสามารถตรวจไขมันแบบไม่อดอาหารได้ โดยเฉพาะการตรวจทั่วไป สิ่งที่มีผลจากมื้ออาหารชัดกว่าคือ ไตรกลีเซอไรด์
ถ้าหมออยากดูค่านี้ให้ละเอียดขึ้น หรือครั้งก่อนสูงมาก อาจให้ fasting เพราะฉะนั้นอย่าใช้สูตรเดียวกับทุกคนว่า "ตรวจไขมัน = ต้องอดแน่นอน" เอาให้ชัวร์ที่สุดคือดูใบนัด ถ้าไม่แน่ใจ โทรถามก่อนเลย ดีกว่าอดตั้งแต่สองทุ่มแล้วไปถึงโรงพยาบาลสิบโมงเช้า หิวจนเกือบจะกินใบตรวจแทนข้าว
4. ค่าตับ ค่าไต เม็ดเลือด ไทรอยด์ หลายอย่างไม่ได้บังคับให้อด
หลายคนมีความเชื่อว่า "เจาะเลือด = ต้อง fasting" จริง ๆ ไม่ใช่ค่าอย่าง เม็ดเลือด CBC ค่าตับ ค่าไต ไทรอยด์ หลายอย่างตรวจได้แม้กินอาหารมาแล้ว ที่เราโดนสั่งให้อดบ่อย ๆ เพราะเวลาไปตรวจสุขภาพ เขามักเจาะหลายอย่างพร้อมกัน ในชุดเดียวกันมีทั้งน้ำตาล ไขมัน ค่าตับ ค่าไต เลยให้อดทีเดียว จะได้เก็บครบ ถ้าวันหนึ่งหมอนัดตรวจแค่ ค่าเม็ดเลือด CBC กับค่าไต ไม่ต้องอดอาหารเองโดยไม่มีคำสั่งนะ บางคนอดทั้งคืนโดยไม่จำเป็นเลย
5. อย่าอดน้ำจนร่างกายแห้ง เพราะผลบางค่าอาจดูแปลกได้
อันนี้เป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยนึกถึง ถ้าเราไม่ดื่มน้ำเลยหลายชั่วโมง ร่างกายจะเริ่มขาดน้ำ เลือดก็จะเข้มข้นขึ้น ค่าบางอย่าง เช่น ฮีโมโกลบิน ฮีมาโตคริต ยูเรีย หรือครีอะตินิน อาจขยับได้ตามภาวะน้ำในร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ เราอยากตรวจว่า "ร่างกายจริง ๆ เป็นยังไง" แต่ดันพาตัวเองเข้าโหมดแห้งกรอบก่อนเจาะ ผลที่ได้ก็อาจสะท้อนภาวะขาดน้ำปนเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้มีคำสั่งเฉพาะว่า "ห้ามน้ำ" จากการเตรียมผ่าตัดหรือหัตถการบางอย่าง น้ำเปล่าพอประมาณส่วนใหญ่โอเค
6. ยาประจำ อย่าหยุดเองเพราะกลัวผลเลือดไม่สวย
อันนี้ผมอยากเตือนมาก บางคนวันตรวจเลือดตื่นมาแล้วคิดว่า "วันนี้ไม่กินยาดีกว่า เดี๋ยวผลเพี้ยน" โดยเฉพาะยาความดัน หัวใจ ไทรอยด์ เบาหวาน ยากันชัก อย่าหยุดเอง เพราะบางตัวถ้าหยุด อันตรายกว่าเรื่องผลเลือดอีก แต่ก็มีบางกรณีเหมือนกันที่ต้องปรับเวลา เช่น คนเป็นเบาหวานที่ fasting ถ้ายังฉีดอินซูลินหรือกินยาลดน้ำตาลบางชนิดในขนาดเดิมทั้งที่ไม่ได้กินข้าว ก็มีโอกาสน้ำตาลต่ำได้ เพราะฉะนั้นวิธีที่ถูกไม่ใช่ "หยุดทุกอย่างไว้ก่อน" แต่คือ ถามให้ชัดว่าตัวยาไหนกินได้ ตัวไหนต้องเลื่อน อันนี้สำคัญมาก
7. คืนก่อนตรวจ อย่าพยายาม "แต่งผลเลือด"
ผมเชื่อว่ามีคนเคยทำแบบนี้ รู้ว่าพรุ่งนี้จะตรวจน้ำตาล คืนนี้เลยกินคลีนสุดชีวิต หรือไม่กินข้าวเลย บางคนออกกำลังกายหนักเพิ่มอีกหนึ่งชั่วโมง หวังว่าพรุ่งนี้ตัวเลขจะสวย จริง ๆ ถ้าเป้าคือเช็กสุขภาพ ผมอยากเห็น ชีวิตจริงของเรา มากกว่าผลสอบที่อ่านหนังสือคืนเดียว ในทางกลับกันคืนนี้ก็ไม่ต้องกินหมูกระทะ บุฟเฟต์ และเบียร์ส่งท้ายเหมือนกันนะ เอาแค่กินและใช้ชีวิตตามปกติ ไม่หนักเกิน ไม่เบาเกิน ไม่ดื่มหนัก ไม่ออกกำลังกายหนักผิดปกติ เพราะบางอย่างอย่างการออกกำลังหนักมากก็ทำให้ค่ากล้ามเนื้อหรือค่าตับบางตัวเปลี่ยนได้
ก่อนตรวจสุขภาพ ผมอยากให้จำง่าย ๆ แบบนี้
- ถ้ามีคำสั่งให้อดอาหาร ให้ดูว่าอดกี่ชั่วโมง
- น้ำเปล่าส่วนใหญ่ดื่มได้
- กาแฟ ชา นม น้ำผลไม้ น้ำหวาน ให้งดในช่วง fasting
- ยาประจำอย่าหยุดเอง
- คืนก่อนตรวจใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติ
- นอนให้พอ เพราะนอนน้อยก็ทำให้น้ำตาลและความดันเปลี่ยนได้
- ถ้ากำลังไข้ขึ้น ท้องเสีย อาเจียน หรือขาดน้ำ บอกหมอด้วย
ก่อนเจาะเลือด ไม่ได้มีสูตรว่า "งดทุกอย่างไว้ก่อน ปลอดภัยที่สุด" เพราะบางทีอดเกินก็ไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าต้อง fasting อดอาหารตามเวลาที่กำหนด ดื่มน้ำเปล่าพอประมาณ ไม่แอบกาแฟ ไม่แอบนม ไม่แอบน้ำหวาน ส่วนยาประจำ ถามให้ชัด อย่าหยุดเอง ผมอยากให้มองการตรวจสุขภาพแบบนี้ เราไม่ได้ไป "สอบให้ผ่าน" เราไปดูว่า ชีวิตที่เราใช้อยู่ทุกวัน ร่างกายตอบสนองยังไง เพราะตัวเลขที่จริงที่สุดต่างหาก ที่ช่วยให้เรารู้ว่าควรดูแลตรงไหนต่อ
ขอบคุณ FB : หมอเจด
