- 03 ก.ย. 2569
"หมอด่าแซ่บ" ส่องานเข้า เลขาฯ แพทยสภาออกโรงเตือน ย้ำหมอต้องสื่อสารสุภาพ เพราะคำพูดและท่าทีมีผลต่อความรู้สึกและการรักษาของคนไข้ พร้อมจับตาตรวจ
กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีข่าวเกี่ยวกับการสื่อสารและการปฏิบัติต่อผู้ป่วยในคลินิก หลังมีเหตุการณ์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด พล.อ.อ. นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2569 ถึงประเด็นดังกล่าว โดยย้ำว่า การสื่อสาร เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา”
จากกรณีข่าวเกี่ยวกับการสื่อสารและการปฏิบัติต่อผู้ป่วยในคลินิก ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากสังคม ผมได้รับทราบและติดตามข้อมูลที่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะแล้วครับ และต้องยอมรับว่า รู้สึกกังวลใจเช่นเดียวกับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์ลักษณะนี้กระทบต่อความรู้สึกของผู้ป่วยและครอบครัวโดยตรง
ผู้ป่วยที่มาหาเรา ส่วนใหญ่มาในวันที่กำลังเจ็บป่วย กังวล กลัว หรืออยู่ในช่วงที่อารมณ์เปราะบาง ญาติเองก็มักมีความรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้นการรักษาจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการตรวจ วินิจฉัย หรือการให้ยาเท่านั้น แต่ คำพูด น้ำเสียง ท่าที และการสื่อสารของแพทย์ ล้วนมีผลต่อความรู้สึก ความไว้วางใจ และความร่วมมือในการรักษาอย่างมาก
ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2565 ซึ่งนำมาให้ดูในภาพนี้ กำหนดหลักสำคัญไว้ว่า
ข้อ 7 ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมย่อมไม่ประพฤติหรือกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นเหตุให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
และ
ข้อ 23 กำหนดไว้ชัดเจนว่า “ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยสุภาพและปราศจากการบังคับขู่เข็ญ”
ผมจึงอยากฝากถึงเพื่อนแพทย์ทุกท่านอ่านด้วยความห่วงใยครับ
ข้อเท็จจริงว่าแพทย์ส่วนใหญ่ของเราปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยความสุภาพ เอาใจใส่ และรับผิดชอบอย่างดีอยู่แล้ว แม้ในแต่ละวันจะต้องเจอกับภาระงาน ความเหนื่อย ความกดดัน และบางครั้งอาจมีความเห็นที่ไม่ตรงกันกับผู้ป่วยหรือญาติ ได้บ้าง มีเพียงส่วนน้อย ที่เกิดปัญหา
ทั้งนี้ต้องคำนึงว่า ในยุคดิจิทัล ทุกคำพูด ทุกข้อความ การแชต การโทรศัพท์ หรือการโพสต์ต่าง ๆ สามารถทิ้งร่องรอยไว้ และอาจถูกนำมาใช้ประกอบการตรวจสอบหรือเป็นพยานหลักฐานในภายหลังได้ หากเกิดความไม่พอใจกันครับ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “จะมีใครบันทึกหรือไม่” แต่คือ #การสื่อสารและการกระทำต้องเริ่มต้นจากตัวเอง โดยพยายามดูแลคำพูด อารมณ์ และท่าทีให้เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความโกรธ ความไม่พอใจ หรือความขัดแย้งครับ
อีกเรื่องที่สำคัญ จากกรณีนี้ คือ ผู้ป่วยทุกคน ไม่ว่าจะใช้สิทธิการรักษาใด มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน การใช้สิทธิของรัฐไม่ควรเป็นเหตุให้ผู้ป่วยถูกดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือได้รับการปฏิบัติที่ลดทอนคุณค่าของความเป็นมนุษย์
สำหรับรายที่กำลังเป็นข่าวอยู่ขณะนี้ แพทยสภาจะดำเนินการในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ตามข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกระบวนการที่กฎหมายกำหนด หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับหรือจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป
เห็นต่างกันได้ ชี้แจงกันได้ แต่ขอให้เรายังคงสื่อสารกันด้วยความสุภาพ ให้เกียรติ และเคารพศักดิ์ศรีของกันและกัน
ขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยความห่วงใยครับ เพราะบางครั้งคำพูดเพียงไม่กี่คำ อาจมีผลต่อความรู้สึกของคนไข้มากกว่าที่เราคิด และมีผลต่อมากมายต่อความสำเร็จของการรักษาครับ
หมออิทธพร
เลขาธิการแพทยสภา
03.09.2569
ขอบคุณ อิทธพร คณะเจริญ
