- 30 ก.ย. 2569
"หมอเจด" เตือนเองไม่อยากเป็นนิ่วในถุงน้ำดี เช็กด่วน 5 กลุ่มของกิน ที่ยิ่งกินบ่อย ๆ ยิ่งเสี่ยง! เช็กมีอะไรบ้าง
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้เรื่องสุขภาพผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เผย ไม่อยากเป็นนิ่วในถุงน้ำดี เช็กด่วน 5 ของกินที่ยิ่งกินยิ่งเสี่ยง! โดยระบุว่า นิ่วในถุงน้ำดีเป็นอีกโรคที่หลายคนไม่รู้ตัว บางคนไม่มีอาการเลย อยู่ดี ๆ วันหนึ่งกินมื้อหนัก ของมัน ของทอด แล้วปวดท้องขวาบนขึ้นมาแบบจุกแน่นจนต้องไปโรงพยาบาล
ปัญหาคือ นิ่วไม่ได้เกิดจากของกินอย่างเดียว ยังเกี่ยวกับน้ำหนัก พันธุกรรม เพศ ฮอร์โมน อายุ และการลดน้ำหนักเร็วเกินไปด้วย
แต่เรื่องอาหารก็มีส่วน โดยเฉพาะถ้ากินซ้ำ ๆ จนทำให้น้ำหนักขึ้น ไตรกลีเซอไรด์สูง ดื้ออินซูลิน หรือทำให้ถุงน้ำดีบีบตัวไม่สมดุล วันนี้ผมเลยอยากให้เช็ก 5 กลุ่มของกินที่ถ้ากินบ่อยมาก ๆ ควรเริ่มลด
1. ของทอดและไขมันอิ่มตัวสูง
ไก่ทอด หมูกรอบ หนังไก่ ของชุบทอด เบเกอรีเนยเยอะ ๆ รวมถึงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ถ้ากินเป็นประจำและพลังงานรวมเกิน น้ำหนักก็ขึ้นง่าย แล้วน้ำหนักเกินกับโรคอ้วน เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของนิ่วในถุงน้ำดี เพราะเมื่อร่างกายมีคอเลสเตอรอลมากขึ้น น้ำดีอาจมีคอเลสเตอรอลเข้มข้นขึ้น จนเกิดการตกผลึกเป็นนิ่วได้ง่ายขึ้น
ไม่ได้หมายความว่ากินของทอดครั้งเดียวแล้วนิ่วจะเกิด แต่ถ้าเมนูหลักทุกวันคือทอด มัน กรอบ และน้ำหนักขึ้นต่อเนื่อง ความเสี่ยงก็สะสม
2. น้ำหวานและน้ำตาลสูง
ชานม ชาไทย น้ำอัดลม กาแฟหวาน น้ำผลไม้หวานจัด ของหวานหลังอาหาร กลุ่มนี้มีผลทางอ้อมค่อนข้างเยอะ น้ำตาลสูงทำให้น้ำหนักขึ้นง่าย เพิ่มดื้ออินซูลิน และทำให้ไตรกลีเซอไรด์สูงได้ ซึ่งภาวะเมตาบอลิกพวกนี้สัมพันธ์กับความเสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดีที่มากขึ้น สิ่งที่คนมักพลาดคือคิดว่า "ไม่ได้กินของมัน เลยไม่น่ามีนิ่ว" แต่ถ้าน้ำหวานวันละหลายแก้ว ขนมทุกวัน และพุงเพิ่มเรื่อย ๆ ก็ยังเป็นเส้นทางที่พาไปเพิ่มความเสี่ยงได้เหมือนกัน
3. แป้งขัดขาวและอาหารพลังงานสูงกินบ่อย
ข้าวขาวปริมาณมาก ขนมปังขาว เส้น พาสต้า ของหวาน และขนมอบ ถ้ากินเยอะเกินความต้องการทุกวัน พลังงานรวมก็เกินง่าย พอพลังงานเกิน น้ำหนักขึ้น ไตรกลีเซอไรด์สูง และดื้ออินซูลินตามมา ตรงนี้เชื่อมกับนิ่วถุงน้ำดีอีกที ผมไม่ได้บอกให้เลิกข้าวหรือเส้นนะ แต่ให้ดูปริมาณและทั้งมื้อ ถ้ามื้อนั้นมีข้าวเยอะอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องมีของหวานตามใหญ่ ๆ อีก แล้วถ้าเพิ่มผัก ไฟเบอร์ และโปรตีนในมื้อ ก็ช่วยให้อิ่มนานขึ้นและไม่ต้องพึ่งแป้งเยอะ
4. อาหารแปรรูป ไส้กรอก แฮม เบคอน หมูยอ
กลุ่มนี้มักมาพร้อมไขมันอิ่มตัว โซเดียม และพลังงานสูง ถ้ากินบ่อยมาก ๆ ก็ทำให้ภาพรวมอาหารไปในทางที่เพิ่มน้ำหนักและไขมันในเลือดได้ง่าย อีกอย่างคืออาหารแปรรูปมักแทนที่อาหารธรรมชาติ เช่น ปลา ถั่ว ผัก และธัญพืชที่มีไฟเบอร์ พอทั้งจานกลายเป็นเนื้อแปรรูปกับแป้งขัดขาวซ้ำ ๆ ความเสี่ยงทางเมตาบอลิกก็สูงขึ้นตาม หลักง่าย ๆ คือให้เนื้อแปรรูปเป็นของกินเป็นครั้งคราว มากกว่าจะเป็นโปรตีนหลักทุกมื้อ
5. การอดหนักแล้วกลับมากินหนัก
อันนี้สำคัญมาก และไม่ใช่แค่ "ของกินชนิดไหน" แต่เป็น "รูปแบบการกิน" บางคนอยากลดน้ำหนักเร็ว เลยงดอาหารมาก ๆ กินน้อยจัด หรือทำสูตรลดน้ำหนักเร็วมาก พอน้ำหนักลดเร็ว ตับจะปล่อยคอเลสเตอรอลออกสู่น้ำดีมากขึ้น และถุงน้ำดีก็อาจบีบตัวน้อยลงในช่วงที่กินไขมันน้อยมาก ตรงนี้ทำให้นิ่วเกิดง่ายขึ้นได้ แล้วพออดทั้งวัน ตกเย็นกลับไปกินมื้อใหญ่ของมัน ของทอด ก็ยิ่งทำให้ถุงน้ำดีต้องบีบตัวแรงขึ้น คนที่มีนิ่วอยู่แล้วบางคนจึงปวดหลังมื้อหนักได้ชัด ถ้าจะลดน้ำหนัก ผมอยากให้ค่อย ๆ ลด มีโปรตีนพอ มีไขมันดีในปริมาณเหมาะสม และไม่ปล่อยให้มื้ออาหารสุดโต่งเกินไป
แล้วควรกินอะไรให้ช่วยลดความเสี่ยง?
อาหารที่ช่วยในภาพรวมคือ
- ผักและผลไม้ที่มีไฟเบอร์
- ธัญพืชไม่ขัดสี
- ถั่วและเมล็ดพืช
- ปลา
- โปรตีนไม่ติดมัน
- ไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอกหรือถั่ว ในปริมาณพอเหมาะ
- ดื่มน้ำให้พอ และรักษาน้ำหนักให้อยู่ในช่วงเหมาะสม
อีกอย่างที่สำคัญคืออย่าลดน้ำหนักเร็วเกินไป เพราะ "ผอมเร็ว" ไม่ได้แปลว่า "สุขภาพดีเร็ว" เสมอไป
อาการแบบไหนควรนึกถึงนิ่วถุงน้ำดี?
- ถ้ามีอาการปวดท้องขวาบนหรือใต้ลิ้นปี่หลังอาหารมัน ๆ ปวดร้าวไปหลังหรือสะบักขวา คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดเป็นพัก ๆ หลายชั่วโมง ควรไปตรวจ
- ถ้ามีไข้ ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดมากขึ้นต่อเนื่อง หรืออาเจียนมาก อย่ารอดูเอง เพราะอาจมีถุงน้ำดีอักเสบหรือท่อน้ำดีอุดตันร่วมด้วย
ถ้าไม่อยากเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดี ผมอยากให้โฟกัส 5 เรื่องนี้
- ลดของทอดและไขมันอิ่มตัว
- ลดน้ำหวาน
- ลดแป้งขัดขาวและพลังงานส่วนเกิน
- ลดอาหารแปรรูป
- และอย่าลดน้ำหนักแบบหักโหม
เพราะนิ่วไม่ได้เกิดจากอาหารคำเดียว แต่มักเกิดจากรูปแบบการกินและระบบเผาผลาญที่สะสมมานาน จัดอาหารให้สมดุล รักษาน้ำหนัก และลดแบบค่อยเป็นค่อยไป แบบนี้ช่วยถุงน้ำดีได้มากกว่า
ขอบคุณ FB : หมอเจด
